เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 18

พักยก: วันหยุดของเนโครแมนเซอร์

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"ขยับซ้ายอีกนิด เอลริค... นั่นแหละ ตรงนั้นแหละที่กองปุ๋ยคอกมันยังไม่เข้าที่ ถ้าคุณไม่อยากให้มะเขือเทศเทศกาลนี้กลายเป็นสีม่วงเน่าเหมือนหน้าตาคุณเวลาโกรธ ก็ช่วยใส่ใจกับการคลุกเคล้าให้มันละเอียดหน่อยนะครับ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย พลางปาดเหงื่อที่ซึมอยู่บนขมับด้วยหลังมือที่เปื้อนดิน ในมืออีกข้างถือตะกร้าหวายสานที่บรรจุพริกหวานสดใหม่จากต้น ราชาปีศาจเอลริคในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูแปร๋นที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบมูลสัตว์และเศษใบไม้เงยหน้าขึ้นมองผม แววตาของจอมมารผู้เกรียงไกรสั่นระริกด้วยความแค้นที่ผสมปนเปกับความเหนื่อยล้าอย่างน่าขัน "เจ้า... เจ้าบังอาจสั่งราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่เยี่ยงข้าให้มาคลุกขี้วัว! วันนี้ข้าจะปิดตำนานฟาร์มผักเน่าๆ นี่เสียที!" เอลริคคำรามพลางทิ้งจอบในมือลงกับพื้น ดินกระเด็นเปื้อนกางเกงขาสั้นสีซีดของผม แต่ผมเพียงแค่ยิ้ม—ยิ้มแบบที่ทำให้คนตรงหน้าต้องชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะรู้ดีว่าภายใต้รอยยิ้มเนโครแมนเซอร์ที่แสนอ่อนโยนนี้ มีกองทัพโครงกระดูกนับร้อยที่พร้อมจะเปลี่ยนร่างของเขาให้กลายเป็นปุ๋ยหมักชั้นดีจริงๆ หากผมต้องการ "ผมว่าคุณควรสงบสติอารมณ์แล้วมาทานมื้อเที่ยงก่อนจะดีกว่าครับ เอลริค วันนี้ผมตั้งใจทำสตูว์ผักรวมใส่เนื้อเกรดพรีเมียมที่คุณอุตส่าห์ไป 'หา' มาจากดันเจี้ยนชั้นลึกนั่น ไม่ลองชิมดูหน่อยหรือครับ?" โบนี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ส่งเสียงกึกกักเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะรีบขยับเข้าไปถูตัวกับขาของเอลริคเป็นการประจบ เจ้าโครงกระดูกนี่ก็เหลือเกิน แม้จะไม่มีสมองแต่กลับรับรู้อารมณ์ของทุกคนในฟาร์มได้แม่นยำนัก เอลริคที่กำลังจะอาละวาดหยุดชะงักไป จมูกของเขาขยับสูดกลิ่นหอมของน้ำซุปที่กำลังเคี่ยวได้ที่บนเตาฟืนกลางแจ้ง กลิ่นหอมหวานของแครอทตุ๋นและรสเผ็ดร้อนปลายลิ้นของพริกที่เพิ่งเก็บสดๆ มันช่างเย้ายวนใจเกินกว่าที่ปีศาจตนไหนจะปฏิเสธได้ เรานั่งลงบนม้านั่งไม้เก่าๆ ใต้ร่มไม้ใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านยอดข้าวโพดที่กำลังเริ่มเป็นฝัก ผมตักสตูว์ใส่ชามไม้ส่งให้เอลริค เขาไม่พูดอะไรเพียงแต่คว้าช้อนขึ้นมาซดน้ำซุปคำโต สีหน้าเคร่งขรึมดูผ่อนคลายลงชั่วขณะ เป็นภาพที่หาดูได้ยากจริงๆ สำหรับราชาปีศาจผู้กระหายเลือดที่ตอนนี้กลับมานั่งดวลช้อนกับเนโครแมนเซอร์เกษตรกร "รสชาตินี้... เจ้าใช้มนตราควบคุมคุณภาพผักหรือยังไง?" เอลริคถามขึ้นเบาๆ หลังจากกวาดสตูว์ไปได้ครึ่งชาม "ไม่เลยครับ ผมแค่ใส่ 'ความรัก' และ 'ความอดทน' ลงไป" ผมตอบพลางตักสตูว์เข้าปากบ้าง "พืชผักน่ะเหมือนคนนะครับ ถ้าเราปฏิบัติกับเขาด้วยความรุนแรงหรือความหวังที่บิดเบี้ยว ผลผลิตที่ออกมาก็จะมีแต่รสขม แต่ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของเขา แม้แต่พืชปีศาจที่เลวร้ายที่สุด ก็ยังให้รสชาติที่กลมกล่อมได้" เอลริคจ้องมองผม สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธแค้นเหมือนช่วงแรก แต่มันเป็นความฉงนที่แฝงไปด้วยความว่างเปล่า เขาคงไม่เคยเข้าใจนิยามของความสงบสุข เพราะชีวิตของเขาถูกขับเคลื่อนด้วยอำนาจมาตลอด แต่ในฟาร์มเล็กๆ แห่งนี้ กฎเกณฑ์ของโลกภายนอกดูจะไม่มีความหมาย "บางที... ข้าอาจจะเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกนั้นถึงส่งเจ้ามาเป็นเนโครแมนเซอร์" เขาพึมพำขณะมองไปที่โบนี่ที่กำลังหัดล้างชามไม้ด้วยความพยายามอันน่าเอ็นดู "ไม่ใช่เพื่อทำลายล้าง แต่เพื่อ 'ปลูกฝัง' สิ่งที่พวกมันทำลายไปให้กลับคืนมา" ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง คำพูดของเอลริคนั้นคมคายกว่าที่คิด แต่ก่อนที่ผมจะทันได้ตอบโต้หรือซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากระบบเกมก็ดังระงมขึ้นในอากาศ ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีฟ้าใสเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจเลือด รอยแยกมิติบิดเบี้ยวเปิดออกเหนือกระท่อมหลังเล็กของผม เศษฝุ่นและใบไม้ปลิวว่อนไปตามแรงลมมหาศาล โบนี่หยุดชะงักและพุ่งตัวเข้ามาบังหน้าผมโดยสัญชาตญาณ เอลริคที่เมื่อครู่ยังนั่งกินสตูว์อย่างสงบ ลุกขึ้นยืนพรวดพราด แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ สัญชาตญาณราชาปีศาจกลับมาครอบงำอีกครั้ง ไม่ใช่การรุกรานจากมอนสเตอร์ปกติ... แต่เป็นกลุ่มเงาดำที่สวมผ้าคลุมสีเงินสลักตราสัญลักษณ์ที่ผมคุ้นเคยดี มันคือตราของ 'ศาสนจักรแห่งแสง' ที่ตามล่าเนโครแมนเซอร์ทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์ ชายในชุดคลุมสีเงินคนหนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ เขาไม่ได้ถือดาบ แต่ถือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งแสงแสบตาจนพืชผักในแปลงเริ่มเหี่ยวเฉาไปทันทีที่สัมผัส "เนโครแมนเซอร์นอกรีต เซน... เจ้าถูกตัดสินโทษให้รับทัณฑ์สวรรค์ฐานละเมิดกฎแห่งความตายและยึดครองเขตพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยมิชอบ" เขามองข้ามผมไปที่เอลริค ก่อนจะแสยะยิ้มที่ดูเยือกเย็นยิ่งกว่าความตาย "และดูเหมือนว่าเจ้าจะกล้าหาญมากนะ ที่แอบกักขังราชาปีศาจเอาไว้ใช้งานแบบนี้... งานนี้ถือว่ากำไรสองต่อเลยล่ะ" ผมวางชามสตูว์ลงบนโต๊ะเบาๆ ความอดทนที่มีต่อการทำเกษตรหายไปเหลือเพียงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากปลายนิ้ว โบนี่เริ่มสั่นด้วยความกลัว แต่ผมกลับยิ้มบางๆ ออกมา พร้อมกับเรียกเคียววิญญาณออกมาจากความว่างเปล่า "เสียดายจริงๆ นะครับ..." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งจนหายใจแทบไม่ออก "พริกพวกนี้เพิ่งจะถึงเวลาเก็บเกี่ยว... แล้วคุณก็ดันมาทำลายบรรยากาศพักเที่ยงของผมแบบนี้" เอลริคหยิบจอบขึ้นมาแทนที่อาวุธปีศาจของเขา เขาหันมามองผมแล้วแสยะยิ้มอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน "เจ้าเกษตรกร... วันนี้ข้าขอทำลายกฎของเจ้าสักวัน เพื่อจัดการกับพวกที่มาขัดขวางมื้อเที่ยงของข้าได้หรือไม่?" แสงจากคัมภีร์เริ่มเข้มข้นขึ้นจนกลายเป็นเสาเพลิงพุ่งลงมาหมายจะเผาผลาญฟาร์มทั้งฟาร์ม ผมกำด้ามเคียวแน่น เตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตที่อาจหมายถึงการล่มสลายของฟาร์มที่ผมรักที่สุด ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมและเจ้าโครงกระดูกผ้ากันเปื้อนชมพูนะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%