เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 22

เสียงโวยวายท่ามกลางธรรมชาติ

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
กิ่งไม้แห้งใต้รองเท้าผ้าใบหักดังเปรี๊ยะ เป็นเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดในผืนป่าทึบหลังสถานีวิจัย "นายแน่ใจนะว่าทางนี้..." เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่เอื้อมมาควชายเสื้อสเวตเตอร์ของผมไว้แน่น มีนาในสภาพเสื้อผ้าเปื้อนคราบดินโคลนและเส้นผมยุ่งเหยิงกำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "เราเดินวนรอบต้นไม้ต้นเดิมมาสามรอบแล้วนะธันวา! ถ้าฉันต้องกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ให้ต้นไม้พวกนี้ นายต้องรับผิดชอบด้วยการสอบให้ตกฟิสิกส์ทุกวิชาไปตลอดชีวิต!" ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ หันไปมองคนตัวเล็กที่ปากเก่งไม่เคยเปลี่ยนแม้ว่าขาสองข้างจะสั่นพับๆ ด้วยความเหนื่อยล้า "โวยวายเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะครับคุณติวเตอร์ แต่ถ้าเรากล the ปุ๋ยอินทรีย์จริงๆ อย่างน้อยกระบวนการย่อยสลายของเธอก็คงเพิ่มไนโตรเจนให้ดินได้ดีเยี่ยมเลยล่ะครับ" ผมหยอกเย้าพลางย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะเนื้อดินชื้นๆ ขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ "ไอบ้าธันวา! นี่ไม่ใช่เวลามาบรรยายชีววิทยาป่าไม้!" มีนากระทืบเท้าเร่าๆ ใบหน้าหวานง้ำงอด้วยความหงุดหงิดจนแก้มป่อง "มือถือก็ไม่มีสัญญาณ แผนที่ในหัวฉันตอนนี้มีแต่รูปหมูกระทะกับชานมไข่มุกแล้วเนี่ย หลงทางกลางป่าเขาแบบนี้มันโรแมนติกตรงไหนห๊ะ!" "ใครบอกว่าเราหลงทางล่ะครับ" ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษดินที่ปลายนิ้วออกช้าๆ สายตากวาดมองไปรอบตัวท่ามกลางร่มเงาไม้หนาทึบที่แสงอาทิตย์แทบส่องลงมาไม่ถึง "จำเรื่องที่เราเพิ่งเถียงกันเรื่องการเดินทางของแสงกับเงาตอนอยู่ในห้องแล็บได้ไหมครับ" มีนากะพริบตาปริบๆ ความโกรธชะงักไปชั่วขณะด้วยสัญชาตญาณของคนเคยโดนติว "อะ... อะไรเล่า เกี่ยวอะไรกับเดินป่า" "เกี่ยวเต็มๆ เลยครับ" ผมก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด ยื่นมือไปปัดเศษใบไม้แห้งที่ติดอยู่ข้างแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือโดยที่เจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี "สังเกตเงาของต้นไม้ใหญ่ทางโน้นสิครับ มันเริ่มทอดตัวยาวเอียงไปทางทิศตะวันออกแล้ว แสดงว่าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายคล้อย และถ้าเราอิงตามหลักการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์กับมุมราบ (Azimuth) ทางออกไม่ได้อยู่ทางที่เราเดินมาเมื่อกี้แน่นอนครับ" "นาย... รู้ได้ยังไง" มีนาเบิกตากว้าง มองหน้าผมสลับกับแนวต้นไม้ "ฟิสิกส์ไม่ได้มีไว้แค่สอบตกนะครับ มีไว้ช่วยชีวิตคนขี้โวยวายด้วย" ผมยิ้มมุมปาก ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับ "เดินตามมาเถอะครับ จับชายเสื้อผมไว้อย่างนั้นแหละ ดีแล้ว... เกิดเธอหายไปจริงๆ ผมคงคิดถึงเสียงโแย่เลย" "ใครให้จับเสื้อ ไม่ได้อยากจับสักหน่อย!" ถึงปากจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ปลายนิ้วเรียวกลับกำชายเสื้อผมแน่นขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านเนื้อผ้าบางๆ เข้ามาถึงแผ่นหลัง จนผมต้องแอบอมยิ้มคนเดียวในความสลัวของราวป่า เราเดินลัดเลาะไปตามทิศทางที่ผมคำนวณไว้ เสียงบ่นงึมงำของมีนาเริ่มเปลี่ยนเป็นบทสนทนารอบตัวเรื่องโน้นเรื่องนี้เพื่อกลบความกลัว ระหว่างทางผมเลยถือโอกาสแวะอธิบายเรื่องเสียงสะท้อนในหุบเขาและชั้นบรรยากาศที่ทำให้เสียงเดินทางได้ไกลขึ้นให้เธอฟังแก้เครียด ซึ่งเธอก็ตั้งใจฟังบ้าง เถียงกลับบ้างตามประสา จนบรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่เจือจางลงเหลือเพียงความอบอุ่นแปลกประหลาด กระทั่ง... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงกิ่งไม้หักดังโครมครามดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า! มีนาสะดุ้งสุดตัว คว้าแขนผมไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบที่หัวไหล่บ่งบอกว่าเธอตกใจกลัวจริงๆ ผมดึงเธอมาหลบไว้ด้านหลังสัญชาตญาณปกป้องพุ่งพล่าน ดวงตาดำขลับจ้องเขม็งไปยังพุ่มไม้ไหวระริกตรงหน้า ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวพ้นแนวใบไม้ออกมา พร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทที่คุ้นเคยดีจนผมต้องขมวดคิ้วแน่น "อ้าว... นึกว่าคู่รักหลงป่าคู่ไหน ที่แท้ก็ศิษย์เอกภาควิชาฟิสิกส์กับติวเตอร์คนสวยนี่เอง" เสียงทุ้มติดจะเยาะหยันเอ่ยขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่ส่องตรงมาแยงตาเราทั้งคู่ หัวใจผมกระตุกวูบ ไม่ใช่เพราะตกใจกลัวสัตว์ป่า แต่เป็นเพราะเงาร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่ "ไม่ควร" มาอยู่ที่นี่มากที่สุดในเวลานี้... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้รอบตัวในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%