“เฮ้ย! หัวหน้ากิลด์บอกว่าแปลงนี้แหละ ผักกาดเวลาร้อย! ขุดมันออกมา!”
เสียงตะโกนแหบแห้งราดรดลงบนแปลงเกษตรของเซนราวกับน้ำป่าทลายเขื่อน รั้วไม้ไผ่ที่เขาใช้เวลาเหลาและปักด้วยมือทีละต้นหักสะบั้นไม่เป็นชิ้นดี ฝุ่นดินและเศษฟางฟุ้งตลบอบอวล คลื่นมนุษย์เลเวล 1 สวมชุดเริ่มต้นรasกเรื้อนราวกับซอมบี้ไร้สมองนับพันชีวิตหลั่งไหลทะลักเข้ามาเหยียบย่ำแปลงผักที่เขาฟูมฟักมาแรมเดือน สายตานับพันคู่เป็นประกายโลภโลภดั่งหมาป่าเจอเนื้อชิ้นโต ทุกคนต่างพุ่งเป้ามาที่ ‘ผักกาดขาว’ ต้นอวบอ้วนที่แผ่ไอสีม่วงจางๆ ออกมาอย่างประหลาด
เซนยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่หน้ากระท่อมไม้ซุง ดวงตาสีเทาเข้มมองภาพความวายป่วงเบื้องหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจ มีเพียงเสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่หลุดออกมาจากริมฝีปาก
“ข้าบอกพวกเจ้าแล้ว… ว่าอย่าเหยียบแปลงทางขวา…”
น้ำเสียงของเซนไม่ได้ดังนัก แต่มันกลับแทรกซึมผ่านเสียงโวยวายของฝูงชนนับพันได้อย่างน่าประหลาด ราวกับมีกระแสเวทมนตร์กดทับบรรยากาศโดยรอบให้ดิ่งลงจนเงียบกริบชั่วขณะ
*ฉึก!*
ผู้เล่นคนแรกที่เอื้อมมือไปคว้าใบนอกของผักกาดขาวเวทมนตร์ยังไม่ทันได้ฉีกมันออกจากดิน รากแก้วสีดำสนิทที่ฝังลึกอยู่ใต้ดินลึกสามเมตรก็ดีดตัวขึ้นราวกับสปริงเหล็ก มันพุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดินด้วยความเร็วสูง กวัดแกว่งใบมีดอากาศที่คมกริบตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหิว
*ฉับ!*
ร่างของผู้เล่นเลเวล 1 คนนั้นขาดเป็นสองท่อนในพริบตา ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นแสงสีขาวระยิบระยับลอยหายไปในอากาศ พื้นดินรอบแปลงผักสั่นสะเทือน โครงกระดูกในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหวว—โบนี่—ก้าวออกมาจากหลังกระท่อม ในมือถือรดน้ำต้นไม้ทองคำเก่าๆ แต่วินาทีนี้มันกลับถูกใช้เป็นกระบองเหล็กหนักอึ้ง โบนี่ใช้กะโหลกศีรษะเอียงคอซ้ายทีขวาทีมองฝูงชนด้วยความงุนงง ไร้ซึ่งแววตา แต่รังสีอำมหิตระดับบอสลับพุ่งทะลักออกมาจนผู้เล่นแถวหน้าผะงกถอยหลังกรูด
“เห ── เฮ้ย! โกงนี่หว่า! มอนสเตอร์บอสพิทักษ์เควสต์เหรอวะ!”
“เลือดกู! ฮีลเลอร์! ฮีลเลอร์อยู่ไหน… อ้าว เลเวล 1 ทั้งกิลด์นี่หว่า!”
ความโกลาหลแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที แต่ความโลภมักทำให้มนุษย์หูหนวกตาบอด กลุ่มผู้เล่นระดับหัวกะทิของกิลด์ ‘พายุทมิฬ’ ที่แอบซ่อนอยู่ด้านหลังเริ่มร่ายเวทมนตร์โจมตีระยะไกล ลูกไฟและศรน้ำแข็งนับร้อยพุ่งเข้าใส่แปลงผักของเซนอย่างไร้ความปรานี
เซนปรายตามองลูกไฟเหล่านั้นที่กำลังจะเผาทำลายผลงานชิ้นเอกของเขา เขายกมือขึ้นช้าๆ ดีดนิ้วดัง *‘เป๊าะ’*
วงแหวนเวทมนตร์สีม่วงเข้มสลักลวดลายกะโหลกไขว้ขยายตัวออกครอบคลุมพื้นที่แปลงเกษตรทั้งหมด ไอมานาแห่งความตายที่เซนสะสมไว้จากการทำปุ๋ยหมักซากมอนสเตอร์ถูกปลดปล่อยออกมาในรูปของ ‘บาตรโลหิตแห่งปฐพี’ ลูกไฟทั้งหมดที่พุ่งเข้ามาปะทะกับบาตรเวทมนตร์กลับถูกดูดกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนจะสะท้อนกลับเป็นคลื่นกระแทกสีดำสนิทซัดฝูงชนกระเด็นกระดอนราวกับใบไม้ปลิว
“อ๊ากกก!”
เสียงร้องโหยหวนระงมไปทั่วทุ่ง เซนเดินทอดน่องเหยียบย่างลงไปบนพื้นดินที่เปรอะเปื้อนฝุ่นผงของผู้เล่นที่ตายเกิดใหม่ เขาก้มตัวลงช้าๆ ใช้มือเรียวยาวแตะลงบนดินรอบๆ ต้นผักกาดขาวเวทมนตร์ที่กำลังสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
“เด็กดี… วันนี้ได้ปุ๋ยชั้นดีมาเพิ่มสินะ พลังชีวิตของพวกมันคงทำให้รสชาติดีขึ้นไม่น้อย” เซራพึมพำเบาๆ กับผักกาดขาวต้นหนึ่ง มันตอบสนองด้วยการพ่นละอองเกสรสีม่วงเรืองแสงออกมาเป็นระลอก
ที่มุมหนึ่งของแปลงผัก ราชาปีศาจเอลริค ซึ่งถูกเซนจับมาสวมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้และบังคับให้แบกถังปุ๋ยหมัก กำลังใช้จอบขุดดินด้วยความเหนื่อยหอบ ใบหน้าอันหล่อเหลาและดุดันของอดีตจอมมารตอนนี้เต็มไปด้วยรอยเปื้อนโคลน เอลริคเหลือบมองซากผู้เล่นที่สลายไปพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“เจ้า… เจ้ามนุษย์วิปริต ผักพวกนี้มันไม่ใช่ผักธรรมดาแล้วนะ! เจ้านี่มันเลี้ยงปีศาจจำแลงในคราบพืชผลชัดๆ!” เอลริคโวยวายพร้อมกับปาดเหงื่อบนหน้าผาก แต่สายตากลับเหลือบมองผักกาดขาวต้นที่ใหญ่ที่สุดด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ว่าแต่… ถ้าข้าแอบกินเข้าไปสักใบ พลังมารของข้าจะฟื้นฟูกลับมาไหมวะเนี่ย?”
“ถ้าเจ้าไม่อยากให้วิญญาณของเจ้ากลายเป็นปุ๋ยหมักเกรด A สำหรับแปลงมะเขือเทศฝั่งโน้น ก็จงก้มหน้าก้มตาขุดดินต่อไป ซะคุง” เซนปรายตามองด้วยหางตา รอยยิ้มมุมปากของเนโครแมนเซอร์หนุ่มทำให้เอลริคต้องรีบหันกลับไปจ้วงจอบลงดินต่อทันทีโดยไม่กล้าปริปากบ่นอีก
บรรยากาศรอบฟาร์มเริ่มกลับมาสงบลงอีกครั้ง ทว่าความสงบนั้นช่างเปราะบางเหลือเกิน เมื่อกลุ่มควันหนาทึบจากการตายของผู้เล่นนับพันเริ่มรวมตัวกันที่กลางลานหน้าฟาร์ม มันไม่ได้สลายหายไปตามระบบเกมปกติ แต่กลับบิดเบี้ยวกลายเป็นเสาหมอกสีดำทึบขนาดมหึมา ลมพายุหมุนขนาดย่อมก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กลิ่นอายความชั่วร้ายที่เข้มข้นยิ่งกว่าตัวราชาปีศาจเอลริคเสียอีกแผ่ซ่านออกมาจนขนลุกซู่
โบนี่หยุดมือจากการรดน้ำ มันหันขวับไปมองเสาหมอกนั้นด้วยเบ้าตาที่ส่องประกายสีฟ้าอันตราย เช่นเดียวกับเซนที่หุบยิ้มลง รอยยิ้มสบายๆ ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังเป็นครั้งแรกในรอบหลายตอนนี้
หมอกสีดำค่อยๆ แยกตัวออก เผยให้เห็นรองเท้าเกราะเหล็กสีทองอร่ามก้าวเหยียบลงบนพื้นดิน พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง
“ช่างเป็นฟาร์มที่น่าสนใจเสียจริง… นึกไม่ถึงว่าเนโครแมนเซอร์นอกรีต จะมาแอบซ่อนตัวอยู่ ณ ดินแดนกันดารเช่นนี้…”
ร่างในชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์เปล่งแสงเจิดจ้าปรากฏขึ้น พร้อมกับตราสัญลักษณ์รูปกางเขนไขวัชพืชที่ปักอยู่บนอกเสื้อ—สมาคมอัศวินหลวงแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์!
และก่อนที่เซนจะทันได้เอ่ยปากทักทายแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ อัศวินเกราะทองคำผู้นั้นก็ชี้ดาบยาวเข้าใส่หน้าผากของเขาโดยตรง พร้อมกับประกาศิตก้องกังวาน
“ในนามแห่งองค์ศาสดา ข้าขอสั่งประหารชีวิตเจ้าและทำลายพืชอัปมงคลเหล่านี้ให้สิ้นซาก… เอ๊ะ? เดียวก่อนนะ… นั่นมันกลิ่นของ ‘โสมโลหิตสวรรค์’ ที่สูญหายไปเมื่อพันปีก่อนไม่ใช่หรอกเรอะ!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับแปลงผักสุดป่วนนี้ครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า! - เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 6
ผักกาดขาวเวทมนตร์
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!