เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน•ตอนที่ 46

ข่าวลือการสละบัลลังก์

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"ถ้าพวกเจ้ายังหาตัวฝ่าบาทไม่เจอภายในสามวัน ข้าจะถลกหนังหัวโครงกระดูกของพวกเจ้ามาทำเป็นผ้ากันเปื้อนไว้ใส่ตอนทำความสะอาดคอกม้า!" เสียงคำรามของแม่ทัพปีศาจ 'โบรกัน' สั่นสะเทือนไปทั่วท้องพระโรงสีเลือด กองทัพปีศาจระดับสูงนับร้อยชีวิตคุกเข่าตัวสั่นงก เงาปีศาจทอดตัวยาวตามแสงไฟสีม่วงอมเขียวของคบเพลิงเวทมนตร์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวาดผวาและความโกลาหลที่ไร้ทางออก จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ เอลริค ผู้เคยประกาศกร้าวว่าจะกวาดล้างมนุษยชาติให้ราบคาบ กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากปราสาทมืดเมื่อสามคืนก่อน ราวกับระเหยกลายเป็นไอในอากาศ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีกลิ่นอายเวทมนตร์แปลกปลอม หลงเหลือไว้เพียงกระดาษโนญาตแผ่นเดียวที่วางอยู่บนบัลลังก์กระดูกมนุษย์ ซึ่งเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของจอมมารเองใจความสั้นๆ ว่า... *'ข้าไปเรียนรู้วิชาลับเพื่อเพิ่มพูนแสนยานุภาพ อย่าตามหา หากไม่อยากกลายเป็นปุ๋ยหมัก'* คำว่า 'ปุ๋ยหมัก' ในตอนนั้น พวกเขาคิดว่าเป็นเพียงคำเปรียบเปรยเชิงปรัชญาอันล้ำลึกของประมุข แต่ในเวลานี้ เมื่อเวลาล่วงเลยไปและไม่มีแม้แต่เงาของการติดต่อกลับมา ความตื่นตระหนกจึงเริ่มกัดกินจิตใจของเหล่าเสนาบดีปีศาจ ข่าวลือเรื่องการสละบัลลังก์หรือการถูกลอบสังหารโดยกองกำลังลับเริ่มแพร่สะพัด ดินแดนปีศาจที่เคยเป็นระเบียบภายใต้กำปั้นเหล็กกำลังจะลุกเป็นไฟจากความไร้ผู้นำ ตัดภาพมา ณ ดินแดนชายขอบอันสงบสุข... ฟาร์มเวทมนตร์ขนาดกลางที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของดินร่วนปนปุ๋ยอินทรีย์ "โอ้โห โบนี่ วันนี้มะเขือเทศสีเลือดของเราผลผลิตงดงามยิ่งนัก ดูความเต่งตึงของผลสีแดงสดนั่นสิครับ ขนาดใหญ่เท่าหัวกะโหลกของทหารยามปีศาจเลยทีเดียว" เซน ในชุดเอี๊ยมยีนส์สีซีดและหมวกฟางใบเก่ง กำลังใช้มือลูบไล้ผลมะเขือเทศเวทมนตร์ด้วยแววตาปIIIเปี่ยมด้วยความรักใคร่ ข้างกายเขาคือ 'โบนี่' โครงกระดูกผู้ซื่อสัตย์ สวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหวว กำลังถือตะกร้าไม้สานอย่างทะมัดทะแมง โครงกระดูกไร้เนื้อหนังพยักหน้ารับหงึกหงัก ส่งเสียงก๊อกแก๊กในลำคอราวกับเห็นด้วยกับผู้เป็นนาย แต่ทว่า บรรยากาศอันแสนรื่นรมย์นี้กลับมีสิ่งแปลกปลอมทำลายลง... ที่มุมสวนแปลงปลูกแครอทสีทอง มีร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาใช้ช้อนพรวนดินขนาดเล็กขุดคุ้ยดินด้วยความชุลมุน เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยคราบดินโคลน เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้าอันหล่อเหลาที่บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความเหนื่อยล้า ชายผู้นั้นคือ 'เอลริค' ราชาปีศาจผู้เกรียงไกร จอมมารผู้ทรงอำนาจ บัดนี้ถูกลดสถานะเหลือเพียง "คนงานฝึกหัดแปลงเกษตรที่สาม" ตามคำสั่งลงทัณฑ์ของเซน เนื่องจากข้อหาบุกรุกพื้นที่และพยายามทำลายล้างพืชผลด้วยเวทมนตร์มืดเมื่อสัปดาห์ก่อน "นี่... เจ้ามนุษย์... เซน!" เอลริคส่งเสียงเรียกด้วยน้ำแหบแห้ง ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองแปลงผักตรงหน้าด้วยความคับแค้นใจ "ข้าเป็นถึงราชาแห่งดินแดนปีศาจนะ! เหตุใดข้าต้องมานั่งถอนวัชพืชและผสมปุ๋ยขี้ค้างคาวเวทมนตร์นี่ด้วยเล่า มือของข้า... มือที่เคยถือดาบอาคมสังหารเทพเจ้า บัดนี้มีแต่กลิ่นมูลสัตว์ติดอยู่จนล้างไม่อציแล้วนะ!" เซนหันกลับมามองด้วยรอยยิ้มละมุนละไมตามแบบฉบับสุภาพบุรุษผู้ใจดี เขาเดินเข้าไปใกล้ อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปตบไหล่จอมมารเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน "อย่าเพิ่งโวยวายไปเลยครับท่านเอลริค การทำเกษตรอินทรีย์ช่วยขัดเกลาจิตใจให้สงบนะกครับ ท่านดูรากเหง้าของปัญหาชีวิตสิครับ มันก็เหมือนกับการถอนวัชพืช ถ้าเราไม่ถอนออกตั้งแต่ราก มันก็จะกลับมาโตใหม่ได้อีก การที่ท่านมาอยู่ที่นี่ เรียนรู้การทำปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์และซากโครงกระดูก... มันคือศาสตร์แห่งความสมดุลเชียวนะครับ" "สมดุลบ้านเจ้าสิ!" เอลริคเกือบจะกระโดดขึ้นมาโวยวาย แต่เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นโบนี่กำลังถือเคียวคมกริบยืนลับๆ ล่อๆ อยู่ใกล้ๆ ก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอแล้วก้มหน้าขุดดินต่ออย่างจำยอม ในใจของจอมมารหนุ่มเต็มไปด้วยความสับสน เขาหนีออกจากปราสาทเพราะทนแรงกดดันของเสนาบดีไม่ไหว ตั้งใจว่าจะมาแอบพักผ่อนสมองสักสองสามวัน แต่ดันโดนเนโครแมนเซอร์เจ้าเล่ห์คนนี้จับพลัดจับผลูร่ายอาคมพันธนาการไว้ ทำให้พลังปีศาจถูกผนึกเหลือแค่สิบเปอร์เซ็นต์ หนีก็หนีไม่พ้น แถมยังต้องมานั่งฟังวิชาเกษตรกรรมทุกเช้าค่ำจนสมองแทบระเบิด "อีกสามวัน... เมื่อพลังของข้าฟื้นคืน..." เอลริคพึมพำในลำคอด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย "ข้าจะเผาฟาร์มโสቅๆ นี่ให้ราบคาบแล้วจับเจ้าแปลงเป็นสเกเลตอนเฝ้าเล้าไก่คอยดู!" "ท่านพูดอะไรเบาๆ หรือเปล่าครับ พอดีหูผมไม่ค่อยดีน่ะครับ" เซนยิ้มกว้างจนตาหยี พลางยื่นกระป๋องรดน้ำให้จอมมาร "ถ้าทำตรงนั้นเสร็จแล้ว ช่วยไปพรวนดินแปลงกะหล่ำปลีวิญญาณต่อด้วยนะฃรับ โบนี่เขารอตรวจงานอยู่" โบนี่ชูนิ้วโป้ง (กระดูกนิ้วมือ) ให้เอลริค เป็นสัญญาณเชิงข่มขู่กลายๆ ว่าอย่าได้อู้เป็นอันขาด ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปในความป่วนชวนอมยิ้มนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือฟาร์มผักอันเงียบสงบก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาด เมฆสีดำทะมัดทะนานก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับมีใครเอาหมึกไปหยดลงในน้ำใส ลมกระโชกแรงพัดเอาใบไม้และกลิ่นอายเวทมนตร์อันคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาในอาณาเขต เซนหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหายไป ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ของฟาร์ม พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำเอาเอลริคถึงกับหน้าถอดสี "พบตัวฝ่าบาทแล้ว! กองทัพอสูรโลกันตร์ บุกเข้าล้อมฟาร์มของมันซะ! ใครขวางทางฆ่าให้เรียบร้อย!" แสงดาบสีนิลนับร้อยเล่มสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามบ่าย ร่างของแม่ทัพโบรกันในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับกองทัพปีศาจติดอาวุธเต็มอัตราศึก ดวงตาของพวกมันมองตรงมาที่เซนและเอลริคด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เอลริคเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ลืมตัวลุกขึ้นยืนแล้วอ้าปากค้าง "เฮ้ย... พวกเจ้าตามมาเจอได้ยังไง..." เซนถอนหายใจยาวๆ ออกมาเบาๆ สีหน้ายังคงความสุภาพไว้ได้อย่างน่าทึ่ง แม้รอบกายจะถูกล้อมด้วยกองทัพปีศาจที่พร้อมจะฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆ ก็ตาม เขาก้มลงมองมะเขือเทศสีเลือดในมือที่เพิ่งเก็บมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับแม่ทัพปีศาจผู้มาเยือนด้วยแววตาเรียบเฉย "พวกท่านนี่มารบกวนเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตจริงๆ นะครับ..." เซนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันตาเห็น พลางยกมือขึ้นสะบัดเบาๆ โครงกระดูกนับร้อยตัวที่ถูกฝังไว้ใต้ดินรอบแปลงผักก็ผุดขึ้นมาพร้อมกับเคียวเหล็กและ... ถังปุ๋ยคอกในมือ "โบนี่... จัดการแขกที่ไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ให้เป็นปุ๋ยสำหรับรอบปลูกหน้าทีครับ" ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาร่วมปลูกผักและปั่นป่วนหัวใจจอมมารไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ดันมาเป็นเกษตรกรในเกมออนไลน์สุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%