"ถ้าไม่อยากให้เรื่องในอดีตที่ห้องแลปฟิสิกส์ตอนปีสอง... ถูกขุดคุ้ยออกมาพูดอีกครั้ง ก็เลิกยุ่งกับมีนาซะ"
หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบในความมืดของห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์สะท้อนภาพใบหน้าคมสันของธันวาที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น ข้อความขู่กรรโชกจากแอคเคาท์ปริศนาที่ส่งตรงเข้ามาเมื่อห้านาที
ก่อนยังคงค้างอยู่บนหน้าจอ ประโยคนั้นไม่ใช่แค่คำขู่ลอยๆ แต่มันคือสะเก็ดไฟที่ถูกจุดขึ้นเพื่อเผาทำลายความสงบสุขที่เขากำลังสร้างร่วมกับติวเตอร์สาวจอมโวยวาย
"ส่งมาดึกดื่นแบบนี้ สงสัยจะว่างงานมากสินะครับ" ธันวาพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
เขาวางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระดาษพลิกดังเบาๆ จากฝั่งตรงข้ามทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง
มีนากำลังนั่งกุมขมับอยู่กับกองชีทสรุปวิชาประวัติศาสตร์สังคมไทยที่ยาวเป็นหางว่าว เธอยุ่งอยู่กับการไฮไลต์ข้อความจนหมึกเกือบจะทะลุไปอีกหน้า
ปากเรียวเล็กขמוบขมิบพึมพำท่องจำอะไรบางอย่างด้วยความหัวเสีย ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นมองเขาด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมานานนับชั่วโมง
"นี่! ธันวา นายช่วยหยุดส่งสายตาปริศนาแล้วมาช่วยฉันดูตรงนี้หน่อยสิยะ!" มีนาโวยวายเบาๆ กลัวเสียงดังรบกวนคนอื่นในห้องสมุด
แต่มือเรียวกลับปาปากกาเน้นข้อความมาแปะลงบนหน้าผากกว้างของเขาพอดีเป๊ะ
"โอ๊ย! เจ็บนะครับคุณติวเตอร์ ทำร้ายร่างกายกันแบบนี้ ผมฟ้องศาลฟิสิกส์นะบอกเลย" ธันวาแกล้งทำหน้าเหเก
ลูบหน้าผากปอยๆ ทั้งที่ในใจกำลังประเมินสถานการณ์เรื่องข้อความปริศนาเมื่อครู่ไปด้วย
"ฟ้องศาลอะไรของนายเล่า! นี่ฉันกำลังจะบ้าตายอยู่แล้วนะ ประวัติศาสตร์อยุธยาทำไมมันจำยากจำเย็นแบบนี้วะเนี่ย
สู้ฟิสิกส์ของนายไม่ได้หรอก มีแค่สูตรไม่กี่ตัวก็คำนวณได้หมดแล้ว" มีนาบ่นอุบอิบ แก้มป่องด้วยความไม่สบอารมณ์
ธันวาอมยิ้มบางๆ ความสดใสตรงหน้าช่วยดึงเขากลับมาจากความคิดด้านลบได้อย่างรวดเร็ว
เขาขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้เธอยิ่งขึ้นจนไหล่แทบจะชิดกัน กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นอายกระดาษเก่าๆ ในห้องสมุด
"ประวัติศาสตร์มันก็เหมือนอุณหพลศาสตร์นั่นแหละครับคุณมีนา" ธันวาเริ่มเข้าโหมดอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนฟัง
ตามความถนัดของตัวเอง
"ห๊ะ? อุณหพลศาสตร์อะไรอีกเนี่ย อย่ามามุกนะ นายจะโยğเรื่องความร้อนมาเกี่ยวอะไรกับพระเจ้าอู่ทอง!" มีนาหรี่ตามองอย่างระแวง
"เกี่ยวสิครับ... กฎข้อที่สองของเทอร์โมไดนามิกส์บอกไว้ว่า 'เอนโทรปี (Entropy) ของระบบปิดมีแต่จะเพิ่มขึ้นเสมอ'
ความหมายก็คือ ความโกลาหลและความไร้ระเบียบในจักรวาลมันมีแต่จะเพิ่มขึ้น เหมือนกับห้องนอนของคุณ หรือไม่ก็สมองของคุณตอนนี้ไงล่ะครับ"
"อีตาธันวา! นี่นายหลอกด่าว่าห้องฉันรกแล้วก็สมองเสื่อมเหรอ!" มีนากำลังจะงื้อมือขึ้นมาฟาดแขนเขาอีกรอบ
แต่ธันวากลับรวบมือเรียวทั้งสองข้างไว้ด้วยความเร็วระดับแสง รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่หายไป
แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่ทำเอาคนถูกจับมือถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ
"ผมไม่ได้ด่า... ผมแค่กำลังเปรียบเทียบ" ธันวากระซิบเสียงเบา ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโต
"แต่รู้ไหมครับว่า ถึงแม้เอนโทรปีในจักรวาลจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทุกอย่างวุ่นวายแค่ไหน...
แต่ถ้าเป็นเรื่องของคุณมีนา เอนโทรปีในใจผมมันกลับลดลงจนเป็นศูนย์เลยนะครับ"
ฉากตรงหน้าเงียบกริบ มีนารู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันจนหน้าผากเริ่มมีเหงื่อซึม
หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงจะได้ยินเสียงมันชัดเจน
สมองที่เคยประมวลผลคำศัพท์และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ตอนนี้กลับโล่งโ룱ง ย่อยคำพูดกำกวมของนายเซียนฟิสิกส์ไม่ออกสักคำ
"พ...พูดบ้าอะไรของนายเนี่ย! ปล่อยมือฉันเลยนะ!" มีนารีบดึงมือออกหน้าแดงแจ๋ลามไปถึงใบหู
เธอแกล้งก้มหน้าก้มตาอ่านชีทประวัติศาสตร์ต่อเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งพล่านจนควบคุมไม่ได้
"ใครเขาอยากรู้เรื่องเอนโทรปีของนายกันเล่า อ่านหนังสือต่อเงียบๆ ไปเลยนะ!"
ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายอมถอยหลังกลับไปนั่งท่าเดิม แต่สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้านิ่งๆ
ที่พยายามซ่อนรอยยิ้มเขินของติวเตอร์สาว
บรรยากาศระหว่างพวกเขากำลังอบอุ่นและหวานละมุนจนน่าประหลาดใจ... หากไม่ใช่เพราะหน้าจอโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อกางเกงของธันวาสั่นเตือนขึ้นมาอีกครั้ง
*Rrr...*
ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความใหม่จากเบอร์แปลกส่งรูปถ่ายใบหนึ่งมาให้
มันคือรูปถ่ายเก่าๆ ในห้องแลปฟิสิกส์เมื่อสองปีที่แล้ว
ภาพของเขาที่กำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะทดลองที่มีควันพวยพุ่ง และมีร่างของใครอีกคนล้มลงหมดสติอยู่บนพื้น
พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาอุณหภูมิรอบตัวธันวาดิ่งฮวบลงจนติดลบ
*[พรุ่งนี้เที่ยง... ถ้าไม่อยากให้มีคารู้เรื่อง "อุบัติเหตุ" ที่ทำรุ่นพี่คนนั้นต้องดรอปเรียน... ก็เลิกยุ่งกับเธอซะ]*
ธันวาอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาที่เคยขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ความลับที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ตลอดสองปี กำลังถูกขุดขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นระหว่างเขากับมีนา
มีนาเงยหน้าขึ้นจากกองชีทเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อเห็นใบหน้าเคร่งเครียดของธันวา
"ธันวา... เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าซีดๆ นะ หรือว่าเครียดเรื่องที่ฉันบ่นเมื่อกี้?" มีนาถามด้วยน้ำเสียงเจือความห่วงใย
ธันวาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังปะทุในอก เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับมีนาก่อนจะคลี่รอยยิ้มบางๆ ออกมาฝืนๆ เพื่อไม่ให้เธอเป็นห่วง แต่แววตากลับซ่อนความหวาดกลัวลึกๆ ที่ไม่อาจเอ่ยปากบอก
"เปล่าครับ... ไม่มีอะไร" ธันวาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวมีนาเบาๆ อย่างเคยชิน
"แค่กำลังคิดว่า... ต่อให้โลกนี้จะมีกฎฟิสิกส์ที่ซับซ้อนแค่ไหน ก็ไม่มีกฎข้อไหนอธิบายได้เลยว่า... ทำไมผมถึงยอมแพ้ให้คุณได้ขนาดนี้"
"ฮั่นแน่! เริ่มมามุกเลี่ยนอีกแล้วนะ นายกินน้ำตาลเข้าไปกี่กระสอบเนี่ยวันนี้!" มีนาโวยวายกลบเกลื่อนความเขินเหมือนเดิม โดยไม่รู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มกวนๆ นั้น ธันวากำลังตัดสินใจเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เพื่อปกป้องรอยยิ้มของเธอจากเงาสีดำในอดีต
...ในวินาทีที่ธันวากดล็อกหน้าจอโทรศัพท์เพื่อเก็บมันใส่กระเป๋า
ข้อความแชตใหม่เด้งขึ้นมาบนหน้าจออีกครั้งโดยที่เขายังไม่ทันได้ปิดเครื่อง
แต่มันไม่ใช่จากเบอร์ปริศนา...
แต่มันคือข้อความจาก "รุ่นพี่มกรณ์" อดีตเพื่อนร่วมแลปคนที่หายตัวไปจากคณะเมื่อสองปีก่อน ซึ่งส่งข้อความสั้นๆ ทิ้งท้ายไว้ว่า—
*"กูรอกลับมาทวงทุกอย่างคืนอยู่นะ... ไอ้ธันวา"*
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและป่วนไปด้วยกันกับความสัมพันธ์ที่นับวันยิ่งเคมีฟุ้งกระจายคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะครับ
เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 12
ทฤษฎีจีบคนซื่อบื้อ
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!