เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 36

อดีตของโบนี่

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"เจ้าเคยสงสัยบ้างไหมว่า ทำไมเจ้าถึงได้เลือกข้าขึ้นมาเป็นตัวแรกในวันที่เจ้ายังเป็นแค่นักเวทฝึกหัดกระจอกๆ คนหนึ่ง?" เสียงกึกกักดังก้องอยู่ภายในมิติแห่งความทรงจำที่บิดเบี้ยว ราวกับเศษแก้วที่แตกกระจายแล้วถูกนำมาประกอบใหม่ด้วยกาวแห่งวิญญาณ โบนี่—โครงกระดูกในผ้ากันเปื้อนสีชมพูตัวเก่ง—ไม่ได้ขยับปากพูด แต่น้ำเสียงนั้นดังกังวานอยู่ในจิตใต้สำนึกของเซน ชัดเจนจนน่าประหลาดใจ เซนหยุดมือที่กำลังตักปุ๋ยหมักใส่ถัง เขาหันไปมองร่างไร้เนื้อหนังที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ข้างกองปุ๋ย ดวงตาสีฟ้าจางในเบ้าตาว่างเปล่าของโบนี่ไม่ได้มองมาที่เขา แต่มันกำลังจ้องเขม็งไปยังรั้วไม้ที่กั้นเขตแดนฟาร์มเอาไว้ "จู่ๆ ก็นึกครึ้มอะไรขึ้นมาถึงได้ถามเรื่องเก่าเก็บแบบนั้นล่ะ โบนี่?" เซนถามพลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก "ข้าก็แค่... ตอนนั้นข้าต้องการใครสักคนมาช่วยแบกกระสอบดิน ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนหรอก" "โกหก" โบนี่ตอบสั้นๆ ร่างกระดูกนั้นขยับตัวด้วยท่วงท่าที่ดูเป็นธรรมชาติจนน่ากลัว มันค่อยๆ วางพลั่วลงกับพื้นก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนกองฟาง "เจ้าไม่ได้เลือกข้าเพราะข้าแข็งแรงที่สุด หรือเพราะข้ามีพลังเวทสูงส่งที่สุด เจ้าเลือกข้าเพราะเจ้าเห็น... 'เศษเสี้ยว' ของสิ่งที่ข้าเคยเป็น" บรรยากาศรอบฟาร์มที่เคยคึกคักด้วยเสียงเหล่าโครงกระดูกลูกน้องคนอื่นๆ ดูเหมือนจะเงียบงันลงทันที ราวกับมีม่านพลังงานบางอย่างถูกกางกั้นไม่ให้ใครเข้ามารบกวนบทสนทนานี้ เซนวางถังปุ๋ยลง เขาเดินไปนั่งข้างๆ โครงกระดูกคู่ใจ ความเงียบระหว่างทั้งสองคนไม่ใช่ความอึดอัด แต่เป็นความเงียบที่สะสมมานานหลายร้อยชั่วโมงของการทำฟาร์มร่วมกัน "เจ้าจำได้แล้วเหรอ?" "ความทรงจำของพวกเรามันเหมือนกับเมล็ดพันธุ์ที่ฝังอยู่ในดินที่แห้งแล้งนะครับท่านเซน" โบนี่เอื้อมมือที่เหลือเพียงกระดูกไปสัมผัสต้นมะเขือเทศที่กำลังออกผล "ยิ่งเจ้าปลูกผัก ยิ่งเจ้าใช้มานาหล่อเลี้ยงที่นี่ ความทรงจำที่ข้าเคยคิดว่าถูกลบไปแล้ว มันก็เริ่มแตกหน่อ" ในความทรงจำที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวของเซนผ่านกระแสจิต โลกไม่ได้เป็นฟาร์มแสนสุขแบบนี้ แต่เป็นสมรภูมิที่นองไปด้วยเลือดและกลิ่นไหม้ของเนื้อสัตว์ เอลริคในวัยหนุ่ม—ชายผู้เย่อหยิ่งที่มีดวงตาดั่งอสรพิษ—กำลังยืนตระหง่านอยู่บนซากศพของทหารนับหมื่น และในกองซากศพนั้น มีชายคนหนึ่งสวมชุดเกราะที่แตกละเอียด มือของเขากำจี้ห้อยคอที่เป็นรูปใบไม้แห้งเอาไว้แน่น ชายคนนั้นคืออัศวินผู้พ่ายแพ้... ชายผู้ที่ก่อนตายปรารถนาเพียงแค่ว่า หากชาติหน้ามีจริง เขาขอเพียงได้อยู่ในที่ที่เงียบสงบ ได้มองดูผืนดินที่เขียวขจี ไม่ใช่ดินที่ชุ่มไปด้วยเลือด "ข้าคืออัศวินที่ไร้ชื่อ" โบนี่เอ่ยต่อ "และเจ้า... คือจอมเวทที่บังเอิญเดินผ่านมาในวันที่ข้ากำลังจะสูญสลายไปในความว่างเปล่า เจ้าเก็บวิญญาณที่เกือบจะแหลกสลายของข้าไว้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าในจิตใต้สำนึกของข้ามีเพียงความปรารถนาเดียวคือ 'การเพาะปลูก'" เซนจ้องมองผ้ากันเปื้อนสีชมพูที่เปื้อนคราบดินของโบนี่ ความรู้สึกผิดแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมโบนี่ถึงได้ขยันขันแข็งนัก ทำไมมันถึงทะนุถนอมต้นไม้ทุกต้นราวกับเป็นชีวิตของมันเอง เพราะสำหรับโบนี่ นี่ไม่ใช่แค่เกมออนไลน์ แต่มันคือการชดเชยเวลาที่สูญเสียไปในสมรภูมิรบ "ข้าขอโทษนะโบนี่ ข้าไม่เคยรู้เลยว่าการเรียกเจ้ามา... มันคือการฝืนกฎของวัฏจักรเพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นของข้าเอง" เซนพูดเสียงแผ่ว "ไม่ต้องขอโทษหรอกครับท่านเซน" โบนี่หันกลับมามองเซน "ถ้าไม่มีท่าน ข้าก็คงเป็นเพียงฝุ่นผงในสงครามของเอลริค การได้มาถอนหญ้า พรวนดิน และเห็นผลผลิตที่เติบโต... นั่นคือสวรรค์ที่ข้าปรารถนาแล้ว" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังซาบซึ้ง ทันใดนั้นท้องฟ้าเหนือฟาร์มก็มืดมิดลง ราวกับถูกหมึกดำสาดใส่ พลังมานาอันคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านเข้ามาจนพืชผักรอบตัวสั่นไหว ร่างของราชาปีศาจเอลริคปรากฏกายขึ้นกลางอากาศ แต่คราวนี้แววตาของเขามันต่างออกไป มันไม่ใช่ความเย่อหยิ่งที่เคยมี แต่มันคือความตื่นตะลึง "เจ้า... เจ้าโครงกระดูกตัวนั้น" เอลริคชี้ดาบมายังโบนี่ เสียงของเขาสั่นเครือ "ความทรงจำที่หายไปของกองทัพที่หนึ่ง... บันทึกการหายตัวไปของอัศวินกบฏผู้นั้น... ทำไมมันถึงมาอยู่ในร่างเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดที่เอาแต่ทำฟาร์มแบบเจ้าได้!" โบนี่ลุกขึ้นยืนช้าๆ ผ้ากันเปื้อนสีชมพูของมันพลิ้วไหวตามแรงลมที่ไม่ควรจะมีอยู่จริง มือที่เคยจับแต่จอบและพลั่ว ค่อยๆ กางนิ้วออก เผยให้เห็นไอสีดำที่เริ่มควบแน่นกลายเป็นดาบเล่มเดิมที่มันเคยถือเมื่อหลายร้อยปีก่อน เซนลุกขึ้นยืน เค้นมานาในตัวออกมาเตรียมพร้อม เขาไม่รู้ว่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้าจะทำอย่างไรกับโบนี่ แต่เขารู้ดีอย่างหนึ่ง... ถ้าใครจะพรากมือขวาที่แสนขยันขันแข็งคนนี้ไปจากฟาร์มของเขา มันผู้นั้นต้องผ่านศพของเกษตรกรอย่างเขาไปก่อน เอลริคไม่ได้มองเซนเลย สายตาของเขามุ่งตรงไปที่โบนี่ "ข้าตามหาเจ้ามาตลอด ข้าต้องการ 'พลังแห่งการฟื้นฟูผืนดิน' ที่เจ้าครอบครอง... ส่งตัวมันมาให้ข้า แล้วข้าจะยอมละเว้นที่นี่!" เซนยิ้มออกมาเล็กน้อย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดถึงขีดสุด เขาหยิบถุงเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาแล้วโปรยลงบนพื้นรอบตัวโบนี่ ทันใดนั้นต้นไม้เถาวัลย์ยักษ์ก็พุ่งขึ้นจากดินมารัดพันรอบร่างของราชาปีศาจเอาไว้ "ข้าว่าท่านคงจำคนผิดแล้วล่ะเอลริค" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความเด็ดขาด "ที่นี่ไม่มีอัศวินกบฏ... มีแต่โบนี่ มือขวาของข้าที่ต้องไปจัดตารางการเก็บเกี่ยวในวันพรุ่งนี้... เพราะฉะนั้น อย่าได้มาทำลายสวนผักของพวกเราเลยครับ" ทว่าก่อนที่เอลริคจะปลดปล่อยพลังทำลายล้าง เถาวัลย์ที่รัดตัวเขากลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเลือด และดวงตาของโบนี่ก็เปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดงฉาน... ความทรงจำที่เซนเห็นเมื่อครู่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เพราะลึกลงไปกว่านั้น ในแก่นแท้วิญญาณของโบนี่ ยังมี "บางอย่าง" ที่ถูกผนึกไว้ซึ่งแม้แต่ตัวมันเองก็ไม่เคยล่วงรู้ "ท่านเซน..." โบนี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลึกและทรงพลังจนพื้นดินใต้เท้าพวกเขาสั่นสะเทือน "ท่านรู้ไหมว่าทำไมท่านถึงถูกเลือกให้มาที่ฟาร์มแห่งนี้... และทำไม... 'กุญแจ' ถึงอยู่ในตัวข้า" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในฟาร์มอันแสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความลับนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%