"คุณธันวา! ถ้ากระป๋องกาแฟกระป๋องนี้หกใส่ชีทสรุปประวัติศาสตร์รอบโลกของฉันอีกแม้แต่หยดเดียว ฉันจะเอาปากกาเคมีเขียนหน้าผากคุณให้เป็นสมการแมกซ์เวลล์เวอร์ชันแก้ไม่ตกเลยคอยดู!"
เสียงโวยวายแหลมสูงระดับแปดเดซิเบลของมีนาดังก้องไปทั่วห้องสมุดเงียบสงบ จนบรรณารักษ์ผู้ดูแลโต๊ะสารานุกรมต้องส่งสายตาพิฆาตมาให้ แต่เจ้าตัวต้นเหตุอย่างธันวากลับนั่งไขว่ห้าง ยกมือขึ้นยอมจำนนแบบขอไปที ริมฝีปากหยักลึกแย้มรอยยิ้มกวนประสาทตามสไตล์อัจฉริยะฟิสิกส์ผู้ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ในจักรวาล
"โธ่ มีนาครับ ใจเย็นก่อนสิครับคุณติวเตอร์คนเก่ง กาแฟกระป๋องนี้มันไม่ได้อยากจะลี้ภัยมาซบชีทของคุณหรอกครับ แต่มันเป็นไปตามหลักฟิสิกส์ล้วนๆ เลยนะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนหมั่นไส้ พร้อมกับขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะไม้ยาวที่แคบลงถนัดตาเนื่องจากกองหนังสือเตรียมสอบที่กองสุมกันสูงเป็นภูเขาเลากา
"ฟิสิกส์บ้าบออะไรของคุณอีกเล่า! นี่มันความซุ่มซ่ามของคุณเองชัดๆ!" มีนาถลึงตาใส่จนแทบจะหลุดออกจากเบ้า มือเล็กรีบคว้าทิชชüมาซับคราบสีน้ำตาลเข้มที่กำลังซึมผ่านกระดาษโน้ตแผ่นสำคัญอย่างลนลาน ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดจนแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโห
"ฟังผมอธิบายก่อนสครับคุณมีนา..." ธันวาโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นคาเฟอีนจางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มของหญิงสาว จนมีนาต้องชะงักมือที่กำลังเช็ดโต๊ะไปโดยปริยาย หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น
"ดูนี่สครับ..." ธันวาใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกระป๋องกาแฟอะลูมิเนียมที่บุบสลายเล็กน้อยจากการกระแทกเมื่อครู่ "ตอนที่ผมวางกระป๋องลงบนโต๊ะด้วยความเร็วสูง อากาศภายในกระป๋องที่ถูกอัดแน่นประกอบกับความร้อนทำให้เกิดความดันภายในสูงกว่าความดันบรรยากาศภายนอก... เมื่อผนึกกระป๋องคลายตัว อากาศรอบนอกที่มีความดันสูงกว่าจึงพยายามดันทะลักเข้าไปเพื่อสร้างสมดุล แต่ในขณะเดียวกัน ของเหลวภายในก็พยายามหาทางออกตามหลักพลศาสตร์ของไหล... พูดง่ายๆ ก็คือ มันเป็นเรื่องของความแตกต่างของความดันอากาศ (Pressure Difference) ครับ"
"ฉันไม่ได้อยากเรียนวิชาอุณหพลศาสตร์ตอนนี้สักหน่อย!" มีนาแหวใส่เสียงดังลั่น พยายามเบี่ยงตัวหนีใบหน้าหล่อเหลาที่ยื่นเข้ามาใกล้เสียจนเกินงาม แต่เพราะพื้นที่ใต้โต๊ะมันแคบแสนแคบ แถมยังมีขาเก้าอี้และกระเป๋าเป้กีดขวาง ทำให้ข้อศอกของเธอไปปัดเข้ากับสันหนังสือเล่มหนาเข้าอย่างจัง
"อุ๊ย!"
หนังสือประวัติศาสตร์ยุโรปเล่มโตหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น พร้อมกับร่างบางของมีนาที่เสียหลักหงายหลังลงจากเก้าอี้ ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ธันวาแสดงปฏิกิริยาตอบสนอง (Reaction Time) ที่เร็วกว่าแสง เจ้าตัวพุ่งพรวดคว้าเอวบางของเธอไว้ได้ทันก่อนที่ศีรษะสวยๆ จะฟาดเข้ากับมุมโต๊ะไม้เนื้อแข็ง
แรงเหวี่ยงจากการคว้าตัวทำให้ร่างทั้งสองร่างล้มกลิ้งลงไปกองบนพื้นพรมหนานุ่มของมุมลับตาคนในห้องสมุด ธันวาอยู่ด้านบนโดยมีแขนแกร่งข้างหนึ่งค้ำยันพื้นไว้เพื่อรับน้ำหนักตัวไม่ให้ทับลงบนร่างเล็ก ขณะที่มืออีกข้างยังคงโอบกระชับรอบเอวบางไว้แน่น ส่วนมีนานั้นนอนตาสว่างค้างอยู่ใต้ร่างของเขา ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นจังหวะเดียวกันอย่างน่าประหลาด
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวชั่วขณะ มีนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดลามเลียไปจนถึงใบหู เธอนิ่งค้างไปราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อตระหนักได้ว่าตอนนี้ระยะห่างระหว่างเธอกับพ่อหนุ่มนักฟิสิกส์จอมกวนคนนี้มันใกล้ชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
"เอ่อ..." มีนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลคำศัพท์และไวยากรณ์ได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าสนิท หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าจังหวะกลองชุดในคอนเสิร์ต
"ทีนี้..." เสียงทุ้มนุ่มต่ำกระซิบแผ่วเบaอยู่ใกล้ใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนมีนาต้องหลับตาปี๋ด้วยความจั๊กจี้และเขินอาย "คุณมีนายังคิดว่านี่เป็นแค่ความซุ่มซ่ามธรรมดาอยู่ไหมครับ?"
"ธันวา... นาย... ถอยออกไปเลยนะ!" มีนาพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายกลับมา ใช้มือสองข้างดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้ แต่ทว่าแรงอันน้อยนิดของเธอนั้นเทียบไม่ได้เลยกับแรงของคนตัวโตที่ตอนนี้แกล้งทำเป็นไร้เรี่ยวแรงแถมยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นไปอีก
"ไม่เอาหครับ..." ธันวาตอบเสียงพร่า ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด "ทางฟิสิกส์เขาบอกว่า สสารที่มีมวลมักจะมีแรงดึงดูดระหว่างกันเสมอกୁตามกฎความโน้มถ่วงสากล... แต่สำหรับผมแล้ว แรงดึงดูดที่มีต่อคุณมีนามันไม่ได้มาจากมวลสารหรอกครับ..."
หัวใจของมีนากระตุกวูบ เธอลืมตาขึ้นสบตากับเขาอีกครั้ง ลมหายใจติดขัดเมื่อได้ยินประโยคต่อมาที่ลอยละล่องออกมาจากริมฝีปากของพ่อหนุ่มนักฟิสิกส์
"...แต่มันมาจาก 'ความดันหัวใจ' ที่มันพุ่งสูงเกินขีดจำกัดต่างหากล่ะครับ"
"คนบ้า!" มีนาร้องว้าดลั่นด้วยความเขินจัดจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ เธอใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบลงบนไหล่กว้างของเขาเบาๆ แก้เก้อ พยายามซ่อนรอยยิ้มและอาการแก้มแดงแจ๋ที่ปิดไม่มิด
ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับด้วยความเอ็นดู เขายังคงตรึงร่างของเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างถือวิสาสะ บรรยากาศรอบตัวที่ควรจะอึดอัดกลับอบอวลไปด้วยความหวานละมุนและกลิ่นอายความฟีลกู๊ดที่ทำเอาคนอ่านต้องจิกหมอนตาม
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้ที่ติ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นใกล้ชั้นหนังสือมุมอับนั้น พร้อมกับเสียงกระแอมไอเบาๆ ที่ทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ
"อะแฮ่ม! ขอโทษนะครับ... คือว่า ตรงนี้ไม่ใช่โซนทำกิจกรรมส่วนตัวนะครับคุณนักศึกษา..." เสียงทุ้มเข้มของเจ้าหน้าที่ห้องสมุดดังขึ้นเหนือหัวของทั้งคู่
ธันวาชะงักเล็กน้อย เขายอมผละตัวลุกขึ้นยืนอย่างเสียดาย พร้อมกับยื่นมือหนาไปฉุดดึงข้อมือเรียวบางของมีให้ลุกขึ้นยืนตามอย่างสุภาพบุรุษ มีนารีบก้มหน้าซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกมะเขือเทศสุก สองมือรีบจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่เข้าทางด้วยความรวดเร็ว
"ขอโทษด้วยครับพี่ พอดีเกิดอุบัติเหตุทางฟิสิกส์นิดหน่อยน่ะครับ กำลังจะเคลียร์พื้นที่พอดีเลยครับ" ธันวาตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับส่งยิ้มหล่อเหลาละลายใจให้เจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่ทำหน้าเอือมระอาใส่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินส่ายหัวจากไป
มีนาหันขวับมาค้อนใส่พ่อหนุ่มจอมกวนวงใหญ่ พร้อมกับยื่นมือไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพายด้วยความงอนปนเขิน "เพราะนายคนเดียวเลยธันวา! ฉันจะกลับบ้านแล้ว! ไม่ติวให้แล้วด้วย!"
เธอหมุนตัวเตรียมก้าวเดินหนีออกจากมุมนั้นทันทีด้วยความรวดเร็ว ทว่าธันวากลับคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตของเธอเอาไว้เบาๆ ทำให้มีนาต้องสะดุดหยุดกุน ชำเลืองสายตากลับมามองด้วยความไม่พอใจ
"ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไง!"
"เดี๋ยวก่อนสครับคุณมีนา..." ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอด้วยแววתาที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง จนมีนาต้องชะงักค้างไป "เรื่องติวหนרוะเอาไว้ก่อน... แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมยังไม่ได้อธิบายให้คุณฟัง"
"เรื่องอะไรอีกเล่า?" มีนาถามเสียงห้วน พยายามทำเป็นใจแข็งทั้งที่หัวใจเต้นโครมคราม
ธันวาอมยิ้มบางๆ เขาหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูออกจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก นิ้วเรียวกดหน้าจอพิมพ์ข้อความบางอย่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นหน้าจอมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ
"เรื่องที่ว่า... ข้อความที่ผมเผลอกดส่งหาคุณเมื่อคืนก่อนหน้านี้ ที่บอกว่า *'ความดันอากาศอาจทำให้กระป๋องแฟบ แต่ความน่ารักของคุณทำให้ผม...'* น่ะ... จริงๆ แล้วผมยังไม่ได้พิมพ์ต่อให้จบประโยคเลยนะครับ"
มีนาก้มมองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ปรากฏข้อความแชตค้างคา พร้อมกับสถานะที่กำลังพิมพ์อยู่... และวินาทีต่อมา ธันวาก็กดส่งข้อความประโยคสุดท้ายนั้นเข้ามาในแชทส่วนตัวของเธอต่อหน้าต่อตา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความวุ่นวายของคู่หูคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย•ตอนที่ 20
ความดันอากาศกับความสัมพันธ์
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณติวเตอร์ขี้โวยวาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!