เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 11

เสียงสะท้อนจากคนในแชต

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"นายช่วยอธิบายหน่อยสิว่าไอ้ข้อความพวกนี้มันคืออะไร... ธันวา!" น้ำเสียงของมีนาไม่ได้แค่ดัง แต่มันเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่ผสมโรงมากับความงุนงงจนใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอสาวเท้าก้าวพรวดๆ ออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่มือข้างหนึ่งยังถือสมาร์ทโฟนชูขึ้นสูง ราวกับกำลังถือหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีฆาตกรรมที่ธันวาเป็นฆาตกรต่อเนื่อง หน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นสว่างวาบ แสดงผลหน้าต่างแชตของกลุ่มติวเตอร์-นักศึกษา ที่ตอนนี้ข้อความวิ่งรัวเร็วเป็นพายุทอร์นาโดจนอ่านแทบไม่ทัน ธันวา ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดำสนิทอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเดิม หลุบตาลงมองหน้าจอที่สั่นระริกนั้นด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึกราวกับพระรูปปั้น เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ปฏิกิริยาของชายหนุ่มคือการวางแก้วกาแฟลงบนจานรองอย่างช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ ของเซรามิกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่ถูกทำลายด้วยเสียงแจ้งเตือนแชตที่ดังติ๊งๆๆ ไม่ขาดสาย "ถ้าหมายถึงความเร็วในการพิมพ์ของพวกในกลุ่ม ผมว่าพวกเขาน่าจะได้เหรียญทองโอลิมปิกนะคุณว่าไหม" ธันวาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ไปให้ "อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ!" มีนากระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเสียงดังโครม ดวงตากลมโตจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างเอาเรื่อง นิ้วเรียวชี้ไปที่หน้าจอโทรศัพท์ที่ตอนนี้ถูกดันมาจ่อตรงหน้าจมูกของธันวา "นายดูนี่! 'คู่จิ้นสายวิทย์กับเจ๊โหดฟื้นคืนชีพ', 'เคมีแรงมากแม่ นั่งเงียบๆ แต่ดาเมจทะลุจอ', 'อุ๊ย ติวเตอร์มีนาหน้าแดงตอนธันวาหยิบชีทให้เมื่อกี้ ฉันเห็นนะ'... อะไรเนี่ย! พวกเขาเพี้ยนกันไปหมดแล้วหรือไง!" ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางบนโต๊ะ ประสานมือเข้าหากันในท่าทางที่ดูจริงจังผิดคาด จนมีนาเผลอชะงักไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความขี้เล่นเอาไว้เสมอ "คุณเคยได้ยินเรื่อง *Quantum Entanglement* หรือการพัวพันเชิงควอนตัมไหมครับ มีนา" ธันวาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ชวนฟังราวกับกำลังบรรยายในเลคเชอร์ห้องใหญ่ "นี่ไม่ใช่เวลามาสอนฟิสิกส์นะ! ฉันกำลังเครียดอยู่!" มีนาโวยวายพร้อมกับสะบัดมือเร้าๆ "ฟังผมก่อนสิครับ" ธันวาอมยิ้มบางๆ "ในทางฟิสิกส์ อนุภาคสองตัวที่เคยเชื่อมโยงกัน ต่อให้คุณจะแยกมันไปไว้คนละฟากของจักรวาล ถ้าตัวหนึ่งหมุนเปลี่ยนทิศทาง อีกตัวก็จะเปลี่ยนตามทันทีโดยไม่ต้องส่งสัญญาณหากัน... สำหรับผมแล้ว ปฏิกิริยาที่คนในแชตเขากำลังแซวกันอยู่นี่ มันก็คล้ายๆ กันนั่นแหละครับ" "คล้ายตรงไหนยะ!" มีนาร้องเสียงหลง หน้าแดงหนักกว่าเดิมจนลามไปถึงใบหู "นั่นมันเรื่องฟิสิกส์บ้าบออะไรของนาย แต่นี่มันคือการที่พวกเด็กๆ ในกลุ่มกำลังเข้าใจผิดว่าเรา... ว่าเรากุ๊กกิ๊กกัน!" "แล้วใครบอกว่าพวกเขาเข้าใจผิดล่ะครับ?" คำถามสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ้งน้ำหนักลงไปทุกพยางค์ ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีนาอ้าปากค้างเล็กน้อย คำพูดที่เตรียมจะโวยวายต่อติดอยู่แค่ลำคอ หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายเริ่มเต้นผิดจังหวะจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่สั่นไหววูบวาบอย่างปิดไม่มิด "นาย... นายหมายความว่ายังไง..." มีนาถามเสียงแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว ความดุดันเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงติวเตอร์สาวขี้โวยวายที่กำลังแพ้ทางให้กับความนิ่งและสายตาจริงจังของหนุ่มนักฟิสิกส์อย่างราบคาบ ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสกิดแว่นตาที่สันจมูกเล็กน้อย ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นกาแฟคั่วผสมผสานกันอย่างลงตัวลอยเข้าจมูกของมีนา ทำให้เธอเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อร่างสูงโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ "ในเมื่อทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าแรงดึงดูดระหว่างมวลมันขึ้นอยู่กับระยะทางและมวลสาร..." ธันวากระซิบเบาๆ ข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นจงใจลากเสียงยาวชวนให้หัวใจสั่นไหว "...และสำหรับผมแล้ว ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้ มันใกล้พอที่จะทำให้แรงโน้มถ่วงรอบตัวผมพังทลายลงมาได้แล้วล่ะครับ มีนา" มีนาเบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับมุกเสี่ยวผสมฟิสิกส์ที่จู่โจมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว เธอกำลังจะอ้าปากด่ากลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด แต่ทว่า... *กริ๊งงงง!* เสียงกริ่งประตูห้องเรียนติวเตอร์ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของกลุ่มเด็กนักเรียนที่มารอเรียนคอร์สต่อไปกำลังเดินเข้ามาใกล้ประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ มีนาสะดุ้งสุดตัว เธอผลักอกธันวาให้ออกจากพื้นที่ส่วนตัวทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกมะเขือเทศสุก สองมือรีบคว้าโทรศัพท์มากดล็อกหน้าจอแล้วเอามาแนบแก้วเพื่อระบายความร้อน ขณะที่ธันวายืดตัวขึ้นยืนตรง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "เอ้า ทุกคนเงียบเสียงกันหน่อย วันนี้เราจะมาเริ่มเรียนเรื่องคลื่นเสียงและการสั่นพ้องกันนะครับ..." ธันวาหันไปกล่าวทักทายกลุ่มนักเรียนที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับอาจารย์หนุ่มผู้เคร่งครัดในตำราทุกกระเบียดนิ้ว มีนาค้อนวงใหญ่ให้แผ่นหลังของคนเจ้าเล่ห์ไปหนึ่งที เธอรีบเดินไปหยิบชีทเรียนบนโต๊ะมาถือไว้เพื่อซ่อนมือที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะหันไปแจกเอกสารให้เด็กๆ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของธันวาที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานของเขา หน้าจอโทรศัพท์เครื่องนั้นยังคงสว่างอยู่... และข้อความล่าสุดที่ปรากฏขึ้นในกลุ่มแชตหลักของสถาบัน ไม่ใช่ข้อความแซวเล่นจากพวกเด็กนักเรียนอีกต่อไป แต่เป็นข้อความจากบัญชีปริศนาที่ไม่มีชื่อโปรไฟล์ ส่งตรงเข้ามาหาธันวาแบบส่วนตัว และข้อความนั้นเขียนเอาไว้ตัวโตๆ ว่า— *"เลิกยุ่งกับมีนาซะ ถ้าไม่อยากให้เรื่องในอดีตที่ห้องแลปฟิสิกส์ตอนปีสอง... ถูกขุดคุ้ยออกมาพูดอีกครั้ง"* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%