“บอกเหตุผลที่ดั้นด้นแบกเป้ตามผมมากลางดึกครึ่งป่าครึ่งเขาแบบนี้มาเดี๋ยวนี้เลยนะ มีนา!”
ผมสวนขึ้นทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว เสียงของผมดังแข่งกับเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบตัวในความมืด เงาร่างที่ยืนอยู่ใต้แสงไฟฉายคาดหัวของผมไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นติวเตอร์สาวจอมโวยวายที่ควรจะนอนหลับสบายอยู่บนฟูกนุ่มๆ ที่รีสอร์ทห่างออกไปสามกิโลเมตร
มีนาหอบหายใจจนไหล่ห่อ เสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวตัวเก่งเปื้อนคราบดินโคลนตรงชายเสื้อ เส้นผมที่เคยรวบไว้อย่างเรียบร้อยตอนนี้หลุดลุ่ยเปียกชื้นเหงื่อ เธอยกมือขึ้นเท้าสะเอวทันทีที่ตั้งหลักได้ แม้จะเหนื่อยหอบจนหน้าดำหน้าแดง แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับถลึงใส่ผมด้วยความเคืองสุดขีด ชนิดที่ต่อให้มีเสือโคร่งโผล่มาตอนนี้ เธอก็คงจะหันไปด่าเสือก่อนเป็นอันดับแรก
“นายคิดว่าฉันอยากมาวิ่งมาราธอนตกสวรรค์นี่นักหรือไงเล่า! ไอ้เด็กบ้าธันวา! นายทิ้งข้อความบ้าๆ ไว้ในกลุ่มติวเตอร์ว่า *‘ถ้าไม่อยากให้เกิดปรากฏการณ์วาตภัยสะเทือนโลก ให้รีบตามมาที่จุดชมวิวผาหัก’* แล้วก็ปิดมือถือหนี! ใครมันจะไปนั่งกินนอนกินลงวะ ตั้งสติหน่อย นายก็รู้ว่าฉัน... ฉัน...”
เสียงของมีนาขาดหายไปช่วงท้าย เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่เสี้ยววินาทีนั้น ผมสังเกตเห็นมือเรียวเล็กที่กำลังกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสั่นเทาเล็กน้อยที่เธอพยายามซ่อนไว้
หัวใจของผมกระตุกวูบอย่างแรง—ไม่ใช่เพราะทฤษฎีแรงโน้มถ่วงหรือสนามแม่เหล็กโลก แต่เป็นเพราะผมเพิ่งตระหนักได้ว่า ประโยคกวนประสาทที่ผมพิมพ์หยอกเล่นในกลุ่มเพื่อแก้เบื่อ ดันทำให้ผู้หญิงตรงหน้าสติแตกจนวิ่งฝ่าความมืดดงทึบมาไกลขนาดนี้ได้ยังไง
“คุณ... เป็นห่วงผมเหรอครับ?” ผมเอ่ยถามเสียงเบาลง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเหลือศูนย์องศา
“ใครเป็นห่วงนายยะ! อย่ามาหลงตัวเองนะ!” มีนาเสียงสูงปรี๊ด ใบหน้าเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางพุ่มไม้ข้างทางเพื่อหลบสายตา “ฉันแค่กลัวว่านายจะไปทำอะไรบ้าๆ แล้วเดือดร้อนถึงฉันที่ต้องมานั่งเคลียร์เอกสารประกันอุบัติเหตุให้นายต่างหากเล่า! นายเป็นเด็กทุนนะเว้ย เกิดสะดุดรากไม้ตายขึ้นมา ใครจะช่วยฉันติวฟิสิกส์เด็ก ม.ปลาย ปีนี้ล่ะห๊ะ!”
ข้ออ้างร้อยแปดพันประการถูกพ่นออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความจริง แต่วิชาฟิสิกส์สอนผมว่า *‘การเคลื่อนไหวทุกอย่างย่อมทิ้งร่องรอยและหลักฐานเชิงประจักษ์เสมอ’* และร่องรอยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้คำด่าทอเหล่านั้น มันเด่นชัดเสียยิ่งกว่าสเปกตรัมของแสงในหลอดนีออนเสียอีก
ผมเผลอยิ้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้น
“ยิ้มอะไรเล่า! หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง!” มีนาหันกลับมาเห็นรอยยิ้มของผมพอดี เธอเลยยิ่งโวยวายเสียงดังเข้าไปใหญ่ “แล้วนี่สรุปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมจู่ๆ ถึงมาโผล่อยู่ตรงนี้คนเดียว แถมสัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มีอีก นายรู้ไหมว่าฉันเกือบตกหน้าผาขาพลิกไปรอบนึงแล้วนะ!”
“โอเคๆ ยอมจำนนต่อหลักฐานครับ คุณตำรวจป่าไม้” ผมยกมือสองข้างขึ้นยอมแพ้ระดับไหล่ ก่อนจะยื่นขวดน้ำแร่ในมือให้เธอ “ดื่มน้ำก่อนครับ เดี๋ยวความดันในร่างกายจะพุ่งสูงเกินกฎของบอยล์จนเส้นเลือดในสมองแตกตายไปซะก่อน ที่ผมขึ้นมานี่... เพราะผมไม่ได้ตั้งใจจะมาท้าทายความตายหรอกนะ”
มีนารับขวดน้ำไปเปิดดื่มอย่างกระหาย แต่สายตายังคงจ้องผมเขม็งเพื่อรอคำอธิบาย
“ความจริงคือ... ผมตามหาไอ้เจ้ากล่องบันทึกข้อมูลสภาพอากาศตัวจิ๋ว ที่พวกเราช่วยกันติดตั้งไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนต่างหากล่าว” ผมถอนหายใจยาว พยักเพยิดหน้าไปทางหน้าผาเบื้องหน้าที่มีสายหมอกบางเบาลอยเอื่อย “มันส่งสัญญาณผิดพลาดเพราะสนามแม่เหล็กบริเวณนี้มีความเข้มสูงผิดปกติเนื่องจากมีแร่ธาตุใต้ดิน ถ้าผมไม่รีบเก็บกู้คืนนี้ ข้อมูลการทดลองภาคสนามทั้งหมดสามเดือนจะพังไม่เป็นท่า และที่สำคัญ...”
ผมเว้นจังหวะไว้ครู่หนึ่ง ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด จนได้กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ที่ลอยมากับสายลมยามค่ำคืน
“...ผมไม่อยากให้คุณต้องมานั่งกังวลเรื่องของผม จนกินไม่ได้นอนไม่หลับแบบนี้อีก”
มีนาชะงักค้าง สำลักน้ำในคอเบาๆ จนต้องไอโขลกออกมาหน้าดำหน้าแดง “แหวر! มุกเลี่ยนอะไรของนายเนี่ย! อากาศบนเขามันกัดกินเซลล์สมองส่วนหน้าของนายไปแล้วหรือไง ถึงได้เพ้อเจ้อขนาดนี้!”
“ไม่ได้เพ้อเจ้อนะครับ ทางฟิสิกส์เขาเรียกว่า ‘แรงดึงดูดระหว่างมวล’ (Gravitational Attraction)” ผมอมยิ้ม นัยน์ตาส่องประกายระยิบระยับสะท้อนกับแสงไฟฉาย “ยิ่งมวลสารสองก้อนเข้าใกล้กันมากเท่าไหร่ แรงดึงดูดระหว่างกันก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น... เหมือนที่คุณกับผมตอนนี้ยังไงล่ะครับ”
“ไอ้คนบ้า! ไอ้เซียนฟิสิกส์กวนประสาท!” มีนากำหมัดแน่นทุบเข้าที่ไหล่ผมเบาๆ หนึ่งทีแก้เขิน แม้ปากจะบ่นอุบอิบแต่ใบหน้าที่แดงก่ำในความมืดนั้นกลับฟ้องชัดเจนว่า เธอกำลังแพ้ทางมุกทางวิทยาศาสตร์ปนความเจ้าเล่ห์ของผมราบคาบ
ความเข้าใจผิดทั้งหมดคลี่คลายลงในบรรยากาศที่อบอุ่นและเงียบสงบ มีนาไม่ได้โวยวายใส่ผมอีกต่อไป เธอทรุดตัวลงนั่งบนก้อนหินใกล้ๆ เพื่อพักเหนื่อย ส่วนผมก็นั่งยองๆ ลงข้างๆ คอยจัดการกางแผนที่และอุปกรณ์กู้ข้อมูลเจ้าปัญหาให้เรียบร้อย เสียงถกเถียงเรื่องสูตรคำนวณและเสียงหัวเราะเบาๆ ดังเคล้าคลอไปกับเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ในยามวิกาล
โลกใบนี้บางครั้งก็ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ แต่สำหรับผมแล้ว... ปรากฏการณ์ที่มหัศจรรย์ที่สุดในค่ำคืนนี้ ไม่ใช่การค้นพบแร่ธาตุใต้ดินหรือข้อมูลอุตุนิยมวิทยาใดๆ
*แต่มันคือการที่คนขี้โวยวายคนนี้ ยอมวิ่งฝ่าความมืดครึ่งค่อนคืนเพื่อมาตามหาผมต่างหากล่ะครับ*
“เสร็จแล้วครับ กลับกันเถอะ... ติวเตอร์คนเก่ง” ผมยื่นมือออกไปเบื้องหน้าเพื่อฉุดเธอให้ลุกขึ้นยืน
มีนาเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาคู่สวยไหวระริกเล็กน้อยก่อนจะอมยิ้มบางๆ แล้วยื่นมือเรียวเล็กมาวางลงบนฝ่ามือของผมอย่างยอมจำนน ความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวสัมผัสทำให้ค่ำคืนในป่าลึกนี้อบอุ่นเสียยิ่งกว่าเตาผิงไฟ
พวกเราเดินเคียงข้างกันกลับลงจากเขาภายใต้แสงดาวระยิบระยับ ความอึดอัดและปมปัญหาที่เคยค้างคาถูกสะสางจนหมดสิ้น ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ควรจะเป็น... จนกระทั่งโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของผมที่เพิ่งจับสัญญาณเครือข่ายได้ ส่งเสียงสั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายความเงียบ
*สั่น... สั่น...*
ผมหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความแปลกใจ หน้าจอแสดงผลการแจ้งเตือนข้อความแช็ตจากกลุ่มลับ ที่มีสมาชิกแค่สองคน—ผมกับมีนา—และข้อความล่าสุดที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... มันไม่ใช่ข้อความรายงานสภาพอากาศ หรือแผนงานติวหนังสืออย่างที่ควรจะเป็น
แต่มันคือข้อความสารภาพความในใจยาวเหยียด ที่ผมเผลอพิมพ์ค้างไว้ตั้งแต่ตอนก่อนแบกเป้ขึ้นเขา และระบบดันตั้งเวลาส่งอัตโนมัติทันทีที่สัญญาณมือถือกลับมาใช้งานได้!
ดวงตากลมโตของมีนาที่เดินอยู่ข้างๆ เผลอเหลือบไปเห็นข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์พอดิบพอดี ฝ่ามือที่กุมกันอยู่สะดุ้งเฮือกขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวนะ... ธันวา... ข้อความนี้มัน...” มีนาเบิกตากว้าง หันขวับมามองหน้าผมด้วยความตกตะลึงระคนเขินอาย ขณะที่ผมอ้าปากค้าง สมองประมวลผลเร็วยิ่งกว่าความเร็วแสงแต่กดปุ่ม ‘ยกเลิกข้อความ’ ไม่ทันเสียแล้ว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ป่วนๆ ของเจ้าเซียนฟิสิกส์กับติวเตอร์สาวคนนี้ด้วยนะครับ!
เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 23
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!