"มีนา ถ้าคุณยังสับหอมแบบใช้แรงเหวี่ยงเหวี่ยงแขนไปมาขนาดนั้น ผมเกรงว่ากฎข้อที่สามของนิวตันจะทำให้ตาน้ำตาคุณไหลเป็นสายน้ำตกไนแอการาจนทำแกงจืดจืดสมชื่อนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำติดกวนประสาทดังขึ้นจากด้านหลัง ผม—ธันวา—ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวมองคนตัวเล็กที่กำลังยืนทำหน้ามุ่ยใส่หัวหอมเหมือนมันไปทำอะไรให้โกรธแค้นมาแต่ชาติปางก่อน
"เงียบไปเลยนะธันวา! จะสับหอมก็เรื่องของฉัน นายมาทำหน้าที่เป็นคนหั่นเนื้อ ไม่ใช่มาเป็น 'นิวตัน' ในร่างคุณชายขี้บ่น!" มีนาหันขวับมาค้อนให้ผมหนึ่งวงใหญ่ มีดในมือเธอแกว่งไปมาอย่างน่าหวาดเสียวจนผมต้องก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด
"กฎข้อที่สามคือแรงกิริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยาไงครับ" ผมขยับเข้าไปจนแผ่นหลังของเธอชิดกับอกผม กลิ่นหอมจางๆ จากแชมพูของเธอทำเอาสมาธิฟิสิกส์ของผมกระเจิงไปชั่วขณะ แต่ผมก็ยังเก๊กหน้าขรึมไว้ "คุณเหวี่ยงมีดแรงเท่าไหร่ หอมมันก็ปล่อยละอองน้ำมันหอมระเหยออกมาแรงเท่านั้น สรุปคือคุณทำร้ายตัวเองด้วยการใช้แรงมากเกินไปครับ"
"โอ๊ย! นี่มันห้องครัวนะ ไม่ใช่ห้องแล็บ! นายจะเอาฟิสิกส์มาใช้กับทุกเรื่องบนโลกไม่ได้นะ!" เธอโวยวายพร้อมพยายามจะหมุนตัวหนี แต่ผมกลับวางมือลงบนขอบเคาน์เตอร์กักตัวเธอไว้ตรงกลาง
"ได้สิครับ" ผมยิ้มมุมปาก "เพราะทุกอย่างบนโลกขับเคลื่อนด้วยฟิสิกส์... แม้แต่หัวใจของคุณที่เต้นเร็วกว่าปกติตอนผมยืนใกล้ๆ แบบนี้"
"ไอ้บ้า! ถอยไปเลยนะ!" ใบหน้าของมีนาขึ้นสีระเรื่อจนลามไปถึงใบหู เธอพยายามจะดันอกผมออก แต่แรงผู้หญิงน่ะหรือจะสู้แรงผู้ชายที่ออกกำลังกายบ้างตามประสาคนเล่นบาสอย่างผม
"ใจเย็นครับ ผมจะสอนเทคนิคการหั่นแบบสมดุลพลังงานให้" ผมถือวิสาสะคว้ามือเธอที่มีมีดอยู่ไว้ในมือของผม แล้วบังคับให้เธอหั่นช้าๆ อย่างนุ่มนวล "เห็นไหมครับ ถ้าเราลดแรงปฏิกิริยาลง อัตราการฟุ้งกระจายของสารระคายเคืองก็ลดลง เหมือนความสัมพันธ์ของเราไง... ถ้าเราลดแรงกวนประสาทลง คุณก็จะเลิกโวยวายใส่ผม แล้วเราก็จะคุยกันได้ดีขึ้น"
"นายมันเพ้อเจ้อ!" เธอแหวใส่ แต่ยอมให้มือของผมกุมอยู่อย่างนั้นโดยไม่ขัดขืน
บรรยากาศในครัวเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงมีดกระทบเขียงเบาๆ ผสมกับเสียงหัวใจของผมที่เต้นจังหวะแปลกๆ ผมมองใบหน้าด้านข้างที่กำลังตั้งใจหั่นหอมของเธอแล้วก็ได้แต่คิดว่า นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าทฤษฎีแรงดึงดูดระหว่างมวล มันไม่ได้มีแค่ในหนังสือเรียนจริงๆ
"นั่นไง... ลืมตาดูความสำเร็จสิครับ" ผมกระซิบข้างหูเธอ "คุณหั่นเสร็จแล้วโดยที่น้ำตาไม่ไหลสักหยด เพราะคุณยอมเชื่อใจผม... ในการให้ผมคุมจังหวะให้"
มีนาชะงัก เธอวางมีดลงแล้วหันมาเผชิญหน้ากับผม แววตาของเธอสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด "นายมันร้ายกาจนะธันวา รู้ตัวไหมว่าชอบใช้ความรู้มาอ้างเพื่อต้อนคนอื่นให้จนมุม"
"ผมไม่ได้ต้อนครับ ผมแค่กำลังสาธิตเรื่อง 'สมดุลแรง' อยู่" ผมก้มหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "และตอนนี้แรงทั้งหมดในห้องนี้มันรวมศูนย์อยู่ที่ผมกับคุณแล้วนะครับ"
"จะทำอะไร..." เสียงของเธอเบาหวิว มือที่กุมกันอยู่เริ่มชื้นเหงื่อ
ทว่าก่อนที่ผมจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศจนพังทลาย มีนาสะดุ้งสุดตัวและรีบผลักผมออกก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอที่สว่างวาบเผยชื่อผู้โทรเข้าที่ทำเอาผมต้องขมวดคิ้ว
สีหน้าของมีนาเปลี่ยนจากความเขินอายกลายเป็นความตื่นตระหนกทันที เธอรีบกดรับสายแล้วพูดเสียงสั่นเครือ "คะ... คุณแม่? อ๋อ... ค่ะ... หนูจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ!"
เธอวางสายด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะหันมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล "ธันวา... แม่ฉันกำลังมาที่นี่... และท่านไม่ได้มาคนเดียว ท่านพา 'คู่หมั้น' ที่ท่านจะแนะนำให้รู้จักมาด้วย!"
ผมยืนนิ่งเหมือนถูกแช่แข็ง แรงดึงดูดระหว่างมวลเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยวิกฤตการณ์ที่ผมไม่ได้คำนวณไว้ในสมการชีวิต
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันของวันนี้ด้วยกันนะครับ!
เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 5
แรงกวนประสาทเป็นศูนย์
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!