เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 24

ธาตุแท้ของความกวน

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
หน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดในมือมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด—ไม่ใช่เพราะหน่วยประมวลผลทำงานหนักเกินไปจากเกมกราฟิกสามมิติระดับท็อป แต่มันร้อนระอุด้วยข้อความยาวเหยียดที่ผมเผลอพิมพ์ระบายความรู้สึกส่วนลึกในใจลงไป แล้วดันปลายนิ้วซุ่มซ่ามกดส่งออกไปในแชตส่วนตัวของมีนา แทนที่จะเป็นโน้ตกันลืมของตัวเอง "เดี๋ยวนะ... ธันวา... ข้อความนี้มัน..." มีนาเบิกตากว้างจนกลมโต หันขวับมามองหน้าผมด้วยความตกตะลึงระคนเขินอาย ขณะที่ผมอ้าปากค้าง สมองประมวลผลเร็วยิ่งกว่าความเร็วแสงแต่กดปุ่ม ‘ยกเลิกข้อความ’ ไม่ทันเสียแล้ว! ความเงียบงันเข้าปกคลุมโต๊ะไม้ตัวเล็กในร้านกาแฟมุมตึกคณะวิทยาศาสตร์ ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดและเสียงเครื่องทำเอสเพรสโซ่ที่ดังเป็นระยะ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ด้วยสนามแม่เหล็กแรงสูง ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าขึ้นมาถึงสันหลัง ให้ตายเถอะ... ปกติผมคือนักศึกษาฟิสิกส์ปีสามผู้ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์อธิบายได้ทุกสรรพสิ่งในจักรวาล ไม่ว่าจะเป็นกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน เทอร์โมไดนามิกส์ หรือแม้แต่ทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ แต่ทฤษฎีไหนในโลกใบนี้ฟ้าวะที่จะอธิบายสถานการณ์ ‘หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ’ ขนาดนี้ได้บ้าง? "เอ่อ..." ผมหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อน พยายามดึงสติแล้วยกมือขึ้นเกาต้นคอตัวเองแก้เขิน "คือว่านะมีนา... ในทางควอนตัมฟิสิกส์เนี่ย มันมีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Quantum Entanglement หรือการพัวพันเชิงควอนตัมอยู่..." "หยุดเลยนะ! ธันวา!" มีนาโวยวายเสียงดังลั่นจนลูกค้าโต๊ะข้างๆ หันมามอง แต่เธอไม่ได้สนใจสายตาใครทั้งสิ้น ใบหน้าเนียนใสตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู มือบางข้างที่ถือปากกาไฮไลต์อยู่สั่นน้อยๆ "อย่าเอาฟิสิกส์มาอ้างเวลาแกจนมุมนะ! เมื่อกี้แกพิมพ์อะไรลงไป... อ่านใหม่อีกรอบซิ! 'ที่ฉันต้องทำตัวกวนประสาทใส่เธอตลอดเวลา... ก็เพราะว่าแรงดึงดูดระหว่างเรามันมากกว่าแรงโน้มถ่วงของโลกจนฉันกลัวว่าถ้าทำตัวปกติ เธอจะรู้ว่าฉันชอบเธอเข้าแล้ว'—นี่มันภาษาอะไรของแกยะ!" ผมสะอึก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความลับที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความกวนและมุกตลกฝืดๆ มานานนับปี บัดนี้ถูกแง้มออกด้วยความซุ่มซ่ามของปลายนิ้วตัวเอง ผมมองสบตาเข้ากับดวงตากลมโตที่ฉายแววทั้งสับสน ตกใจ และ... บางอย่างที่อ่อนโยนจนหัวใจผมเต้นผิดจังหวะ "โอเคๆ ยอมแพ้ครับ" ผมถอนหายใจยาว ยอมวางมาดเด็กฟิสิกส์ผู้มั่นใจในตัวเองลงทั้งหมด แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงผ่อนคลายลง รอยยิ้มกวนๆ ที่มักประดับบนใบหน้าจางหายไป เหลือเพียงแววตาจริงจังที่ผมไม่ค่อยได้แสดงให้ใครเห็นบ่อยนัก "ฉันยอมรับก็ได้ว่าที่พิมพ์ไป... มันคือเรื่องจริงทั้งหมด" มีนาชะงัก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น เธอลดสมาร์ทโฟนลงวางบนโต๊ะ แต่มือยังคงกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่น เธอกัดริมฝีปากก่อนจะเอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิม "ทำไม... ทำไมต้องทำเป็นเล่นตลอดเวลาด้วยล่ะ ธันวา" น้ำเสียงของเธอไม่ได้เกรี้ยวกราดเหมือนทุกที แต่กลับเจือความตัดพ้อและน้อยใจไว้อย่างปิดไม่มิด "เวลาฉันอ่านหนังสือจนเครียด เวลาฉันโมโหเรื่องงานติวเตอร์ แกก็เอาแต่หยอดมุก เอาแต่กวนประสาทจนฉันอยากจะเอาหนังสือฟิสิกส์เล่มหนาฟาดหัวแกสักที... แกสนุกมากนักเหรอที่เห็นฉันโวยวายเนี่ย" ผมมองเสี้ยวหน้าของติวเตอร์สาวจอมขี้บ่นคนนี้ ลึกเข้าไปในแววตาของเธอ ผมเห็นความเหนื่อยล้าและความเปราะบางที่เธอซ่อนไว้เบื้องหลังท่าทางแข็งกร้าวเสมอมา นั่นแหละ... คือเหตุผลที่ผมต้องกวน "มีนา... เธอจำกฎข้อที่สามของนิวตันได้ไหม?" ผมเอ่ยเสียงนุ่ม ทอดสายตามองแก้วกาแฟตรงหน้า ติวเตอร์สาวขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความงุนงง แต่ก็ยอมตอบตามสัญชาตญาณติวเตอร์ "action เท่ากับ reaction แรงกิริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา... เกี่ยวอะไรเล่า?" "เกี่ยวสิครับ" ผมยิ้มจางๆ "สำหรับฉันแล้ว... แรงปฏิกิริยาที่เธอแสดงออกมาทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเสียงโวยวาย ค้อนควับ หรือการหยิบหนังสือมาเคาะหัวฉัน มันคือหลักฐานว่าเธอยังมองเห็นฉัน... ยังมีตัวตนอยู่ในสายตาของเธอ" มีนิ่งอึ้ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอีกนิด เธอกำลังประมวลผลคำพูดของผม "เธอรู้ไหมมีนา..." ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี "คนอย่างธันวาคนนี้... เก่งฟิสิกส์คำนวณวงโคจรดาวเคราะห์ได้ คำนวณความเร่งของวัตถุได้ แต่ไม่เคยคำนวณหัวใจตัวเองได้เลยว่าทำไมมันถึงเต้นเร็วทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเธอเดินมาบ่นหน้าห้องแล็บ" ผมเงียบไปชั่วขณะ ปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวโอบอุ้มความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมาย ท่ามกลางแสงไฟสีส้มอุ่นๆ ของร้านกาแฟ "ฉันเป็นคนประเภทที่ถ้าจริงจังขึ้นมาเมื่อไหร่ จะกลายเป็นคนน่าเบื่อทันที..." ผมสารภาพออกไปตามตรง ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ฉันกลัวว่าถ้าฉันไม่ทำตัวกวนประสาท ไม่หยอดมุกตลก ไม่กวนโมโหเธอ... เธอจะอึดอัด ฉันกลัวว่าความสัมพันธ์ที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ฐานะเพื่อนร่วมคณะและคู่หูติวเตอร์มันจะพังทลายลง ถ้าฉันบอกความรู้สึกออกไปตรงๆ ตั้งแต่วันแรก" มีนาก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก นิ้วเรียวบีบเข้าหากันแน่น ไหล่บางไหวเล็กน้อย ไม่มีเสียงโวยวาย ไม่มีคำด่าทอ ไม่มีแม้แต่เสียงถอนหายใจ มีเพียงความเงียบงันที่เปี่ยมไปด้วยมวลอารมณ์อันหนาแน่น ราวกับโมเลกุลของก๊าซที่ถูกอัดแน่นในกระบอกสูบ รอเวลาที่จะระเบิดพลังงานความร้อนออกมา "ธันวา..." ในที่สุดเธอก็เงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคู่นั้นรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ แต่ริมฝีปากกลับระบายรอยยิ้มบางเบาที่งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา "แกนี่มัน... บ้าชะมัดเลย" หัวใจของผมกระตุกวูบ ความกลัวที่เคยเกาะกุมในอกเริ่มละลายหายไปทีละน้อย "แล้วสรุปว่า..." ผมกลั้นใจถาม เสียงสั่นเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ "แรงดึงดูดระหว่างเราตอนนี้... มันอยู่ในทิศทางเดียวกันหรือเปล่าครับ มีนา" มีนาเม้มปาก หัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตา เธอยื่นมือมาเคาะหน้าผากผมเบาๆ ด้วยปากกาไฮไลต์แท่งเดิม แต่ครั้งนี้ไม่มีแรงกระแทกใดๆ มีเพียงสัมผัสแผ่วเบาที่อบอุ่นหัวใจ "ก็... ถ้าไม่อยู่ในทิศทางเดียวกัน แล้วฉันจะยอมให้แกกวนประสาทอยู่ทุกวันนี้เหรอเล่า เจ้าเซียนฟิสิกส์บ้า!" ผมยิ้มกว้างออกมาทันที รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากมุกตลกฝืดๆ แต่มาจากความสุขล้นปรี่ที่อัดแน่นอยู่ในอก ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและอบอุ่นจนแทบจะละลาย... เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนของผมก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศโรแมนติกนั้นทันที *ติ๊ง!* ผมก้มลงมองหน้าจอตามสัญชาตญาณ ข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่เคยบันทึกไว้ ปรากฏขึ้นหราบนหน้าล็อกสกรีน พร้อมกับรูปถ่ายใบเสร็จค่าใช้จ่ายลึกลับและข้อความสั้นๆ ที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าผมแข็งค้างในเสี้ยววินาที *(ภาพถ่ายใบเสร็จค่าใช้จ่ายของห้องแล็บฟิสิกส์เมื่อคืนก่อน)* **ข้อความ:** "ยินดีด้วยนะธันวาที่สารภาพรักสำเร็จ... แต่ความลับเรื่องอุปกรณ์วิจัยที่นายทำพังเมื่อคืน ฉันยังเก็บคลิปวิดีโอไว้... ถ้าไม่อยากให้มีนารู้ความจริง พรุ่งนี้เที่ยงตรง เจอกันที่ตึกคณะวิศวะฯ"** ผมหน้าซีดเผือด สมองประมวลผลความหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วยิ่งกว่าความเร็วแสง มีนาที่สังเกตเห็นความผิดปกติเอียงคอด้วยความสงสัย "ใครส่งอะไรมาเหรอ ธันวา? หน้าแกดูซีดๆ นะ หรือว่าฟิสิกส์เรื่องใหม่มันยากเกินกว่าที่แกจะเข้าใจอีก?" ผมรีบคว่ำหน้าจอสมาร์ตโฟนลงอย่างรวดเร็ว หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความหวาดระแวงระคนตกใจ ขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากโกหกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ มีนากลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือผมไว้แน่น ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความระแวง สัญชาตญาณติวเตอร์ผู้จับผิดเก่งทำงานเต็มพิกัด "เดี๋ยวนะธันวา... แกกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่ใช่ไหม?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนฟินของคู่เรา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%