เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 3

สมการความป่วนเริ่มต้นขึ้น

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
เสียงตบโต๊ะดังปังจนไมโครโฟนหนีบปกเสื้อของมีนาสั่นกรับด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตที่ปกติมักฉายแววความดุดันและมั่นอกมั่นใจของติวเตอร์สาว ตอนนี้กลับเบิกกว้างจ้องมองขาตั้งกล้องราคาถูกที่สั่นคลอนราวกับจะพังแหล่ไม่พังแหล่ตรงหน้าด้วยความสิ้นหวัง "ธันวา! นี่นายตั้งค่ากล้องยังไงเนี่ย ทำไมหน้าฉันถึงได้บานเป็นกระด้งแถมยังเบลอจนมองไม่เห็นรูขุมขนแบบนี้เล่า! นี่เราจะมาถ่ายคอนเทนต์ปั้นช่องติวเตอร์ฟิสิกส์คู่กันนะ ไม่ได้มาถ่ายคลิปสยองขวัญสั่นประสาท!" เจ้าของชื่อที่กำลังนั่งไขว่ห้างโยกเก้าอี้หมุนไปมาอย่างสบายอารมณ์ ค่อยๆ ละสายตาจากหน้าจอสมาร์ทโฟน เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มกวนประสาทที่ทำเอาคนมองอยากจะคว้าหนังสือฟิสิกส์เล่มหนาฟาดกบาลสักที "ใจเย็นๆ สิครับคุณมีนา ความเบลอที่คุณเห็นน่ะไม่ใช่ความผิดของกล้องราคาหลักร้อยหรอกครับ แต่มันคือการอธิบายปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า *'ความไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์ก'* (Heisenberg's Uncertainty Principle) ต่างหากล่ะครับ ยิ่งเราพยายามระบุตำแหน่งความสวยของคุณให้ชัดเจนมากเท่าไหร่ โมเมนตัมความเกรี้ยวกราดของคุณก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นจนจับโฟกัสไม่ได้ยังไงล่ะครับ" "ไอบ้าธันวา! ใครอยากให้พอกพูนความรู้เรื่องควอนتمอะไรนี่ตอนนี้ฟะ! จัดแสงสิ จัดแสง! หน้าฉันมืดเป็นตานีแบบนี้ เดี๋ยวเด็กนักเรียน ม.ปลาย ที่ไหนเขาจะอยากมาเรียนฟิสิกส์กับช่องเราเล่า!" มีนาโวยวายพร้อมกับสะบัดมือรัวๆ เป็นพัดลมเบอร์สี่ ใบหน้าเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความหัวร้อน ทั้งอากาศในห้องสตูดิโอจำแลง (ซึ่งก็คือห้องนอนรกๆ ของธันวาเอง) ทั้งความกดดันจากการเปิดตัวคลิปแรกในฐานะครีเอเตอร์หน้าใหม่ มันช่างชวนให้เส้นเลือดในขมับเต้นตุบๆ เสียจริง ธันวาถอนหายใจเบาๆ แววตาขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวคนตัวเล็กที่กำลังยืนหัวเสียอยู่หน้าโต๊ะทำงาน มือหนาเอื้อมไปจับก้านไมโครโฟนและปรับมุมกล้องบนขาตั้งอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่เด็กจากตัวเขาโชยแตะจมูกมีนาจนร่างบางชะงักไปชั่วขณะ "ขยับมาทางซ้ายนิดนึงครับ... นั่นแหละครับ ตรงนั้นแหละที่มุมกระทบของแสงไฟจากโคมไฟโต๊ะทำงานมันทำมุมพอดีกับผิวหน้าของคุณพอดี" ธันวาเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนฟัง อยู่ๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขาก็แคบลงจนแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้มเนียนจนมีนาต้องรีบถอยหลังกรูด หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวผิดจังหวะเสียได้ "อ... อะไรของนายเนี่ย ถอยไปเลยนะ! มายืนใกล้ทำไมเล่า คนยิ่งรีบๆ อยู่" มีนารีบยกมือขึ้นดันอกแกร่งเอาไว้ ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เธอแกล้งเฉไฉไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ตอนนี้แสดงผลภาพวิดีโอสดใส แสงไฟนวลตาขับให้ใบหน้าของเธอและฉากหลังดูเป็นมืออาชีพขึ้นมาทันตาเห็นอย่างน่าอัศจรรย์ "เห็นไหมครับ? ผมบอกแล้วว่าทุกอย่างในจักรวาลนี้มีสมการรองรับเสมอ แม้กระทั่งความหงุดหงิดของคุณก็ยังมีทางแก้ด้วย *'กฎการสะท้อนของแสง'* (Law of Reflection) เลยนะครับ" ธันวายังไม่วายหยอดทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งประจำที่หน้าแล็ปท็อปของตัวเอง พร้อมกับชูนิ้วโป้งให้สัญญาณ "โอเคครับ ทีมงานพร้อมไหมครับคุณติวเตอร์คนเก่ง นับถอยหลังสามวินาที... สาม... สอง... หนึ่ง... แอคชั่น!" แสงไฟวงแหวนสว่างวาบ มีนาสูดหายใจเข้าลึก เรียกสติและความเป็นติวเตอร์มืออาชีพกลับคืนมา รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันทีเมื่อเลนส์กล้องเริ่มบันทึกเรื่องราว "สวัสดีค่ะน้องๆ ทุกคน! ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่อง 'ฟิสิกส์ฟินเวอร์' ช่องที่จะทำให้เรื่องฟิสิกส์ยากๆ กลายเป็นเรื่องหมูๆ กล้วยๆ... เอ้ย ไม่ใช่! กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่น้องๆ คาดไม่ถึงเลยล่ะค่ะ และวันนี้เราอยู่กับหนุ่มหล่อ... อะแฮ่ม หนุ่มกวนประสาทประจำช่อง ธันวาค่ะ!" มีนาหันไปมองค้อนธันวาแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาพูดต่อด้วยน้ำเสียงฉะฉาน "สวัสดีครับทุกคน นอกจากการท่องสูตรจนหัวฟูแล้ว วันนี้เราจะมาพิสูจน์กันว่า... ทำไมเวลาแฟนงอน ถึงมีแรงดึงดูดมากกว่าแรงโน้มถ่วงของโลกถึงสเท่าตัว!" ธันวาโผล่หน้าเข้ามาแจมในเฟรมพร้อมกับทำหน้าทะเล้น เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากมีนาที่หลุดขำออกมาจริงๆ อย่างลืมตัว เคมีที่เข้ากันอย่างประหลาดระหว่างความเปิ่นขี้โวยวายกับความกวนโอ๊ยสายวิทย์ ทำให้บรรยากาศการถ่ายทำคลิปแรกไหลลื่นไปอย่างน่าทึ่ง ท่ามกลางความทุลักทุเลของการเซ็ตฉากและมัดสายไฟที่พันกันอีรุงตุงนัง เวลาล่วงเลยไปเกือบสองชั่วโมงจนในที่สุดปุ่มหยุดบันทึกก็ถูกกดลง มีนาทิ้งตัวลงนั่งแผ่หลาบนอนราบไปกับโซฟาตัวยาวด้วยความเหนื่อยอ่อน หยาดเหงื่อซึมตามกรอบหน้าสวย ธันวาเดินถือแก้วน้ำเย็นจัดมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอที่นอนอยู่ "เหนื่อยไหมครับคุณติวเตอร์ งานแรกผ่านไปด้วยดีนะเนี่ย ดูสิ ยอดวิวเริ่มต้นพุ่งปรี๊ดเลย" ธันวาเอ่ยแซيยิ้มๆ พร้อมกับยื่นทิชชูให้ มีนารับมาซับเหงื่อที่ขมับเบาๆ เธอมองหน้าชายหนุ่มที่คอยดูแลเอาใจใส่เธอมาตลอดการถ่ายทำ แม้ปากจะกวนไปบ้างแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความอบอุ่นของเขาทำให้หัวใจดวงนี้สั่นไหวแปลกๆ "ก็... พอใช้ได้แหละ นายก็เก่งกว่าที่คิดนะธันวา ขอบใจ... เอ้ย ขอบobนะ" มีนาเกือบเผลอหลุดคำพูดแปลกๆ ออกไป "เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ เสียงเบาจัง ผมได้ยินไม่ค่อยถัดเลย... หรือว่าเมื่อกี้คุณจะเรียกผมว่า... 'ที่รัก' หึๆ" ธันวาแกล้งยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง "บ้าสิ! ใครเขาจะไปเรียกแบบนั้นเล่า นายหูฝาดไปเองแล้วธันวา ออกไปเลยนะ!" มีนาโวยวายหน้าแดงแจ๋ ใช้หมอนอイングฟาดใส่ไหล่กว้างของอีกฝ่ายระบายความเขินอาย ธันวาหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีก่อนจะยอมถอยออกไปตั้งหลัก ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอมยิ้มและฟีลกู๊ดอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือของมีนาก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* มีนาก้มลงมองหน้าจอที่วางคว่ำอยู่ ข้อความจากบัญชีปริศนาที่ไม่มีชื่อและรูปโปรไฟล์ถูกส่งตรงเข้ามา พร้อมกับรูปถ่ายโพลารอยด์เก่าๆ ใบหนึ่งที่ถูกถ่ายไว้ในห้องเรียนฟิสิกส์เมื่อสามปีก่อน—ภาพของธันวาที่กำลังก้มหน้าหลับบนโต๊ะเรียน โดยมีเสื้อกันหนาวตัวใหญ่คลุมไหล่อยู่ และลายมือหวัดๆ เขียนไว้ด้านหลังว่า... *"ความลับที่นายไม่เคยรู้"* รอยยิ้มบนใบหน้าของมีนาแข็งค้างทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ประตูห้องนอนที่ควรจะล็อกไว้ กลับส่งเสียงแอดเบาๆ พร้อมกับรอยแง้มกว้างขึ้นโดยไม่มีใครผลัก... และเงาร่างปริศนาของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตูทันที! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความป่วนและร่วมลุ้นไปกับเคมีสุดฟินของทั้งคู่ในตอนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%