"ยืนเงียบทำไมล่ะครับคุณมีนา ประตูห้องพักครูไม่ได้ล็อกเสียหน่อย หรือว่ากำลังใช้กฎแรงโน้มถ่วงของนิวตันพยายามดึงดูดตัวผมให้ออกไปจากห้องนี้กันแน่?"
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นจากมุมห้องพักครูที่เงียบเชียบ ธันวาในชุดเสื้อนักศึกษาพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หมุนตัวเก่า เอกสารกองมหึมาวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า เขากำลังหมุนปากกาในมือเล่นด้วยความชิลสวนทางกับบรรยากาศมาคุรอบตัวอย่างสิ้นเชิง
มีนาที่เพิ่งผลักประตูเข้ามาด้วยความรีบร้อนถึงกับสะดุดกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ใบหน้าหวานงอง้ำคิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ เธอหอบหายใจเล็กน้อยเนื่องจากวิ่งขึ้นบันไดมาสามชั้นเต็มๆ
"ใครอยากจะดึงดูดนายกัน! ประสาท!" มีนากระแทกเสียงใส่ทันที พร้อมกับโยนกระเป๋าเป้ใบโตลงบนโซฟาข้างๆ อย่างแรงจนฝุ่นแทบตลบ "แล้วนี่มันอะไร! อาจารย์หัวหน้าภาคเรียกฉันด่วนจี๋บอกว่ามีเรื่องคอขาดบาดตาย แล้วทำไมถึงมีนายมานั่งยิ้มระรื่นอยู่ตรงนี้ได้ยะ!"
ธันวายังคงรักษาท่าทีสุขุม เขาหยุดหมุนปากกาแล้ววางลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น นัยน์ตาคู่คมมองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังยืนเท้าสะเอวหายใจฮึดฮัดเหมือนแม่ัวิงวอนขอความเป็นธรรมจากสวรรค์
"ก็หมายความว่า... เราสองคนกลายเป็น 'เนื้อคู่' กันทางพฤตินัยเรียบร้อยแล้วครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำพักน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่แววตาระยิบระยับ
"เนื้อคู่ผีสางอะไรเล่า! พูดจาเพ้อเจ้ออะไรแต่เช้า!" มีนาเดินเข้าไปกระชากกระดาษแผ่นหนึ่งบนโต๊ะขึ้นมาอ่าน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย สีหน้าจากความหงุดหงิดแปรเปลี่ยนเป็นความช็อกสนิท "นี่มัน... บันทึกข้อตกลงการทำโครงงานบูรณาการวิทย์-ศิลป์ร่วมกัน ระหว่างภาควิชาฟิสิกส์กับมนุษยศาสตร์? แล้วทำไมชื่อผู้รับผิดชอบถึงเป็นชื่อฉันกับนายสองคนเท่านั้นล่ะ!"
"ก็เพราะอาจารย์ท่านมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนเร้นยังไงล่ะครับ" ธันวาทำเสียงสูงราวกับพิธีกรรายการวาไรตี้ "ทางฟิสิกส์เรามีทฤษฎีที่แม่นยำ แต่ขาดความสุนทรีย์ในการสื่อสาร ส่วนทางคุณ... มีความสามารถในการใช้ภาษาที่สละสลวย แต่คำนวณแรงเสียดทานในชีวิตจริงไม่ค่อยเป็น การจับคู่เราสองคนจึงเป็นไปตาม 'กฎการอนุรักษ์พลังงาน' ครับ พลังงานความน่าปวดหัวจะได้ถูกหารสองไงล่ะครับ"
"หารสองกับผีสนายสิ! นี่มันการกลั่นแกล้งกันชัดๆ!" มีนาทุบโต๊ะปังใหญ่จนกระดาษบนโต๊ะสะเทือน เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความคับแค้นใจ งานสอนพิเศษก็แน่นหัวอยู่แล้ว ยังต้องมาแบกรับโครงงานบ้าๆ นี่กับนายเด็กฟิสิกส์จอมกวนนี่อีกเหรอเนี่ย ชีวิตของมีนาคนนี้ทำไมถึงมีแต่ความซวยซ้ำซ้อนยิ่งกว่าการทดลองทางควอนتمฟิสิกส์ที่หาความแน่นอนไม่ได้เสียที
ธันวาแอบอมยิ้มบางๆ เมื่อเห็นท่าทางฮึดฮัดพองขนเหมือนแมวถูกเหยียบหางของอีกฝ่าย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานฝั่งที่หญิงสาวกำลังยืนอยู่ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนมีนารู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวของชายหนุ่ม
"อย่าเพิ่งโวยวายจนออกนอกวงโคจรเลยครับคุณติวเตอร์..." ธันวาโน้มตัวลงเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหันจนมีนาชะงักไปชั่วขณะ "อันที่จริง... ผมมองว่านี่คือโอกาสอันดี"
"โอกาสอะไรของนาย..." มีนาถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปเสียดื้อๆ ซะอย่างนั้น
"โอกาสที่เราจะได้เรียนรู้... 'แรงดึงดูด' ระหว่างกันและกันไงครับ" ธันวาหยอดมุกหน้าตายพร้อมกับดันแว่นตาที่ไม่ได้มีค่าสายตาขึ้นเบาๆ "ตามกฎแรงโน้มถ่วงสากลของนิวตัน วัตถุสองชิ้นจะดึงดูดเข้าหากันด้วยแรงที่แปรผันตรงกับมวล และแปรผกผันกับกำลังสองของระยะทาง... ตอนนี้ระยะห่างของเราเหลือแค่ศูนย์จุดห้าเมตร แรงดึงดูดระหว่างมวลของเราคงกำลังทำงานอย่างหนักแน่ๆ เลยล่ะครับ"
"เพ้อเจ้อ! นิวตันคงลุกขึ้นมาตบกะโหลกนายสักทีข้อหาเอาทฤษฎีเขามาหยอดมุกจีบสาวแบบนี้!" มีนาหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอายปนความโมโห เธอผลอกอกแกร่งของธันวาเต็มแรงจนเขาเซถอยหลังไปนิดหน่อย "ถอยไปเลยนะ! เลิกพูดจาไหลเรื่อยแล้วบอกมาสิว่าเราต้องเริ่มทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก ไม่งั้นฉันฉีกกระดาษนี่ทิ้งตรงนี้จริงๆ ด้วย!"
ธันวายิ้มรับแรงผลักนั้นอย่างไม่ถือสา เขายืดตัวตรงแล้วหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินอีกแฟ้มขึ้นมาเปิด หน้ากระดาษเผยให้เห็นหัวข้อโครงงานที่เขียนด้วยลายมือเรียบร้อย
"โอเคครับ ไม่แกล้งแล้วก็ได้... งานแรกที่เราต้องทำร่วมกันกะทันหันภายในเย็นนี้ก็คือ..." ธันวาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมมองตรงมาที่หญิงสาวด้วยประกายจริงจังที่หาได้ยาก "เราต้องไปลงพื้นที่เก็บข้อมูลที่ 'หอดูดาวประจำX' ด้วยกันสองต่อสอง... และข่าวร้ายคือ รถบัสของมหาวิทยาลัยออกเดินทางไปตั้งแต่อีกสิบนาทีที่แล้วครับ"
มีนาอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน สมองประมวลผลไม่ทันกับความซวยขั้นสุดที่ถาโถมเข้ามา "วะ... ว่าไงนะ! รถออกไปแล้ว แล้วเราจะไปยังไงเล่ายะ!"
ธันวายื่นกุญแจรถมอเตอร์ไซค์คันโปรดของเขาออกมาหมุนเล่นบนนิ้วชี้ เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
"ก็คงต้องซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์คันนี้ไป... และกอดเอวผมแน่นๆ เพื่อต้านแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางเวลากลอกโค้งยังไงล่ะครับคุณมีนา"
มีนากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธออยากจะกรี๊ดใส่หน้าไอ้เด็กฟิสิกส์คนนี้ให้หูดับไปข้างหนึ่งจริงๆ แต่ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากด่ากราด เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง*
หญิงสาวก้มลงมองหน้าจอตามสัญชาตญาณ ปรากฏว่าเป็นข้อความจากอาจารย์หัวหน้าภาคที่ส่งภาพถ่ายตั๋วรถไฟความเร็วสูงและคีย์การ์ดห้องพักแรมคืนที่หอดูดาว พร้อมแคปชันสั้นๆ ว่า *"ฝากดูแลกันด้วยนะเด็กๆ ห้ามกลับมาก่อนงานเสร็จเด็ดขาด"* และที่สำคัญที่สุด... มันคือตั๋วห้องพักแบบ **"เตียงคู่ห้องเดียวกัน"** เพียงห้องเดียวเท่านั้น!
มีนาหน้าซีดเผือด สติหลุดลอยไปถึงดาวพฤหัสบดีในเสี้ยววินาที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากความป่วนนี้ไปกับเรานะครับ
เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 2
กฎแรงดึงดูดของความซวย
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!