ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม•ตอนที่ 17

แรงกดดันจากคนรอบข้าง

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลอัครเดชาโภคิน ไม่ได้ช่วยลดทอนไอความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากสายตานับสิบคู่ที่พุ่งตรงมายังธามันแม้แต่น้อย เอกสารในซองสีน้ำตาลที่วางอยู่ตรงหน้าประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล สั่นไหวตามแรงหอบหายใจระรัวของเจ้าตัว มือหนาที่เคยใช้เซ็นอนุมัติโครงการพันล้านกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน คำว่า "ผลตรวจ DNA" ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจให้อหลอแหลกเป็นจุล "แกกำลังคิดอะไรอยู่ ธามัน?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของ ‘คุณท่านพงศกร’ ผู้เป็นปู่และเสาหลักของตระกูลดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก สายตาฝ้าฟางแต่คมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองหลานชายคนโปรดด้วยความผิดหวัง "ข่าวลือเรื่องอดีตภรรยาของแกกับเด็กผู้ชายคนนั้น... มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และตระกูลของเราไม่มีทางยอมให้มีสายเลือดนอกกฎหมายที่ไหนมารดมลทินชื่อเสียงที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน" "ท่านปู่ครับ... เอ๊ย ดิฉันหมายถึง..." ธามันกลืนก้อนสะอื้นผడుอคอลงไปอย่างยากลำบาก เขาพยายามรักษามาดความเยือกเย็นที่เคยยึดถือเป็นเกราะคุ้มกาย แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินในวินาทีที่หัวใจกำลังร้าวราน "มันอาจจะมีความเข้าใจผิด..." "ความเข้าใจผิดบ้าอะไร!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นตามด้วยเสียงตวาดลั่นของ ‘คุณหญิงมยุรา’ ผู้เป็นป้า ซึ่งลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "แกปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้น รินรดา คนที่แกเคยเหยียบย่ำไสส่งออกจากบ้านไปอย่างไร้ค่า กลับมาลูบคมตระกูลเราได้ยังไง! แถมยังมีเด็กที่... ที่อาจจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของแกติดท้องไปตอนไหนก็ไม่รู้!" ธามันนิ่งงัน ภาพของรินรดาในวันที่เธอเดินออกจากคฤหาสน์หลังนี้ด้วยร่างอันบอบช้ำและหยาดน้ำตาที่เอ่อล้น ประทับแน่นอยู่ในความทรงจำ เขานึกย้อนไปถึงความเย็นชาที่เขาปรนเปรอให้เธอตลอดชีวิตการแต่งงานสามปี ความไร้เยื่อใยที่เขาคิดว่ามันคือความเด็ดขาด แต่วันนี้... ความเด็ดขาดโง่เง่าเหล่านั้นกำลังย้อนกลับมาเชือดคอเขาเอง "คุณป้าคะ... คุณปู่คะ" ธามันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย "เรื่องนี้ผมจัดการเองได้..." "จัดการ? แกจะจัดการยังไง!" คุณหญิงมยุราแค่นหัวเราะเสียงดังด้วยความสมเพช "ทางเลือกของตระกูลเรามีแค่ทางเดียว ธามัน! แกต้องกำจัดเสี้ยนหนามนี้ทิ้งเสีย ไม่ว่าจะเป็นตัวนังรินรดา หรือไอ้เด็กนั่น! ทำให้พวกมันหายไปจากสังคมนี้ซะ อย่าให้มีใครขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาได้อีกเด็ดขาด ถ แกทำไม่ได้ ปู่กับฉันนี่แหละจะเป็นคนจัดการเอง!" คำว่า "กำจัด" หนັກอึ้งเสียจนธามันรู้สึกเหมือนมีหินผามาทับอก ร่างสูงใหญ่ชาวาบไปทั้งตัว ภาพใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายตัวน้อยที่เขากล้าบังเอิญสบตาเมื่อหลายวันก่อนผุดขึ้นมาในหัว รอยยิ้ม ดวงตาคู่นั้น... และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน หัวใจของธามันกระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วไปทั่วร่าง เขาไม่เคยรู้เลยว่า... การสูญเสียสิ่งที่ตัวเองไม่เคยต้องการ จะเจ็บปวดเจียนตายได้มากขนาดนี้ ในขณะเดียวกัน ที่เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความเงียบสงบที่ทรงพลัง รินรดายืนอยู่ริมกระจกใสบานยักษ์ ทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง มือเรียวสวยถือแก้วไวน์แดงแกว่งช้าๆ ขณะที่มุมปากหยักสวยยกยิ้มเยาะหยัน เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นพร้อมกับอ้อมแขนอบอุ่นที่สวมกอดเธอจากด้านหลัง กวินทร์โนใบหน้าลงมาซบที่ลาดไหล่ของเธออย่างถือวิสาสะ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง "คุณคิดอะไรอยู่ คนเก่ง?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน พร้อมกับมือหนาที่ลูบไล้ต้นแขนเรียวเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น รินรดาไม่ขัดขืน ปล่อยให้กวินทร์ได้แสดงความห่วงใยตามสิทธิ์ที่เขามีในฐานะคู่คิดและคนที่อยู่เคียงข้างเธอในวันที่มืดมนที่สุด เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอประกายเด็ดเดี่ยว "ฉันกำลังคิดว่า... หมากตานี้ พวกเขาคงกำลังดิ้นรนกันน่าดูค่ะ กวินทร์" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย แต่กลับเต็มไปด้วยพิษสงที่ซ่อนเร้น "ธามันคงกำลังถูกกดดันจากญาติผู้ใหญ่จนแทบกระอักเลือด ผลตรวจ DNA นั่นคงทำให้คนบ้านนั้นนอนไม่หลับไปหลายคืน" กวินทร์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขาจูบเบาๆ ที่ขมับบางของเธอ "คุณช่างร้ายกาจเสียจริง รินรดา... แต่ฉันชอบนะ ชอบเวลาที่คุณเหยียบย่ำอีโก้ของพวกมันให้จมดินแบบนี้" รินรดากลับตัวหันมาเผชิญหน้ากับกวินทร์ ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกัน ความใกล้ชิดทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุขึ้นทีละน้อย กวินทร์ไล้ปลายนิ้วไปตามกรอบหน้าเรียวสวยอย่างทะนุถนอม สายตาของเขามีความปรารถนาซ่อนอยู่ลึกซึ้ง "แต่จำไว้... ไม่ว่าคุณจะเล่นเกมนี้ยังไง ฉันจะอยู่ข้างคุณเสมอ" กวินทร์กระซิบเสียงพร่า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงประกบเรียวปากอุ่นเข้ากับริมฝีปากของเธออย่างนุ่มนวลในคราแรก รินรดาหลับตาลงรับสัมผัส รสชาติของไวน์แดงผสมผสานกับความหวานล้ำที่กวินทร์มอบให้ ปลุกเร้าอารมณ์ที่เคยด้านชาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง มือบางเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอหนา ดึงรั้งให้ร่างสูงเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น สัมผัสเริ่มร้อนแรงและลึกซึ้งขึ้นตามอารมณ์ที่โหยหาความอบอุ่นมาเนิ่นนาน ท่ามกลางเกมแก้แค้นที่กำลังเดือดดาล รินรดากลับลืมไปสนิทว่า... มีสายตาคู่หนึ่งกำลังยืนมองเหตุการณ์ผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ความปลอดภัยจากตึกฝั่งตรงข้าม ธามันกำหมัดแน่นจนเลือดซึมออกจากฝ่ามือ ภาพที่อดีตภรรยาของเขากำลังซบอกแนบชิดกับชายอื่น บีบคั้นหัวใจของเขาให้แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความหึงหวง อำนาจมืด และความสำนึกผิดตีรวนกันจนเขาแทบคลุ้มคลั่ง ในวินาทีที่เขารู้ตัวว่ากำลังจะสูญเสียเธอไปตลอดกาล ประธานหนุ่มผู้เย็นชาก็ตัดสินใจก้าวขาออกจากห้องประชุมทันที โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงของคุณปู่และคุณป้าอีกต่อไป ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเร่าร้อนภายในเพนต์เฮาส์หรู รินรดารีบผละออกจากอ้อมแขนของกวินทร์ด้วยความแปลกใจ กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ รินรดาก้าวเดินไปเปิดประตูด้วยความระแวดระวัง ทว่าเมื่อบานประตูเปิดออก... ร่างสูงใหญ่ของคนที่เธอไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในชีวิตก็ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ธามันหอบหายใจหนักหน่วง นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดและแรงอารมณ์ที่อัดอั้น "ธามัน..." รินรดาอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ ธามันไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของอดีตภรรยา ลากให้เธอถอยหลังเข้าไปในห้องโดยไม่สนใจกวินทร์ที่ยืนถมึงทึงอยู่ด้านหลัง ดวงตาคมกริบของอดีตสามีจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอด้วยความร้าวราน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาร้อนผ่าว "ต่อให้ปู่กับป้าจะสั่งให้ฉันฆ่าเธอ... แต่จำไว้ รินรดา... ฉันไม่มีวันปล่อยเธอไปเด็ดขาด แม้กระทั่งวิญญาณของเธอ เธอก็เป็นของฉัน!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับเกมรักเกมแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ *เพลิงกุหลาบดำ*
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%