“ผมต้องการประวัติของผู้หญิงคนนั้น... ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เธอเดินออกจากบ้านหลังนั้นไปจนถึงวินาทีล่าสุด อย่าให้ตกหล่นแม้แต่บรรทัดเดียว”
เสียงทุ้มต่ำของธามันดังกังวานอยู่ในห้องทำงานที่เงียบเชียบ ราวกับเสียงคำรามที่ถูกกดไว้ภายใต้ความเยือกเย็น แฟ้มข้อมูลที่เขาโยนลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงมันมีเพียงรูปถ่ายใบเดียวที่เพิ่งถ่ายจากงานเลี้ยงการกุศลเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ร่างระหงของรินรดาในชุดราตรีสีดำสนิทดูสง่างามและห่างไกลจาก ‘อดีตภรรยา’ ที่เคยเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้อย่างที่เขาจำได้ลิบตา
เลขาฯ หนุ่มรีบรับคำสั่งพลางก้มหัวลงต่ำ “รับทราบครับท่านประธาน แต่... มีข้อมูลบางอย่างที่อาจจะทำให้ท่านประหลาดใจนะครับ”
ธามันชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวตวัดมองลูกน้อง “ฉันไม่สนใจความประหลาดใจ ฉันสนใจแค่ ‘ความจริง’ ไปจัดการให้เรียบร้อย ก่อนที่ความอดทนของฉันจะหมดลง”
เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง ธามันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง ความรู้สึกปั่นป่วนในอกที่เขาสั่งให้ตัวเองเพิกเฉยมาตลอดหลายปีกลับปะทุขึ้นอีกครั้ง ภาพใบหน้านั้น... ใบหน้าที่แม้จะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี แต่แววตากลับว่างเปล่าเย็นชาเมื่อมองสบตาเขา มันเป็นแววตาของคนที่ไม่เหลือความรักให้ชายที่เคยได้ชื่อว่าเป็นสามีอีกต่อไป
เขาหยิบกรอบรูปที่คว่ำไว้ในลิ้นชักออกมา รูปถ่ายใบเก่าที่รินรดายังคงเป็นเพียงหญิงสาวผู้เปราะบาง เธอยิ้มให้กล้องด้วยความใสซื่อที่เขาเคยเหยียบย่ำมันจนแหลกสลาย ธามันลูบไล้รูปภาพนั้นด้วยปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะกระชากความคิดนั้นทิ้งด้วยความเกลียดชังตัวเอง
“เธอไม่มีวันหนีฉันพ้น รินรดา... ต่อให้เธอจะเก่งกาจมาจากไหน แต่หัวใจของเธอก็เคยเป็นของฉัน” เขากระซิบกับความว่างเปล่า
ในขณะเดียวกัน ที่ออฟฟิศหรูใจกลางเมือง กวินทร์กำลังวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าหญิงสาวที่กำลังจรดปากกาเซ็นสัญญามูลค่ามหาศาล รินรดาวางปากกาลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองคู่คิดคนสนิทด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงเล็กน้อย
“คุณดูเหนื่อยนะริน ถ้าธามันเริ่มขยับตัว เราก็แค่ต้องก้าวให้เร็วกว่าเขา” กวินทร์เอ่ยพลางเลื่อนแก้วกาแฟอุ่นๆ ไปให้
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก “เขากำลังสืบเรื่องฉัน กวินทร์... ฉันรู้ดี เขาไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ ยิ่งเห็นฉันในวันนี้ เขายิ่งอยากจะรู้ว่าทำไม ‘ขยะ’ ที่เขาเขี่ยทิ้งถึงกลายเป็นเพชรที่เขาเอื้อมไม่ถึง”
“ถ้าเขาขุดลึกลงไปล่ะ?” กวินทร์ถามเสียงเครียด
“เขาก็จะเจอสิ่งที่เขาไม่ควรเจอ... และนั่นคือจุดจบของเขาทั้งหมด” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าหนักแน่นในทุกคำพูด เธอไม่ได้หวาดกลัว แต่ความแค้นที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวผลักดันให้เธอต้องแข็งแกร่ง
เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ช่วงดึก แสงไฟในเมืองหลวงส่องสว่างสะท้อนผ่านกระจกห้องทำงานของธามันที่ยังคงเปิดอยู่ หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงรายงานผลการสืบสวนที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา ข้อมูลมหาศาลไหลผ่านสายตาของเขา จนกระทั่ง...
หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อถึงหน้าสุดท้ายของรายงาน มันเป็นรูปภาพของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบคนหนึ่งที่มีโครงหน้าชัดเจนจนน่าตกใจ ดวงตาสีเข้มคู่นั้น... จมูกที่โด่งเป็นสันนั่น... มันเหมือนกับสิ่งที่เขามองเห็นในกระจกทุกเช้าไม่มีผิดเพี้ยน
ธามันมือสั่นจนเมาส์ในมือแทบหลุด เขาคลิกเปิดเอกสารแนบท้ายด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ผลตรวจ DNA... ยืนยันความสัมพันธ์เชิงสายเลือด...”
ตัวอักษรเหล่านั้นพร่าเลือนในสายตาของเขา ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเลขาฯ ที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องแล้วครับ คุณรินรดาเธอเพิ่งแจ้งยกเลิกดีลกับบริษัทเราทั้งหมด และเธอกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศคืนนี้พร้อมกับ... เด็กคนนั้นครับ!”
ธามันลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มคว่ำ ความเย็นชาทั้งหมดในหัวใจพังทลายลงในพริบตา ความจริงที่เขาปฏิเสธมาตลอดว่าเธอไม่มีทางกล้าทิ้งเขาไปได้ กำลังกระชากวิญญาณเขาให้แตกสลายไปต่อหน้าต่อตา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม•ตอนที่ 12
ความจริงที่ถูกปฏิเสธ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!