เสียงเคาะกระจกดังขึ้นสามครั้ง ราวกับเสียงกรรไกรของยมทูตที่กำลังตัดเส้นด้ายแห่งความอดทนของรินรดาให้ขาดผึ่ง
ซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะในมือของธามัน เปรียบเสมือนหลักฐานชิ้นสำคัญที่เขารวบรวมมาเพื่อขยี้เธอให้จมดินอีกครั้ง ทว่าดวงตาคมกริบของอดีตสามีที่มองผ่านฟิล์มกรองแสงรถยนต์เข้มจัดในยามวิกาล กลับไม่ได้ฉายแววแห่งชัยชนะอย่างที่ควรจะเป็น มันเต็มไปด้วยรอยร้าวลึกและความโกรธเกรี้ยวที่ถูกแอลกอฮอล์ย้อมจนแดงก่ำ
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกระงับความสั่นเทอนในอก มือเรียวบางกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอไม่อาจถอยหลังได้อีกแล้ว ในเมื่อเขาเลือกที่จะก้าวเข้ามาในเกมที่เธอเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ เธอรวบรวมความเยือกเย็นทั้งหมดที่มี ผลักประตูรถเปิดออกเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนเซเล็กน้อยแต่ยังมีรัศมีคุกคามน่ากลัว
"ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ ประธานธามันไม่มีที่ไปหรือคะ ถึงได้มาเดินเร่ร่อนเคาะกระจกรถชาวบ้านเขา" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเจือแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง
ธามันหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนกลิ่นไวน์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายปะทะเข้ากับปลายจมูก ซองเอกสารในมือถูกโยนลงบนเบาะข้างคนขับอย่างไร้ความปรานี ก่อนที่มือหนาจะคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอ ออกแรงดึงเข้าหาตัวด้วยความรุนแรงที่เจือความสั่นเทา
"ริน... เธอคิดจะเล่นเกมอะไรกันแน่ หุ้ม!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและทรงอำนาจ บัดนี้กลับสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้น "คิดว่าหนีฉันพ้นแล้วจะบินสูงได้งั้นเหรอ คิดว่าคอยหลบหน้าแล้วฉันจะตามเธอไม่เจอหรือไง!"
"ปล่อยค่ะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน!" รินรดาตวัดสายตากล้าแกร่งขึ้นมองหน้าเขา พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงมหาศาลของชายหนุ่มที่ระบายความอัดอั้นตันใจมาตลอดหลายเดือนกลับทำให้เธอขยับไม่ได้เลย
"ไม่มีสิทธิ์? ฉันเป็นสามี..." ธามันชะงักคำพูดตัวเองไปชั่วขณะ เมื่อเห็นรอยยิ้มสมเพชเวทนาที่ผุดขึ้นบนมุมปากอิ่มสวยของอดีตภรรยา รอยยิ้มที่กรีดแทศหัวใจเขาให้เหวอะหวะยิ่งกว่าคมมีด
"...อดีตสามีต่างหากค่ะ" รินรดาย้ำชัดทุกพยางค์ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก "อย่าลืมสิคะว่าคุณเป็นคนเซ็นใบหย่าใบนั้นด้วยตัวเอง เป็นคนผลักไสฉันออกไปจากชีวิตอย่างไม่ใยดี แล้วตอนนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอีก?"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ธามันดึงรั้งร่างบางเข้ามาชิดแนบกายจนแทบไม่มีช่องว่าง อ้อมแขนแกร่งที่เคยผลักไสเธอกลับรัดแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บริเวณซอกคอขาวระหง ความเมามายและอีโก้ที่พังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดีทำให้เขาไม่หลงเหลือความเย่อหยิ่งใดๆ อีกต่อไป
"ฉันเจ็บ..." เสียงกระซิบของธามันแผ่วเบาจนแทบขาดหายในลำคอ แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน "รู้ไหม... ตั้งแต่วันที่เธอเดินออกไปจากบ้านหลังนั้น บ้านมันก็ไม่เคยเป็นบ้านอีกเลย ริน... ฉันพยายามบอกตัวเองว่าฉันเกลียดความวุ่นวาย แต่ทำไม... ยิ่งไม่มีเธอ ฉันยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายทั้งเป็นวะ!"
รินรดานิ่งงิ่งไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยด้านชากับคำพูดของเขา กลับกระตุกวาบด้วยความเจ็บปวดแปลบปลาบ เธอเกลียดที่หัวใจเจ้ากรรมยังคงจดจำสัมผัสคุ้นเคยนี้ เกลียดที่น้ำเสียงเว้าวอนของเสือร้ายผู้หยิ่งผยองคนนี้ กำลังสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งที่เธอใช้เวลาสร้างมานานแรมปี
"สายไปแล้วค่ะ..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำใสแต่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างเด็ดเดี่ยว "ความรู้สึกของฉัน... คุณเป็นคนทำลายมันคามือคุณเอง ธามัน คุณอยากได้อิสรภาพไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ฉันคืนอิสรภาพให้คุณแล้วไงคะ ทำไมยังมาร้องแรกแหกระเชออยู่ตรงนี้อีก!"
ธามันเงยหน้าขึ้นสบตาเเววตาดุดันที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนล้าและความปรารถนาอันบ้าคลั่งที่อัดแน่นอยู่เต็มอก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉย บัดนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและร่องรอยของความทรมาน
"ฉันยอมแพ้แล้ว..." เขากระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม พลางใช้มืออีกข้างประคองใบหน้าหวานเอาไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน "ต่อให้เธอจะแก้แค้นฉัน จะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันให้จมดินแค่ไหน... ฉันก็ยอมทั้งนั้น ขอแค่เธอกลับมา... กลับมาอยู่ข้างกันเหมือนเดิม รินดา"
สัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากของเขาที่ทาบทับลงมาอย่างรวดเร็วและเอาแต่ใจ ตัดขาดทุกคำพูดปฏิเสธของเธอ รินรดาลืมตาโพรงด้วยความตกใจ แรงปะทะจากรสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา อัดอั้น และเจ็บปวด ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ กลิ่นอายความคุ้นเคยที่แสนอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
เธอพยายามจะทุบ
อกแกร่งเพื่อผลักไส แต่ธามันกลับยิ่งรุกหนักขึ้น เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน รสจูบที่ดุดันในคราแรกค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนหวานเว้าวอน ลมหายใจที่กระชั้นชิดของคนทั้งคู่ประสานเป็นจังหวะเดียวกัน ความรู้สึกผิดบาป ความแค้น และความโหยหาที่ซ่อนเร้นมานาน ปะทุขึ้นในความมืดมิดของค่ำคืนนี้อย่างไร้การควบคุม
สติของรินรดากำลังจะหลุดลอยไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจปลุกเร้า มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อดีอย่างอารมณ์พาไป ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือที่สัมผัสโดนผิวเนื้อเนียนนุ่ม ทำให้เสียงครางประท้วงในลำคอของเธอกลายเป็นเสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มให้ตื่นเต็มตา
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่สติปัญญาอันน้อยนิดกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับเปลวไฟแห่งอารมณ์ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธามันก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ไว้หน้า
ธามันขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ผละริมฝีปากออกด้วยความเสียดายอย่างยิ่ง เขาสบถเบาๆ ในลำคอแล้วควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพื่อจะกดตัดสายทิ้ง แต่ทว่า... ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับข้อความแจ้งเตือนและภาพถ่ายล่าสุดที่ถูกส่งเข้ามา ดวงตาคมกริบของเขากลับเบิกกว้างขึ้น ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
รินรดารีบผลักอกเขาออกเต็มแรง จัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความกระวนกระวาย เธอมองท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันของอดีตสามีด้วยความฉงนสนเท่ห์
"มีอะไรคะ..." เธอยังไม่ทันได้เอ่ยถามจนจบคำ ธามันก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ
ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด ไร้สีเลือด ดวงตาคู่นั้นมองตรงมาที่เธอ เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนความหวาดหวั่นอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต มือหนาที่ถือโทรศัพท์มือถือสั่นเทาน้อยๆ หน้าจอเรืองแสงวาบเผยให้เห็นภาพถ่ายของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบคนหนึ่ง กำลังยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างกายของกวินทร์... เด็กชายที่มีโครงหน้าและดวงตราวกับพิมพ์เดียวกับธามันราวกับแกะ!
---
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เพลิงกุหลาบดำ" เสมอมานะคะ)
ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม•ตอนที่ 20
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!