เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 13

ขีดจำกัดความอดทนของติวเตอร์

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
เสียงตบโต๊ะดัง *ปัง!* สนั่นห้องสมุดเงียบสงบ จนบรรณารักษ์โต๊ะข้างๆ ต้องหันมาส่งสายตาพิฆาตเป็นเชิงปราม แต่คนทำผิดกฎระเบียบอย่าง "มีนา" ในตอนนี้คงไม่เหลือพื้นที่ในสมอง100% มาใส่ใจมารยาททางสังคมอีกต่อไปแล้ว เส้นเลือดขมับของเธอปูดโปนจนแทบจะเต้นเป็นจังหวะเพลงร็อก แถมลมหายใจยังเข้าออกถี่กระชั้นด้วยความโกรธระคนเหลืออด "ธันวา! นายจะบ้าหรือไงวะ!" เสียงแหลมสูงที่พยายามกดให้เบาที่สุดหลุดออกมาจากริมฝีปากบางที่เม้มจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตถลึงมองหน้าชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เจ้ากรรม... คนถูกด่ากลับทำหน้าลอยชาย นั่งไขว่ห้างหมุนปากกาในมือเล่นแถมยังส่งยิ้มกวนประสาทชนิดที่ถ้าเอาตีนกาบนหางตาไปแลกเป็นเงินคงได้หลายบาทมาให้ "ใจเย็นก่อนสิครับคุณติวเตอร์ หน้าดำคร่ำเครียดขนาดนี้ เดี๋ยวคอลลาเจนใต้ผิวหนังก็ลดลงเร็วนะครับ ด้วยความหวังดีจากว่าที่บัณฑิตฟิสิกส์ ผมแนะนำให้ยิ้มเยอะๆ แม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันจะน่าร้องไห้ก็เถอะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ กวนประสาทเสียยิ่งกว่าเอาน้ำส้มสายชูมาราดแผลสด "ใครจะไปยิ้มลงวะ! นายกวนประสาทฉันมาสามชั่วโมงเต็มแล้วนะธันวา!" มีนากัดฟันกรอด ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะอีกรอบอย่างเหลืออด "บอกให้อ่านหนังสือสอบร่วมกัน แต่นายเอาแต่เอาข้อสอบฟิสิกส์โง่ๆ มาถามฉัน... ถามว่าความเร่งโน้มถ่วงบนดาวอังคารคือเท่าไหร่ บ้าบออะไรเล่า! ฉันติวสังคมนะเว้ย! วิชาสังคมศึกษาอ่ะ! จำได้ไหม! กฎหมายรัฐธรรมนูญ หน้าที่พลเมือง ประวัติศาสตร์อยุธยา ไม่ใช่มานั่งคำนวณหาแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางของดาวเคราะห์ซักหน่อย!" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เขาชอบเหลือเกินเวลาที่หญิงสาวตรงหน้าสติหลุด เพราะมันทำให้เขารู้สึกว่าโลกใบนี้มีสีสันขึ้นมาเยอะ "อ้าว ก็ไหนคุณบอกว่าอยากเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์และสังคมไม่ใช่เหรอครับ" ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้า ศอกค้ำโต๊ะ ประสานมือเข้าหากัน สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังลุกเป็นไฟของเธอ "ฟิสิกส์ก็คือการศึกษาธรรมชาติของจักรวาล สังคมก็คือจักรวาลขนาดย่อมที่มีมนุษย์เป็นอนุภาค ถ้าคุณเข้าใจแรงดึงดูดระหว่างมวลได้ คุณก็จะเข้าใจแรงดึงดูดระหว่างคนสองคน... อย่างเช่น แรงดึงดูดที่ทำให้คุณนั่งอยู่ตรงนี้กับผมยังไงล่ะครับ" "อี๋! มุกเสี่ยวแบบนี้เอาไปเก็บไว้ใช้จีบสาวคณะวิทย์โน่นไป!" มีนาหวีดร้องในลำคอ ยกมือขึ้นปิดหูตัวเองสลับกับทำท่าจะอ้วก "แล้วอีกอย่าง เลוףพูดเรื่องแรงดึงดูดบ้าบอนั่นซะที! ฉันเตือนนายแล้วนะธันวา ถ้าอีกสิบนาทีนี้ นายยังไม่ยอมเปิดชีทสรุปประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ให้ฉันติว นายเตรียมตัวนอนนอกห้องสมุดได้เลย!" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตากวนๆ เจือประกายความเอ็นดูวับวาม "โหดจังเลยนะครับ... แต่ถ้าผมจะบอกว่า สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันอธิบายได้ด้วยกฎข้อที่สามของนิวตันล่ะครับ" "กฎบ้าอะไรอีกวะ!" "Action = Reaction ไงครับ ทุกๆ แรงกิริยา จะมีแรงปฏิกิริยาขนาดเท่ากันในทิศทางตรงกันข้าม" ธันวาอมยิ้มมุมปาก ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ สะอาดๆ ลอยเข้าจมูกมีนา "ยิ่งคุณโวยวายใส่ผมมากเท่าไหร่... แรงปฏิกิริยาในใจผม มันก็ยิ่งอยากจะแกล้งคุณให้มากขึ้นเท่านั้น... แบบนี้แหละครับที่เขาเรียกว่าสมดุลกลของจริง" มีนาอ้าปากค้าง รู้สึกเหมือนสมองกำลังจะรันระบบไม่ทันกับตรรกะกวนๆ ของผู้ชายคนนี้ เธอยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองปวดหัวตุบๆ อยากจะกรี๊ดดังๆ ให้ลั่นตึกแต่ติดที่เป็นห้องสมุด ทำได้แค่ส่งค้อนวงใหญ่ไปให้อย่างคาดโทษ บรรยากาศตึงเครียดแต่เจือความอบอุ่นหัวเราะต่อกระซิกแบบนี้ดำเนินต่อไปอีกครู่ใหญ่ จนกระทั่งสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของธันวาที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะสั่นครืดขึ้นมา หน้าจอแสดงผลแจ้งเตือนข้อความเข้าจากแอปพลิเคชันแชทยอดฮิต ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มกวนๆ เลือนหายไปจากใบหน้าอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงความนิ่งงันที่เข้ามาแทนที่อย่างกะทันหัน บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที จนมีนาที่นั่งอยู่ตรงข้ามสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นได้ทันที "เป็นอะไร หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว ใครทักมา... แฟนเก่าทวงหนี้เหรอ" มีนาแกล้งแซวเพื่อทำลายความเงียบ แต่ธันวาไม่แม้แต่จะส่งยิ้มกลับมา นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ ดวงตาคู่คมกวาดอ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทั้งเย็นชาและไหววูบในเวลาเดียวกัน ข้อความนั้นถูกส่งมาจากบัญชีนิรนามที่ไม่มีแม้แต่รูปโปรไฟล์... *[กูรอกลับมาทวงทุกอย่างคืนอยู่นะ... ไอ้ธันวา]* ริมฝีปากที่เคยมีคำพูดกวนประสาทเสมอเม้มเข้าหากันแน่นสันกรามขบเข้าหากันจนนูนขึ้น ธันวานิ่งค้างไปนานราวกับโลกหยุดหมุน ความทรงจำเก่าๆ ที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ก้นบึ้งของจิตใจกำลังถูกกระชากกลับขึ้นมาอย่างรุนแรง มีนาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เธอไม่เคยเห็นธันวาในโหมดนี้มาก่อน... โหมดที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งความกวนประสาท และเต็มไปด้วยรังสีความกดดันบางอย่างที่น่ากลัว "ธันวา..." มีนาเอ่ยเรียกเสียงเบาลง ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความกังวลใจแปลกๆ "เกิดอะไรขึ้นเหรอ ใครส่งอะไรมา?" ธันวาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ สายตาที่มองมาที่เธอในตอนนี้มันว่างเปล่าจนน่าใจหาย ก่อนที่เขาจะฝืนปั้นยิ้มบางๆ ที่ดูฝืดฝืนที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต แล้วซ่อนโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋าเสื้อกั๊กอย่างรวดเร็ว "เปล่าครับ... ไม่มีอะไรหรอก" ธันวาตอบเสียงเรียบ หลบสายตาเธอนิดหน่อย "แค่เรื่องไร้สาระของพวกว่างงานน่ะครับ... เรา... กลับมาติววิชาสังคมต่อกันดีกว่าเนอะ" น้ำเสียงของเขาพยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่มันกลับยิ่งดูผิดปกติในความรู้สึกของมีนา หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบสังหรณ์ใจประหลาดราวกับกำลังมีพายุลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นในความเงียบสงบ และก่อนที่สติของมีนาจะทันได้ประมวลผลอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์ของเธอก็สั่นขึ้นพร้อมกัน... หน้าจอของเธอสว่างวาบขึ้นมาในความมลสลัวของมุมห้องสมุด พร้อมกับข้อความปริศนาจากเบอร์แปลกปลอมที่ถูกส่งตรงเข้ามาหาเธอโดยเฉพาะ * [เตือนไว้ก่อนนะเด็กน้อย... แฟนของเธอไม่ได้ใสสะอาดอย่างที่คิดหรอก ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ]* มีนาเบิกตากว้าง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอเงยหน้าขึ้นมองธันวาที่ตอนนี้กำลังหันไปมองออกนอกหน้าต่างห้องสมุดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลับดำมืด... โปรดติดตามตอนต่อไปครับ --- *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนอมยิ้มของคู่หูคู่นี้นะครับ)*
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%