เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 8

โบนี่ในชุดผ้ากันเปื้อน

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
“ถ้าแกยังผูกปมผ้ากันเปื้อนพลาดเป็นรอบที่สาม ฉันจะเอาแกไปทำเป็นโครงกระดูกเฝ้าเล้าไก่จริงๆ ด้วย เอลริค” เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังลอดออกมาจากริมฝีปากของเซน ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวตวัดปมผ้าเชือกฝ้ายสีชมพูอ่อนให้เข้าที่บริเวณแผ่นอกโครงกระดูกขนาดมหึมาที่ยืนตัวเกร็งเป็นเสาหินอยู่ตรงหน้า กลิ่นอายความตายอันน่าสะพรึงกลัวที่เคยแผ่ออกมาจากอดีตราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้ถูกกลบด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรดอกไม้ป่าจนหมดสิ้น เอลริค—ผู้ซึ่งบัดนี้อยู่ในสภาพ ‘พนักงานต้อนรับฝึกหัด’ ประจำแปลงเกษตรมรณะ—ขยับกรามลั่นกรับๆ ด้วยความคับแค้นใจ ดวงตาสีแดงฉานที่เคยใช้มองกองทัพนับแสนด้วยความเหยียดหยาม ตอนนี้กลับต้องเหลือบมองริบบิ้นสีชมพูฟรุ้งฟริ้งที่ผูกเป็นรูปโบว์น่ารักอยู่บนซี่โครงซีกซ้ายด้วยความรู้สึกพะอืดพะอมที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ “ข้าคือราชาปีศาจ… ผู้ครองพิภพมืด… ไม่ใช่… ไม่ใช่เด็กเสิร์ฟในคาเฟ่เวทมนตร์นะ เจ้ามนุษย์สารเลว!” เอลริคเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามขยับแขนที่เกร็งทื่อเพื่อแกะสิ่งแปลกปลอมออกจากร่าง แต่เพียงแค่ปลายนิ้วแตะโดนเชือก เซนก็ส่งสายตาดุๆ ชนิดที่ทำเอาวิญญาณในเบ้าตาของอดีตจอมมารต้องหดกลับด้วยความหวาดผวา “จำไม่ได้หรือไง ว่าใครเป็นคนทำสัญญาใช้หนี้ค่าปุ๋ยหมักมูลไก่วิเศษสามตันเมื่อเดือนก่อน?” เซนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มือข้างหนึ่งหยิบหมวกทรงฟักทองสานใบจิ๋วมาสวมแปะลงบนกะโหลกเกลี้ยงเกลาของเอลริคอย่างเบามือ “หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อประจำตลาดสด ‘หุบเขาพยัคฆ์คำราม’ กำลังจะมาถึงหน้าแปลงในอีกสิบนาทีนี้ ถ้าผักกาดหอมหัวใจมังกรของฉันขายไม่ออกเพราะพนักงานต้อนรับหน้าตาบูดบึ้ง แกจะได้รู้ว่าการถูกปลดระวางไปเป็นปุ๋ยเร่งโตมันทรมานแค่ไหน” ในขณะที่เซนกำลังจัดระเบียบกระดุมไม้บนเสื้อเชルต์แขนยาวตัวโคร่งที่บังคับให้โครงกระดูกระดับภัยพิบัติสวมทับโครงกระดูกอีกที โบนี่—ลูกน้องมือขวาผู้ซื่อสัตย์และเป็นโครงกระดูกตัวโปรด—ก็เดินเตาะแตะเข้ามาในโรงเรือนเพาะชำด้วยท่าทางกระตือรือร้น ร่างกระดูกของโบนี่ถูกตกแต่งด้วยเอี๊ยมผ้ากันเปื้อนสีชมพูเข้าชุด มีกระเป๋าหน้าท้องสำหรับใส่กรรไกรตัดแต่งกิ่งและซองเมล็ดพันธุ์ครบครัน มันส่งเสียงกั๊กๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี พร้อมกับยื่นกระดาษทิชชูเปียกให้เซนเช็ดมืออย่างรู้ใจ “ดีมาก โบนี่ แกนี่มันยอดเยี่ยมกว่าราชาปีศาจแถวนี้ร้อยเท่า” เซนรับทิชชูมาเช็ดคราบดินปืนและเศษปุ๋ยคอกออกอย่างลวกๆ พรางปรายตามองเอลริคที่ยืนหน้าบึ้ง (ถ้าโครงกระดูกจะมีหน้าได้) เป็นการเปรียบเทียบ “ข้าเกลียดเจ้า…” เอลริคพึมพำด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความจำยอม “ข้าสาบานว่าถ้าข้าได้พลังคืนมาเมื่อไหร่…” “ถ้าแกได้พลังคืนมา แกก็ยังต้องส่งส่วยผักกาดออร์แกนิกให้ฉันอยู่ดี เพราะแกติดใจซุปหัวหอมที่ฉันทำทุกเย็น” เซนตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหันไปสำรวจภาพรวมของกองทัพโครงกระดูกนับสิบตัวที่ถูกเกณฑ์มา ‘แปลงโฉม’ ในวันนี้ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือความหลอนปนความน่ารักที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะอยู่ร่วมกันได้ กองทัพโครงกระดูกนักรบที่เคยถือดาบและโล่โลหะดำทะมฬ บัดนี้เปลี่ยนมาสะพายตะกร้าหวายสานบรรจุผลผลิตสดใหม่จากไร่ สวมหมวกปีกกว้างกันแดด และมีผ้ากันเปื้อนสีพาสเทลคลุมทับเกราะกระดูกอย่างเรียบร้อย บางตัวที่มีรอยแตกหักจากการต่อสู้ก็ถูกแปะทับด้วยพลาสเตอร์ลายการ์ตูนรูปแครอทสีส้มสดใส—ซึ่งเป็นฝีมือการตกแต่งของโบนี่เอง นี่ไม่ใช่ฟาร์มธรรมดา… แต่มันคืออาณาจักรเกษตรกรรมกึ่งเนโครแมนเซอร์ที่พร้อมจะต้อนรับ ‘แขกวีไอพี’ ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเขตการค้าชายแดน “จำไว้…” เซนหันกลับมาสั่งการด้วยน้ำเสียงจริงจังจนบรรยากาศรอบตัวอุณห็ภูมิลดฮวบ “เวลาหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อถามว่าทำไมปุ๋ยของเราถึงทำให้ผักโตไวและมีพลังเวทเข้มข้น ห้ามตอบว่าใช้ซากออร์คหมักเด็ดขาด ให้ตอบว่า ‘เป็นเพราะความรักและความใส่ใจจากธรรมชาติ’ เข้าใจไหม?” เอลริคพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาจากจมูกที่ไม่มีเนื้อ “ความรักบ้าบออะไร นั่นมันกลิ่นซากศพเน่าๆ ชัดๆ!” “นั่นคือปุ๋ยหมักชีวภาพสูตรพิเศษต่างหาก!” เซนตอกกลับเสียงเขียว ก่อนที่เสียงระฆังไม้ไผ่หน้าทางเข้าแปลงเกษตรจะดังขึ้น—*ก๊อง… ก๊อง… ก๊อง…* เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงล้อเกวียนเหล็กกระทบกับพื้นหินกรวดดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ บ่งบอกถึงการมาถึงของแขกคนสำคัญ บรรยากาศภายในโรงเรือนพลันเงียบสงบลงทันที โบนี่รีบวิ่งไปยืนประจำจุดต้อนรับพร้อมกับถือถาดไม้ใส่ผ้าเย็นและน้ำชาสมุนไพร ส่วนเอลริคถูกผลักให้อยู่แถวหน้าสุดในฐานะพนักงานต้อนรับกิตติมศักดิ์ เซนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ รอยยิ้มแบบพ่อค้าหน้าเลือดถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าอย่างแนบเนียน เขาก้าวเท้าเดินนำหน้ากองทัพโครงกระดูกในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูออกไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนที่ยืนรออยู่หลังประตูรั้วไม้ไผ่ ทว่า… ทันทีที่เงาร่างของแขกผู้มาเยือนก้าวพ้นซุ้มประตูไม้พุดซ้อน รอยยิ้มบนใบหน้าของเซนก็แข็งค้าง ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อร่างอ้วนท้วมคนเดิมที่เขาคุ้นเคย… แต่กลับเป็นหญิงสาวในชุดคลุมนักเวทสีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายตราสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์แห่ง ‘มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ลูเมน’—องค์กรศาสนาจักรผู้กวาดล้างเนโครแมนเซอร์อย่างไร้ความปรานี และเธอกำลังถือ ‘คทาพิพากษา’ เล่มโตที่ส่องแสงสีทองเจิดจ้าขับไล่กลิ่นอายความตายรอบตัวจนระเหยเป็นควันจางๆ “สวัสดี… ท่านเนโครแมนเซอร์ฝึกหัด” หญิงสาวเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานใส แต่แฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบจนน่าขนลุก ใบหน้างดงามราวกับรูปสลักปรายตามองไปที่เอลริคในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูและโบนี่ที่ถือถาดชา ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ตัวเซน “ฉันได้รับรายงานว่า ที่นี่มีกองทัพผีดิบผิดกฎหมาย… แถมยังรสนิยมจัดจ้านไม่เบาเลยนี่คะ” เซนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวตนของเขาถูกเปิดเผยเสียแล้ว และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าการถูกจับกุม คือการที่แปลงผักออร์แกนิกมูลค่าหลายหมื่นเหรียญทองกำลังจะกลายเป็นลานประหารในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในวิถีเกษตรกรรมสุดป่วนนี้กับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%