เสียงทุบโต๊ะปั้งใหญ่ดังสนั่นร้านกาแฟมุมถนน จนแก้วกาแฟลาเต้ร้อนบนโต๊ะถึงกับกระเพื่อมระลอกคลื่นสีน้ำตาล
"นายจะบ้าหรือไงธันวา! เอาทฤษฎีแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางมาอธิบายเรื่องฉันเดินสะดุดขาตัวเองเนี่ยนะ!" มีนาโวยวาย หน้าตาบึ้งตึง สองแก้มแดงก่ำด้วยความโกรธปนความเขินอายที่พยายามซ่อนไว้สุดฤทธิ์ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่รวบไว้ลวกๆ ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการที่เธอใช้มือขยี้มันด้วยความหัวเสีย
ธันวา นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทตามสไตล์ เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ อย่างไม่สะทกสะทะ ก่อนจะวางลงและตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนหมั่นไส้
"ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่ครับ คุณมีนา..." ธันวาเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ "ในทางฟิสิกส์ เมื่อวัตถุเคลื่อนที่เข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แรงเหวี่ยงจะผลักให้มันออกห่างจากจุดศูนย์กลาง... เหมือนกับหัวใจคุณตอนนี้ไงครับ ที่กำลังเคลื่อนที่ออกจากโซนปลอดภัย เพราะโดนความหล่อของผมเหวี่ยงใส่จนตั้งหลักไม่ทัน"
"ไอ้...ไอ้บ้าฟิสิกส์!" มีนาชี้หน้าคาดโทษ ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วตอนนี้ร้อนผ่าวราวกับเตาไมโครเวฟ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ พยายามหาคำพูดมาเถียงกลับแต่สมองเจ้ากรรมดันรวนไปหมดเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นคม2คู่นั้น
บ้าจริง... ปกติเธอเป็นติวเตอร์ฝีปากกล้าที่ต่อปากต่อคำกับเด็กนักเรียนและผู้ปกครองมานับไม่ถ้วน แต่ทำไมพออยู่ต่อหน้าไอ้เด็กคณะวิศวะฯ-ฟิสิกส์คนนี้ทีไร เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเด็กประถมที่กำลังถูกแกล้งจนไปต่อไม่เป็นทุกที
บรรยากาศในร้านกาแฟช่วงบ่ายคล้อยเงียบสงบ แอร์เย็นฉ่ำตัดกับความร้อนรุ่มภายในอกของหญิงสาว มีนานั่งนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ปล่อยให้เสียงเพลงแจ๊แผ่วเบาคลอเคลียไปกับเสียงเครื่องชงกาแฟ เธอแอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มที่กำลังก้มลงมองหน้าจอสมาร์ตโฟน นิ้วเรียวยาวพิมพ์ข้อความยิกๆ
ยอมรับก็ได้... ในมุมที่ไม่ได้กวนประสาท ธันวาเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์เหลือเกิน จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเข้มรับกับกรอบหน้าชัดเจน และกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ที่ลอยมาเตะจมูกทุกครั้งโน้มตัวเข้ามาใกล้ มันทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเธอกระเจิงอย่างควบคุมไม่ได้
*นี่ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย...* มีนาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามดึงสติกลับมาด้วยการยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้วเพื่อดับความร้อนบนใบหน้า
"มองค้างแบบนี้..." เสียงทุบทุ่มนุ่มดังขึ้นขัดจังหวะ ธันวาเงยหน้าขึ้นจากมือถือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "หลงเสน่ห์เด็กฟิสิกส์คนนี้เข้าแล้วล่ะสิครับ?"
"ใครมองนาย! หลงตัวเองที่สุด!" มีนารีบหันขวับไปมองนอกกระจกหน้าต่างแก้เก้อ แสร้งทำเป็นสนใจผู้คนที่เดินผ่านไปมาข้างนอก ทั้งที่ในอกข้างซ้ายตอนนี้กำลังเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าจังหวะกลองชุด
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขาววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เลื่อนสายตาสำรวจท่าทีเก้ๆ กังๆ ของติวเตอร์สาวที่ปกติไม่เคยยอมจำนนให้ใครง่ายๆ แต่ช่วงหลังมานี้ กลับแพ้ทางเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"รู้ไหมครับ... มีกฎข้อหนึ่งในฟิสิกส์ที่ผมชอบมากที่สุด" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย จนมีนาต้องหันกลับมามองด้วยความสงสัย
"กฎอะไรอีกละ? กฎแรงโน้มถ่วง กฎของนิวตัน หรือกฎความเพี้ยนของนาย?"
"ไม่ใช่ครับ..." ธันวาสบตาเธอนิ่ง ประกายตาคู่นั้นไม่มีแววกวนประสาทเหมือนทุกที เหลือเพียงความอบอุ่นลึกซึ้งที่ทำเอาลมหายใจของมีนาสะดุด "มันคือ 'กฎความเฉื่อย' (Law of Inertia)... วัตถุที่หยุดนิ่งจะพยายามรักษาสภาพหยุดนิ่งไว้จนกว่าจะมีแรงภายนอกมากกระทำ"
มีนากะพริบตาปริบๆ สมองเริ่มประมวลผลตามสัญชาตญาณติวเตอร์ "อ...แล้วยังไง?"
"ก็เหมือนหัวใจของผมไงครับ..." ธันวาขยับตัวโน้มเข้ามาใกล้โต๊ะฝั่งเธอมากขึ้น กลิ่นหอมสะอาดลอยเข้ามาแตะจมูกชัดเจนขึ้น "มันเคยหยุดนิ่งมาตลอด... จนกระทั่งมีแรงภายนอกที่ชื่อ 'คุณมีนา' เข้ามาพุ่งชนอย่างจัง จนตอนนี้มันไม่ยอมหยุดเคลื่อนที่ไปหาคุณอีกเลย..."
ฉ่า!
ใบหน้าของมีนาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ราวกับมีคนเอาเหล็กแดงมาแนบแก้ม สมองของเธอขาวโพลนไปหมด คำพูดโต้เถียงที่เตรียมไว้เป็นร้อยประโยคมลายหายไปในอากาศ เธออ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก มือไม้สั่นเทาจนต้องรีบเอื้อมไปจับขอบโต๊ะไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยว
*ไอ้เด็กบ้านี่... หยิมมุกนี้อีกแล้ว! แล้วทำไม... ทำไมหัวใจฉันต้องเต้นแรงขนาดนี้ด้วยเนี่ย!*
มีนาเม้มริมฝีปากแน่น พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเครือ "พ...พอเลยนะ! เลิกเอาวิชาการมาหยอดมุกเลี่ยนๆ สักที ฉันจะกลับแล้ว!" พูดจบท่าทางลิบลับ เธอก็คว้ากระเป๋าผ้าบนเก้าอี้เตรียมจะลุกหนีออกไปจากตรงนั้นทันทีด้วยความเขินอายขั้นสุด
แต่ก่อนที่เธอจะได้ก้าวขาหนี ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
มีนาก้มลงมองตามสัญชาตญาณ หน้าจอแสดงข้อความใหม่จากแชทของธันวาที่เพิ่งส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ
ธันวา: *[ส่งข้อความรูปภาพ]*
ธันวา: *ความจริงแล้ว... ผมไม่ได้แค่อยากอธิบายเรื่องฟิสิกส์ให้คุณฟังหรอกนะ...*
ธันวา: *แต่ผมแค่อยากบอกว่า... ผมชอบรอยยิ้มเวลาที่คุณโวยวายใส่ผมมากที่สุดเลยครับ*
ธันวา: *เป็นแฟนกับเด็กฟิสิกส์กวนๆ คนนี้ไหมล่ะครับ?*
และก่อนที่ธันวาจะทันได้เอื้อมมือมาคว้าโทรศัพท์ นิ้วเรียวของมีนาด้วยความตกใจและทำอะไรไม่ถูก ก็เผลอกดปุ่ม **"ยกเลิกข้อความสำหรับทุกคน"** ลงไปอย่างกะทันหัน!
พรึบ! ข้อความสารภาพรักยาวเหยียดที่เพิ่งปรากฏบนหน้าจอเมื่อครู่ หายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงหน้าต่างแชทว่างเปล่า... กับความเงียบงันที่เข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งคู่ทันที
ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับมีนาที่ตอนนี้ยืนค้างเติ่งอยู่ท่าเดิม หน้าตาเหวอสนิท ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความทำอะไรไม่ถูก มือที่ถือกระเป๋าค้างอยู่กลางอากาศ
บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความวุ่นวายของคู่หูคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 17
กฎความเฉื่อยของหัวใจ
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!