“ถ้าท่านไม่อยากกลายเป็นปุ๋ยสูตรพิเศษสำหรับแปลงมะเขือเทศราชินีชุดนี้ ก็กรุณาหยุดทำหน้าเหมือนคนกินยาขมแล้วหยิบจอบนั่นขึ้นมาเถอะครับ ท่านจอมมาร”
เสียงทุ้มต่ำของเซนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แสนอึดอัด ในมือของเขากำลังถือถังน้ำที่มีกลิ่นปุ๋ยหมักสูตรเฉพาะตัว ขณะที่เบื้องหน้าของเขาคือจอมมารเอลริคผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้ชายผู้ที่เคยข่มขวัญไปทั่วทุกทวีปกำลังยืนถือจอบด้ามไม้ด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ โดยมีโบนี่ โครงกระดูกผู้สวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหวว ยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลังพร้อมถือถังใส่เมล็ดพันธุ์ด้วยสายตาว่างเปล่า
เอลริคแค่นเสียงหึในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจอาวุธสังหารจ้องมองไปยังเหล่าโครงกระดูกที่กำลังพรวนดินอย่างขยันขันแข็งด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก “ข้าคือผู้ปกครองมวลปีศาจ... ไม่ใช่ชาวนาในฟาร์มบ้านนอกแบบเจ้า เซน”
“นั่นคืออดีตครับ” เซนตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า “ปัจจุบันท่านคือผู้ช่วยฝึกหัดที่ผมเพิ่ง ‘จ้าง’ มาด้วยเงื่อนไขที่ว่า ถ้างานไม่เสร็จตามเป้า ท่านจะได้ลิ้มรสสกิล ‘คืนชีพเป็นปุ๋ย’ ของผมจริงๆ”
เอลริคเม้มปากแน่น ความทะเยอทะยานที่เคยมีในการยึดครองฟาร์มแห่งนี้เพื่อใช้เป็นฐานทัพลับเริ่มสั่นคลอน เมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบๆ สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่คุกที่มืดมิดหรือดินแดนรกร้าง แต่เป็นแปลงผักที่เขียวขจีอย่างผิดธรรมชาติ พลังเวทมนตร์แห่งความตายของเซนไม่ได้ถูกใช้เพื่อทำลายล้าง แต่มันกลับถูกใช้เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชพรรณอย่างน่าประหลาดใจ
“หยิบตะกร้าไปเก็บมะเขือเทศที่สุกได้ที่แถวนั้นทีครับ” เซนออกคำสั่งพลางผายมือไปยังแปลงมะเขือเทศที่ลูกสีแดงสดกำลังเปล่งประกายล้อแสงอาทิตย์
จอมมารเดินไปอย่างเสียไม่ได้ เขาคว้าลูกมะเขือเทศสีแดงก่ำขึ้นมาด้วยความรู้สึกรังเกียจในตอนแรก แต่เมื่อผิวสัมผัสที่บางใสและความชื้นเย็นของมันแตะลงบนฝ่ามือ กลิ่นหอมสดชื่นก็ลอยแตะจมูก เอลริคลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจกัดเข้าไปคำเล็กๆ
เพียงเสี้ยววินาที รสชาติหวานฉ่ำที่ซ่อนความเปรี้ยวเล็กน้อยกระจายไปทั่วปาก ราวกับมีน้ำพุแห่งชีวิตระเบิดออกมา เอลริคเบิกตากว้าง ความแข็งกร้าวบนใบหน้าอ่อนลงทันที เขาหยิบมะเขือเทศลูกที่สองขึ้นมาแล้วยัดเข้าปากอย่างรวดเร็วโดยลืมความเย่อหยิ่งของตนไปจนสิ้น
“นี่มัน... อะไรกัน” จอมมารพึมพำ น้ำเสียงที่เคยดุดันกลับสั่นเครือด้วยความทึ่ง “ข้ากินอาหารชั้นเลิศในวังจอมมารมานับร้อยปี แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับผักที่ปลูกด้วยพลังเวทชั้นต่ำแบบนี้”
เซนหัวเราะเบาๆ “พลังของเนโครแมนเซอร์ไม่ใช่แค่การควบคุมคนตายครับท่านเอลริค แต่มันคือการเข้าใจวงจรชีวิต... ความตายเป็นจุดเริ่มต้นของอาหาร และอาหารคือพลังชีวิต ท่านกำลังทานความพยายามของโบนี่กับผมอยู่นะครับ”
โบนี่ที่ยืนฟังอยู่ก้มหัวลงเล็กน้อยในเชิงรับคำชม ก่อนจะใช้มือโครงกระดูกหยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพูขึ้นมาเช็ดฝุ่นออกจากใบของต้นมะเขือเทศอย่างอ่อนโยน ภาพที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงระหว่างสัตว์ประหลาดในคราบจอมมารกับโครงกระดูกในผ้ากันเปื้อนทำเอาเอลริคถึงกับหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น
“เจ้ามันตัวประหลาดจริงๆ เซน” จอมมารลดจอบในมือลง สายตาเปลี่ยนจากความต้องการยึดครองมาเป็นความสนใจใคร่รู้ “เจ้ามีความสามารถที่จะเปลี่ยนโลกได้ แต่เจ้ากลับเลือกที่จะมาปลูกมะเขือเทศในมุมมืดของเกมออนไลน์เนี่ยนะ?”
“โลกข้างนอกนั่นวุ่นวายเกินไปครับท่าน” เซนเดินเข้าไปใกล้ เอื้อมมือไปเก็บมะเขือเทศอีกลูกส่งให้จอมมาร “ที่นี่ไม่มีการแก่งแย่ง ไม่มีดาบที่ต้องเปื้อนเลือด มีแค่ความสุขที่เห็นต้นไม้เติบโต ถ้าท่านอยากจะอยู่ที่นี่ต่อเพื่อทานมะเขือเทศในวันพรุ่งนี้ ท่านก็แค่ต้องช่วยผมพรวนดินให้เสร็จ... ตกลงไหมครับ?”
เอลริครับมะเขือเทศจากมือของเซน แววตาของจอมมารฉายแววตัดสินใจบางอย่าง “ถ้าข้าช่วยเจ้า... ข้าจะได้กินนี่ทุกวันงั้นหรือ?”
“ถ้าท่านทำงานได้ดีพอ ผมอาจจะมีสูตรลับสำหรับทำสลัดให้ท่านด้วย”
ทันใดนั้น บรรยากาศที่อบอุ่นและเงียบสงบในฟาร์มก็ถูกทำลายลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนที่ไม่ได้อยู่ในฐานะแขกผู้มาเยือนดังมาจากทางเข้าฟาร์ม พร้อมกับไอสังหารที่รุนแรงจนต้นมะเขือเทศเริ่มสั่นไหว ผ้าม่านพลังเวทที่เซนติดตั้งไว้เพื่อป้องกันการบุกรุกเริ่มส่งเสียงร้องเตือนด้วยความถี่สูง
เอลริคหันขวับไปทางต้นเสียง นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยสัญชาตญาณนักรบ “มีคนบุกรุก... และดูเหมือนพวกมันไม่ได้มาเพื่อชิมมะเขือเทศของเจ้าหรอกนะ เซน”
เซนวางถังปุ๋ยลงอย่างใจเย็น เขาขยับผ้าพันคอเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมองไปยังเงาดำที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านพุ่มไม้เข้ามา “ดูเหมือนว่าความสงบสุขของวันนี้จะจบลงเร็วกว่าที่คิดนะครับ โบนี่... เตรียมเครื่องมือให้พร้อม”
โครงกระดูกในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูหยิบเคียวขนาดยักษ์ออกมาจากหลัง พร้อมกับเปลวไฟสีน้ำเงินที่ลุกโชนขึ้นในเบ้าตา แต่สิ่งที่ทำให้เซนต้องขมวดคิ้วไม่ใช่จำนวนศัตรูที่มาเยือน... หากแต่เป็นตราสัญลักษณ์บนชุดเกราะของผู้นำกลุ่มที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในเขตฟาร์ม
“นั่นมัน... สมาพันธ์ผู้กล้าอันดับหนึ่งงั้นเหรอ?” เอลริคเค้นเสียงถามด้วยความสงสัย
เซนถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวไปขวางหน้าแปลงมะเขือเทศราคาแพงที่สุดของเขา “ดูท่าทางแล้ว พวกเขาสงสัยว่าทำไมจอมมารที่หายสาบสูญไป ถึงมานั่งปอกมะเขือเทศอยู่ในฟาร์มลับของเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดหรอกครับท่านจอมมาร... งานเข้าเสียแล้วสิเรา”
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด เงาดำนั้นหยุดลงตรงหน้าพวกเขา ผู้นำกลุ่มผู้กล้าชักดาบศักดิ์สิทธิ์ออกมาพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “ในที่สุดก็เจอตัวสักที... จอมมารเอลริค และไอ้คนสวนที่คอยชุบเลี้ยงความชั่วร้าย”
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของชาวนาและจอมมารในตอนนี้นะครับ!
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 23
การมาเยือนของจอมมารเอลริค
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!