“อย่าแม้แต่จะคิดเชียว เจ้าโครงกระดูกเดินได้” ผมแค่นเสียงตอบกลับ พลางขยับตัวบังแปลงผักกาดขาวพันธุ์ออร์แกนิกที่ผมเพิ่งใช้เวทมนตร์ ‘ปลุกเสกความหวาน’ ลงไปเมื่อเช้า
เจ้าของมือสีขาวซีดที่ยื่นดาบเพลิงนรกมาตรงหน้าชะงักไปเล็กน้อย ภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทนั้นไม่มีใบหน้า มีเพียงดวงตาสีเลือดที่วาวโรจน์ท่ามกลางความมืดมิดของโรงเก็บฟาง มันคือนักเดินทางไร้นาม หรือที่ผู้เล่นระดับสูงเรียกกันว่า ‘ผู้ส่งสารแห่งความวิปลาส’ NPC ลึกลับที่โผล่มาท้าดวลคนทั่วเซิร์ฟเวอร์ แต่ในวันนี้ มันกลับมาเพื่อ ‘ผัก’
“เจ้าจะเอาผักกาดพวกนี้ไปทำไม?” ผมถามพลางกอดอก ดาบเล่มนั้นสั่นไหวจนไอความร้อนทำให้หญ้าแห้งรอบๆ เริ่มเกรียม แต่ใจผมกลับจดจ่ออยู่กับหัวผักกาดที่เพิ่งได้รับน้ำหมักชีวภาพจากราชาปีศาจเอลริค
“ข้า… หิว” เสียงของมันแหบแห้งเหมือนแผ่นไม้เสียดสีกัน “พลังแห่งนรกไม่สามารถเติมเต็มความว่างเปล่าในกระเพาะที่ตายไปนานปีได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่ปลูกด้วยความรักของจอมเนโครแมนเซอร์ที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรเท่านั้น ที่จะถอนคำสาปแห่งความหิวโหยนี้ได้”
ผมลอบถอนหายใจ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? เนโครแมนเซอร์อย่างผมต้องมาทำหน้าที่เป็นเชฟให้วิญญาณเร่ร่อนงั้นหรือ?
“โบนี่” ผมเรียกเบาๆ
เจ้าโครงกระดูกในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูลายดอกไม้เดินนวยนาดออกมาจากมุมมืด มันถือจอบขึ้นสนิมในมือซ้าย และตะกร้าหวายที่มีผักกาดสดกรอบเต็มตะกร้าในมือขวา โบนี่มองดาบเล่มนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันมามองผมแล้วเอียงคอทำเสียง ‘กึกๆ’ เป็นเชิงถาม
“เอาของมา” ผมสั่ง
เจ้าของดาบยื่นมือมาคว้าตะกร้าผักกาดไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความตายที่เคยแผ่ออกมาอย่างคุกคามค่อยๆ จางลงจนกลายเป็นเพียงไอเย็นปกติ มันก้มลงเด็ดใบผักกาดหนึ่งใบขึ้นมาเคี้ยวอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงเคี้ยวดังกร้วมกร๊าดท่ามกลางความเงียบของฟาร์ม
ขณะที่มันกำลังเคี้ยว ผิวหนังที่เคยแห้งกร้านก็เริ่มมีน้ำมีนวลขึ้น ดวงตาสีเลือดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนจางๆ มันวางดาบเพลิงนรก ‘กรงเล็บอเวจี’ ลงบนกองฟางเบาๆ อย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
“เจ้าคงไม่ได้ตั้งใจจะเอาแค่ผักกาดหรอกใช่ไหม?” ผมถามพลางหยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาตรวจสอบ น้ำหนักมันเบากว่าที่คิด แต่กลับแฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่รุนแรงจนน่าขนลุก นี่คืออาวุธระดับตำนานที่ทุกคนในเซิร์ฟเวอร์ต้องหลั่งเลือดแลกมา แต่มันกลับยอมแลกกับผักกาดเพียงตะกร้าเดียว
“พลังของข้า... หมดลงแล้ว” มันเอ่ยเสียงแผ่ว “คำสาปนี้จะพาข้าไปสู่การดับสูญที่แท้จริง แต่ผักกาดของเจ้าช่วยยืดเวลาให้ข้าได้อีกหนึ่งวัน ข้ามีข้อเสนอใหม่”
“ผมไม่รับงานเพิ่มครับ แค่แปลงผักกาดกับดูแลราชาปีศาจที่เอาแต่บ่นเรื่องปุ๋ยหมักก็แทบไม่มีเวลาจะนอนแล้ว” ผมปฏิเสธทันควัน
มันหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงที่ฟังดูเศร้าสร้อย “เจ้าเข้าใจผิดแล้ว เนโครแมนเซอร์... ข้าไม่ได้มาเพื่อว่าจ้าง แต่ข้ามาเพื่อเตือน เจ้าคิดว่าผักกาดของเจ้าอร่อยเพียงเพราะดินอุดมสมบูรณ์งั้นหรือ? ไม่เลย... มันอร่อยเพราะเจ้ากำลังนำ 'พลังวิญญาณแห่งชีวิต' ที่เจ้ามีอยู่ถ่ายทอดลงไป และนั่นแหละที่กำลังดึงดูด ‘บางสิ่ง’ ให้ข้ามประตูมิติมาหาเจ้าในคืนนี้”
ผมชะงัก ดาบในมือเกือบหลุดมือตกลงพื้น
“ใคร? ใครที่กำลังมา?”
มันไม่ตอบ แต่ร่างของมันกลับเลือนรางกลายเป็นฝุ่นสีเทาที่ปลิวว่อนไปตามลม ก่อนจะสลายไป ทิ้งไว้เพียงกล่องไม้ใบเก่าที่วางอยู่บนกองผักกาดที่เหลือ ผมรีบเปิดกล่องออก ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจนต้องหยีตา ภายในนั้นไม่ใช่สมบัติล้ำค่า แต่เป็นเมล็ดพันธุ์สีดำสนิทที่เต้นตุบๆ เหมือนหัวใจของสิ่งมีชีวิต
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูฟาร์ม ไม่ใช่เสียงของโบนี่ และไม่ใช่เสียงของราชาปีศาจเอลริคที่กำลังง่วนอยู่กับการกลับกองปุ๋ย
“ในที่สุด... ข้าก็หาเจอ ฟาร์มที่ซ่อนพลังแห่งการชุบชีวิตที่สาบสูญไปนับพันปี”
ชายร่างสูงในชุดเกราะทองคำยืนเด่นสง่าอยู่หน้าประตูฟาร์ม แววตาของเขาเยือกเย็นจนทำให้อุณหภูมิในโรงเก็บฟางลดฮวบลงจนเกิดน้ำแข็งเกาะที่ปลายจอบของโบนี่ เขาไม่ใช่ผู้เล่น แต่คือ ‘ผู้คุมกฎแห่งทวีปมืด’ ที่ไม่ควรจะมาปรากฏตัวในสถานที่กระจอกๆ แบบนี้
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันปั่นป่วนของเนโครแมนเซอร์เกษตรกรคนนี้เสมอนะครับ
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 11
การแลกเปลี่ยนที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!