"ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่ทำ! ไอ้กองกระดูกโง่เง่านี่! อย่าเอาส้อมพรวนดินนั่นมาจ่อที่คอข้านะ!"
เสียงคำรามของเอลริค ราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณโรงนาไม้เก่าๆ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของความพ่ายแพ้ ร่างสูงโปร่งในชุดเกราะทมิฬที่ควรจะดูน่าเกรงขาม บัดนี้กลับถูกพันธนาการด้วยโซ่แห่งความมืดที่เซนสร้างขึ้นอย่างแน่นหนา มือขวาของเขาสั่นระริกขณะจ้องมองไปยัง 'โบนี่' โครงกระดูกผู้ซื่อสัตย์ที่กำลังยืนเอียงคอทำตาแป๋วในผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหวว
เซนถอนหายใจยาว ก่อนจะวางจอบในมือลงแล้วเดินเข้าไปใกล้จอมมารผู้ถือทิฐิ เขาสวมถุงมือหนังที่เปื้อนดินจนดำมิด แต่แววตาของเขากลับนิ่งสงบราวกับกำลังพิจารณาคุณภาพของดินในฤดูกาลนี้
"คุณเอลริคครับ" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังปรึกษาเรื่องดินฟ้าอากาศ "คุณเพิ่งพ่ายแพ้ให้ผมไปเมื่อสิบนาทีก่อน และตามกฎของเกม พื้นที่นี้คือเขตปลอดสงครามที่คุณเองก็เซ็นสัญญาเช่า... อ้อ ไม่ใช่สิ คุณบุกรุกเข้ามาเองโดยไม่ได้รับเชิญ"
"ข้าคือราชาปีศาจ! ข้ามาเพื่อยึดครองโลกใบนี้ ไม่ใช่มาปลูกหัวไชเท้า!" เอลริคตะโกนลั่น แววตาที่เคยฉายแววอำมหิตบัดนี้เปลี่ยนเป็นความสับสนและหวาดระแวง เมื่อเซนหยิบถุงปุ๋ยหมักสูตรพิเศษที่มีกลิ่นคละคลุ้งออกมา
"โลกจะครองตอนไหนก็ได้ครับ แต่ตอนนี้ยอดขายแครอทเกรดพรีเมียมของผมกำลังจะตก ถ้าคุณไม่ช่วยผมหมักปุ๋ยกองนี้ให้เสร็จภายในพระอาทิตย์ตกดิน ผมคงต้องพิจารณาใช้สกิล 'ปลุกชีพไร้สติ' กับเกราะทมิฬของคุณให้กลายเป็นที่วางกระถางต้นไม้แทน"
โบนี่ขยับเข้ามาใกล้ พร้อมกับส่งเสียง 'กึก... กึก...' เป็นเชิงสนับสนุน มือกระดูกที่สวมถุงมือกันเปื้อนหยิบจอบอีกอันยื่นไปตรงหน้าเอลริค จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ชะงักไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นคราบดินโคลนบนจอบนั้นขยับได้ราวกับมีชีวิต
"เจ้านั่นมันอะไร... ทำไมจอบถึงมีชีวิต?"
"ผลข้างเคียงของการใช้พลังเนโครแมนเซอร์กับอุปกรณ์เกษตรครับ" เซนตอบพลางเช็ดเหงื่อ "พอดีผมลองใส่จิตวิญญาณแห่งความขยันลงไปนิดหน่อยน่ะครับ ผลออกมาคือมันจะไม่หยุดทำงานจนกว่างานจะเสร็จ ถ้าคุณไม่จับมันไว้ มันอาจจะเผลอขุดดินกลบฝังคุณทั้งเป็นก็ได้นะ ผมเตือนด้วยความหวังดี"
บรรยากาศในโรงนาเงียบกริบลงชั่วขณะ เอลริคจ้องมองเซนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม เขาพยายามสัมผัสถึงพลังเวทของชายตรงหน้า แต่มันกลับว่างเปล่า... หรืออาจจะลึกซึ้งจนเกินกว่าที่ระดับจอมมารอย่างเขาจะหยั่งถึง
ชายหนุ่มเกษตรกรไม่ได้มีรังสีอำมหิต ไม่มีความทะเยอทะยานที่จะครองโลก เขามีเพียงความมุ่งมั่นที่น่าประหลาดใจในการดูแลแปลงผักที่อยู่ข้างนอกนั่น เอลริคเริ่มรู้สึกว่า การถูกจอมมารระดับตำนานอย่างเขากลายมาเป็น 'คนสวน' นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการดูหมิ่นศักดิ์ศรีที่รุนแรงยิ่งกว่าการถูกสังหารในสมรภูมิ
"เจ้าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?" เอลริคถามเสียงแผ่วลง ความทะนงตัวลดน้อยลงเหลือเพียงความงุนงง "เจ้ามีพลังที่สามารถสั่นคลอนรากฐานของเกมนี้ได้ ทำไมถึงเลือกที่จะขลุกอยู่กับดินโคลนและพวกกะโหลกไร้ค่า?"
เซนหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มสลัว ก่อนจะหันมาตอบด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของราชาปีศาจกระตุก
"เพราะดินไม่เคยหักหลังใครครับคุณเอลริค" เซนกล่าว "และเพราะความสุขที่เห็นผักเติบโต มันเติมเต็มบางอย่างที่อำนาจหรือบัลลังก์ให้ผมไม่ได้... เอาล่ะครับ พักเรื่องปรัชญาไว้ก่อน ถ้าคุณช่วยผมพรวนดินแปลงนี้เสร็จ ผมจะแบ่งแครอทที่อร่อยที่สุดในเซิร์ฟเวอร์นี้ให้คุณกินหนึ่งหัว รับรองว่าคุณจะลืมรสชาติของน้ำทิพย์ปีศาจไปเลย"
เอลริคแค่นหัวเราะในลำคอ แต่เขาก็ยอมรับจอบจากมือของโบนี่ด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ความเกลียดชังในแววตาเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัยในรสชาติของพืชพรรณที่ดูแปลกประหลาดนี้
ทว่า ในขณะที่เอลริคเริ่มลงมือขุดดินอย่างไม่เต็มใจนัก เซนกลับชะงักไปเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างจากใต้พื้นดิน ดินที่เขาเพิ่งพรวนไปเมื่อครู่เริ่มมีรอยร้าวเป็นเส้นตรงยาวออกไปไกลจนสุดขอบไร่
เสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกดังขึ้นในหัวของเซน ไม่ใช่เสียงของระบบเกม แต่มันเป็นเสียงที่เหมือนกับเสียงของเขาเองจากอดีตชาติ
"เซน... แกคิดว่าการหนีมาอยู่ที่นี่จะช่วยปิดบังความจริงได้งั้นหรือ?"
เซนรีบหันไปมองรอบด้าน แต่เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า โบนี่ยังคงทำงานอยู่ข้างๆ เอลริคก็กำลังก้มหน้าก้มตาขุดดินอย่างเอาเป็นเอาตาย ทุกอย่างดูเป็นปกติ แต่ความรู้สึกที่คอเสื้อของเขาถูกกระชากเบาๆ จากเงามืดที่อยู่หลังต้นแอปเปิลทำให้ขนลุกชัน
เขาขยับมือไปที่กระเป๋าคาดเอวเพื่อหยิบศิลาวิญญาณออกมาเตรียมพร้อม แต่ทันใดนั้น แสงสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นจากใจกลางแปลงผักที่เขาเพิ่งปลูกเมล็ดพันธุ์หายากไปเมื่อวาน พื้นดินแยกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นบางอย่างที่ไม่ได้อยู่ในคู่มือการเกษตรของเขา
"คุณเอลริค... ถอยไปเดี๋ยวนี้!" เซนตะโกนลั่น พร้อมกับกางอาณาเขตเนโครแมนเซอร์ขึ้นปกป้อง
เอลริคเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาเขาต้องทิ้งจอบในมือลงพื้น ท่ามกลางดินที่แยกออก ร่างหนึ่งค่อยๆ ลอยขึ้นมา มันมีรูปร่างคล้ายกับเซนทุกประการ แต่ดวงตาของมันกลับเป็นสีดำสนิทที่ไร้ซึ่งประกายของความเป็นมนุษย์ และในมือนั้นไม่ได้ถือจอบหรือเสียม แต่มันถือ 'เคียวแห่งความตาย' ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีเงิน
ร่างโคลนนั้นยิ้มให้เซนอย่างเหี้ยมเกรียม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในฟาร์มหยุดชะงัก
"เจ้าของฟาร์มตัวจริงกลับมาแล้ว... และเขาก็ไม่ได้อยากจะทำสวนหรอกนะ เจ้าเกษตรกรปลอมๆ"
เซนกัดฟันแน่น มือที่สั่นเทาเริ่มรวบรวมพลังเนโครแมนเซอร์จนเกิดเป็นประกายสีม่วงเข้ม นี่ไม่ใช่บอสที่เขาคาดการณ์ไว้ แต่มันคือ... ตัวเขาเองในอนาคตที่ไม่มีวันไปถึง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในฟาร์มอันแสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความลับนี้ด้วยกันนะครับ!
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 39
จับบอสมาเป็นเกษตรกร
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!