เสียงคำรามกึกก้องของกองทัพอสูรโลหิตที่สั่นสะเทือนไปทั่วผืนป่าทมิฬ ไม่ได้ทำให้เซนรู้สึกสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงใช้ปลายนิ้วเรียวยาวค่อยๆ บรรจงปัดเศษดินออกจากใบหน้าของต้นหัวไชเท้าระเบิดเวทมนตร์พันธุ์พิเศษ ที่เขาเพิ่งผสมพันธุ์ขึ้นมาใหม่เมื่อคืนนี้
"โบนี่ เจ้าโครงกระดูกซุ่มซ่าม ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเอาปุ๋ยสูตรซากมังกรมาเทใส่แปลงมะเขือเทศเทศกาลสงคราม มันทำให้รากของพวกมันดุร้ายเกินไปจนเกือบจะกัดแขนข้าขาดเมื่อครู่" เซนเอ่ยตำหนิด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยความจริงจัง
โบนี่ในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหวว รีบก้มหัวโค้งคำนับถี่ๆ กระดูกกะโหลกของมันสั่นพั่บๆ ด้วยความสำนึกผิด มันชูมือที่ถือกระป๋องรดน้ำขึ้นฟ้า เป็นเชิงขอโทษขอโพยผู้เป็นนาย
รอบรั้วฟาร์ม "สันติสุข" บัดนี้ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของกองทัพปีศาจนับพันที่นำโดยราชาปีศาจเอลริค ผู้ซึ่งสวมชุดเกราะทมิฬประดับหนามแหลมคมน่าเกรงขาม เอลริคยืนอยู่บนหลังม้าโครงกระดูกเพลิง นัยน์ตาสสีแดงเพลิงจ้องมองมาที่ฟาร์มเล็กๆ แห่งนี้ด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
"ไอ้สามัญชนผู้บังอาจปฏิเสธบัลลังก์จอมมาร! วันนี้ฟาร์มปลูกผักปัญญาอ่อนของเจ้าจะต้องถูกเผาให้ราบเป็นหน้ากลอง!" เสียงคำรามของเอลริคดังสะท้อนก้องฟ้า สร้างแรงกดดันมหาศาลจนเหล่ามอนสเตอร์ระดับต่ำรอบข้างถึงกับหมอบกราบ
เซนถอนหายใจยาวเหยียด เขาปัดมือเบาๆ ปลดผ้ากันเปื้อนสีขาวเปื้อนคราบดินออก แล้วหยิบไม้เท้าหัวกะโหลกคู่ใจขึ้นมาพาดบ่า ดวงตาคมกริบกวาดมองพืชผลในแปลงที่ตนเองทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแลมาแรมปี
"พวกท่านนี่ช่างไร้มารยาทเสียจริง..." เซนเปรยเบาๆ กับสายลม "ข้าอุตส่าห์บอกแล้วว่าช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยว ห้ามส่งเสียงดังรบกวนเวลาเจริญเติบโตของแครอทเวทมนตร์"
สิ้นเสียงของเซน แผ่นดินใต้เท้าของกองทัพอสูรโลหิตก็เริ่มสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงคำรามต่ำๆ ดังเล็ดลอดขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก
"ปฏิบัติการ... พลิกแผ่นดินป้องกันฟาร์ม เริ่มได้!" เซนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
*พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!*
พืชผลทุกชนิดที่เซนเพาะปลูกไว้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผักสวนครัวธรรมดาอีกต่อไป ต้นแตงกวายักษ์กลายร่างเป็นกระบองหนามขนาดยักษ์ที่ฟาดเข้าใส่แถวหน้าของกองทัพปีศาจจนกระเด็นลอยละลิ่ว เมล็ดทานตะวันยิงกระสุนแสงเวทมนตร์ออกมารัวราวกับป้อมปืนกลเวท ขณะที่เหล่าฟักทองระเบิดกลิ้งเข้าไปกลางวงล้อมแล้วจุดชนวนตัวเองจนเกิดแรงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงอัดมหาศาลทำให้พวกอสูรโลหิตแตกกระเจิงไม่เป็นขบวน
เอลริคเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ม้าโครงกระดูกเพลิงของมันผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ภาพตรงหน้าไม่ใช่การบุกโจมตีฐานทัพศัตรู แต่เป็นการเดินเข้าไปในเครื่องบดเนื้อขนาดยักษ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเกษตรกรรมศาสตร์อันน่าสะพรึงกลัว
"บ้าน่า! นั่นมัน... มันคือพืชอะไรกันทำไมถึงแข็งแกร่งและดุร้ายได้ขนาดนี้!" เอลริคแผดเสียงตะโกนแข่งกับเสียงระเบิดของแปลงกะหล่ำปลีอาคม
"นั่นคือความรักและความใส่ใจที่ข้ามีให้แก่ผืนดินต่างหากล่ะท่านเอลริค" เซนก้าวเดินออกมาจากประตูรั้วฟาร์มอย่างใจเย็น โดยมีโบนี่ถือร่มกันแดดลายดอกไม้เดินตามหลังไม่ห่าง "ท่านรู้ไหมว่าการจะทำให้หัวไชเท้ามีพลังทำลายล้างสูงขนาดนี้ ต้องใช้ปุ๋ยหมักสูตรพิเศษที่หมักจากซากอมนุษย์ผสมกับมูลไส้เดือนวิเศษนานถึงสามเดือนเชียวนะครับ"
ราชาปีศาจกัดฟันกรอดด้วยความแค้น ขบกรามจนได้ยินเสียงดังกรอด มันชักดาบยักษ์ประจำกายขึ้นฟ้า รวบรวมพลังความมืดทั้งหมดเข้าสู่คมดาบ เตรียมพุ่งเข้าปลิดชีพไอ้เกษตรกรสติเฟื่องผู้นี้ด้วยมือของตนเอง
"ตายซะเถอะ เซน!"
เอลริคพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้าแลบ ประกายไฟสีดำทมิฬแผดเผาอากาศรอบตัวจนบิดเบี้ยว รัศมีดาบพุ่งตรงไปยังคอหอยของเซนโดยไม่มีความลังเล
เซนเพียงแค่เหลือบมองเล็กน้อย เขายกไม้เท้าขึ้นมาเคาะพื้นเบาๆ หนึ่งครั้ง
*แกร๊ก...*
รากไม้โบราณขนาดเท่าลำตัวคนโผล่ขึ้นมาจากใต้ดินอย่างฉับพลัน รัดข้อเท้าของเอลริคไว้แน่นจนดึงล้มลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ดาบยักษ์ในมือกระเด็นหลุดมือกลิ้งไปไกลหลายเมตร
เอลริคดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อปลดปล่อยตัวเองจากรากไม้อาคม แต่ยิ่งดิ้น รากไม้ก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนเกราะทมิฬส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด ใบหน้าของราชาปีศาจแดงก่ำด้วยความโกรธและอับอาย
"เจ้า... เจ้ากล้าดียังไงมาปฏิบัติกับข้าเช่นนี้! ข้าคือราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่!" เอลริคตะโกนลั่น น้ำลายกระเด็น
เซนเดินเข้าไปใกล้ๆ คุกเข่าลงข้างๆ ราชาปีศาจผู้พ่ายแพ้ เอื้อมมือไปหยิบเศษดินที่ติดอยู่บนเกราะของอีกฝ่ายออกด้วยความเบามือ ราวกับกำลังปัดฝุ่นให้ลูกค้ารายสำคัญ
"ท่านนี่ใจร้อนเสียจริงนะเอลริค... ข้าอุตส่าห์เตือนแล้วว่าอย่าเหยียบย่ำแปลงผักออร์แกนิกของข้า" เซนยิ้มละไม "แต่เอาเถอะ ในเมื่อท่านมาถึงที่นี่แล้ว และกองทัพของท่านก็ช่วยพรวนดินให้ฟาร์มของข้าจนเสร็จเรียบร้อย... เรามาคุยเรื่อง 'สัญญาชดใช้ค่าเสียหาย' กันหน่อยดีกว่าไหมครับ?"
เอลริคชะงัก นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความสังหรณ์ใจไม่ดี เมื่อเห็นรอยยิ้มที่เป็นมิตรเกินเหตุของเนโครแมนเซอร์หนุ่ม
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือฟาร์มสันติสุขก็พลพลันมืดครึ้มลงอย่างฉับพลัน เมฆหมอกสีดำทมิฬเคลื่อนตัวมารวมกันเป็นรูปวงกลมขนาดมหึมา เหนือหัวของพวกเขา เสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ไม่ได้มาจากฝั่งของเอลริคหรือเซน กลับดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมิติที่ฉีกขาดออก
*ฉีก—!*
รอยแยกมิติสีม่วงเข้มเปิดออก พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า กลิ่นอายความตายอันบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่าราชาปีศาจหลายเท่าแผ่ซ่านกดทับจนทุกคนในรัศมีร้อยเมตรต้องคุกเข่าลงโดยไม่รู้ตัว
เซนหุบยิ้มทันที ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานที่คุ้นเคยแต่ไม่อยากพบเจอที่สุดในตอนนี้
"โอ้... ดูเหมือนว่าแขกผู้ไม่ได้รับเชิญตัวจริง จะเดินทางมาถึงงานเก็บเกี่ยวของเราแล้วสินะครับ..."
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาร่วมปลูกผักและลุ้นระทึกไปกับกองทัพโครงกระดูกชาวนาในตอนนี้นะครับ!
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 48
การป้องกันฟาร์มครั้งยิ่งใหญ่
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!