กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดเข้มข้นไม่สามารถขับไล่ความอึดอัดที่ลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดาให้เจือจางลงได้เลยแม้แต่น้อย ปลายเลี้ยวเรียวสวยของนิ้วมือจรดอยู่บนแก้วกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ขณะที่ดวงตาสีเข้มคู่คมกริบมองลอดผ่านกระจกใสบานใหญ่ลงไปยังเบื้องล่าง รถยนต์หรูสีดำสนิทคันคุ้นตาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่เดิมมานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว... ธามันไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน เขานั่งรออยู่ตรงนั้น ทนตากแดดตากลมและสายตาอยากรู้อยากเห็นของผู้คนในย่านธุรกิจ เพียงเพื่อหวังจะได้สบตากับเธอแค่เสี้ยววินาที
เพลิงกุหลาบดำขอพาทุกท่านดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเปราะบางและบีบคั้นหัวใจในตอนที่ 21 นี้ค่ะ
"คุณธามันยังไม่กลับไปอีกหรือครับคุณริน" กวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะวางแฟ้มเอกสารรายงานการประชุมลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทอง ดวงตาอบอุ่นของชายหนุ่มฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด เมื่อเหลือบมองร่างระหงของอดีตภรรยาที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ริมหน้าต่าง
รินรดาไม่ตอบในทันที เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก ความรู้สึกที่เธอเกลียดชังเสียยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยว นั่นคือความ ‘ลังเล’
ภาพจำในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจราวกับเศษแก้ว ธามันในวันวานคือบุรุษผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และมองเห็นเธอเป็นเพียงเครื่องประดับไร้ค่าในตระกูลใหญ่ เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ผลักไสเธอให้ตกนรกทั้งเป็นในวันที่เธออ่อนแอที่สุด กระทั่งวันที่เธอตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้คราบน้ำตาหล่อหลอมจนกลายเป็นนักบริหารหญิงผู้ไร้ความปรานี เธอก็สาบานกับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่มีวันหันหลังกลับไปมองผู้ชายคนนี้อีกเด็ดขาด
ทว่า... สิ่งที่ธามันกำลังทำอยู่ตลอดสัปดาห์นี้ กลับสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นอย่างช้าๆ
ชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยแม้แต่จะจำวันครบรอบแต่งงาน หรือชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยเอ่ยคำว่าขอโทษออกจากปาก บัดนี้ยอมลดทอนอีโก้จนหมดสิ้น เขายอมยืนตากฝนรอเธอหน้าบริษัท ยยอมรับคำดูถูกจากคู่ค้าทางธุรกิจที่เคยร่วมมือกัน และที่สำคัญที่สุด... แววตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความดูแคลน บัดนี้กลับมีแต่ความเวทนาและสำนึกผิดที่สะท้อนความเจ็บปวดร้าวลึกออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ปล่อยเขาไปเถอะค่ะกวินทร์" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "เขาอยากยืนตรงนั้น ก็ปล่อยให้เขายืนไป เดี๋ยวความเหนื่อยคงทำให้เขารู้สึกตัวและไสมันกลับไปเอง"
"แต่สายตาของคุณรินไม่ได้บอกแบบนั้นเลยนะครับ..." กวินทร์ท้วงเบาๆ อย่างรู้ทัน ทำให้รินรดาต้องหันขวับกลับมามองด้วยแววตาแข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอ
"กวินทร์!"
"ผมขอโทษครับ... เพียงแต่ผมไม่อยากเห็นคุณต้องไขว้เขวเพราะเกมจิตวิทยาของเขา ธามันอาจจะแค่กำลังเล่นละครตบตาเพื่อให้คุณใจอ่อนยอมปล่อยหุ้นล็อตนั้นให้เขา หรือไม่ก็... อาจจะแค่วิธีการแก้เกมทางธุรกิจแบบใหม่ของตระกูลธน The Great"
คำพูดของกวินทร์เปรียบเสมือนน้ำเย็นที่สาดเข้าหน้าสติปัญญาของรินรดาให้ตื่นขึ้น ใช่... เธอจะหลงกลผู้ชายใจร้ายคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด ความเจ็บปวดที่เขาเคยฝากไว้มันฝังรากลึกเกินกว่าจะลบเลือนด้วยการยืนตากแดดแค่ไม่กี่ชั่วโมง
รินรดาหันหลังกลับไปมองที่หน้าต่างอีกครั้ง ทว่ารถคันนั้นกลับเคลื่อนตัวออกไปแล้ว... เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจวูบโหวงอย่างไร้สาเหตุ ความรู้สึกผิดหวังแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนเธอต้องขบกรามแน่น
*เขาถอดใจแล้วหรือ? หรือทั้งหมดมันเป็นแค่การเสแสร้งจริงๆ อย่างที่กวินทร์บอก?*
ทว่า ความคิดนั้นต้องหยุดชะงักลง เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวบนโต๊ะทำงานดังขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่ทว่ากลับมีข้อความสั้นๆ เด้งขึ้นมาพร้อมกัน
*‘ผมรู้ว่าคุณมองอยู่... ผมยังไม่ไปไหนหรอกริน ถ้ารินไม่อยากเห็นหน้าผมตรงนี้ แค่บอกคำเดียว ผมจะไปยืนรอที่เดิม... ตรงระเบียงห้องพักของคุณในอดีต ที่ที่เราเคยมีความทรงจำร่วมกัน’*
อ่านถึงตรงนั้น รินรดาก็รู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความโกรธพุ่งทะยานขึ้นสู่ขมับ มือบางกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เขาชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้ว! ผู้ชายคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าบังa_a_c_n_h_เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวที่เธอพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี!
รินรดาก้าวเท้าฉับๆ ออกจากห้องทำงานทันที โดยไม่สนใจเสียงเรียกของกวินทร์ที่ดังไล่หลัง เธอพุ่งตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวเพื่อขึ้นไปยังเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของเธอในปัจจุบัน แต่ทว่า... ความทรงจำเก่าๆ กลับกรูเข้ามาในหัวขณะที่ลิฟต์เคลื่อนตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ
ภาพที่ธามันเคยอุ้มเธอขึ้นไปในคืนแรกของการแต่งงาน ภาพที่เธอนั่งรอเขาอย่างโดดเดี่ยวบนโซฟาตัวใหญ่ และภาพที่เธอกอดเอกสารหย่าร้างทั้งน้ำตาในคืนที่ความสัมพันธ์พังทลาย
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์เปิดออก รินรดาก้าวเท้าเดินตามทางเดินพรมหนานุ่มมุ่งตรงไปยังห้องพักของตนเอง หัวใจเต้นโครมครามด้วยความโกรธระคนหวาดหวั่น และเมื่อเธอเดินมาถึงหน้าประตูห้อง ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องสายตากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
ธามันไม่ได้ยืนอยู่ที่ระเบียงอย่างที่เขาขู่... แต่เขานั่งคุกเข่าอยู่หน้าประตูห้องของเธอ เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าคมคายซีดเซียว และที่มุมปากมีรอยช้ำจางๆ เหมือนเพิ่งไปมีเรื่องกับใครมา ดวงตาคมกริบที่เคยทรงอำนาจและเย่อหยิ่ง บัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยความวิงวอนอย่างน่าสมเพช
เมื่อเห็นเธอกลับมา ธามันก็รีบพยุงร่างสูงใหญ่ของตัวเองลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ขาทั้งสองข้างสั่นเทาคล้ายคนยืนไม่อยู่ แต่เขาก็ยังฝืนก้าวเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า
"ริน..." เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากที่แห้งผากของเขา "คุณกลับมาแล้ว..."
"คุณมาทำบ้าอะไรที่นี่ ธามัน!" รินรดาแผดเสียงตวาดลั่นทางเดิน ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "คุณไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่นี่! ออกไปจากชีวิตฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะเรียก รปภ. มาลากคอคุณออกไป!"
ธามันไม่ยอมถอยหลัง เขากลับก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละนิด กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเหนื่อยอ่อนลอยเข้าแตะจมูก รินรดาผถะถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่ทว่าอ้อมแขนแข็งแกร่งของชายหนุ่มกลับยกขึ้นทาบกับผนังทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ
"ไล่ผมเถอะ... ด่าผมเถอะครับริน" ธามันก้มหน้าลงมามองเธอ แววตาไหวระริกเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เธอบริสุทธิ์จนน่าตกใจ "ทำอะไรก็ได้... ลงโทษผมให้สาสมกับสิ่งที่ผมเคยทำกับคุณ แต่ขอร้องล่ะ... อย่าทำเป็นมองไม่เห็นผมอีกเลย"
"คุณมันบ้าไปแล้ว..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสไอร้อนจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามา "สิ่งที่ฉันทำกับคุณตอนนี้ มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่คุณทำกับฉันในอดีต! คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณเคยพูดอะไรกับฉันไว้บ้าง!"
"ผมจำได้ทุกคำ..." ธามันกระซิบเสียงสั่น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียน ความสำนึกผิดที่สะสมมานานกัดกินหัวใจเขาจนแทบแหลกสลาย "ทุกคำพูดที่ผมทำร้ายคุณ มันย้อนกลับมาฆ่าผมในทุกๆ วันที่ไม่มีคุณ... ริน ผมขอโอกาส... ขอโอกาสให้ผมได้ชดใช้"
รินรดาหัวเราะออกมาในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและหยาดน้ำตาที่เริ่มรื้นขึ้นที่ขอบตา เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว มือบางยกขึ้นผลักอกกว้างของเขาเต็มแรง ทว่าร่างสูงกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ราวกับภูเขาหินผาที่ตั้งตระหง่านท้าทายพายุฝน
"การชดใช้ของคุณคืออะไร? เอาเงินมาแลก? เอาบริษัทมาคืน? หรือว่า... แค่รู้สึกผิดเพราะตอนนี้ฉันไม่ได้โง่เง่าเหมือนผู้หญิงคนเดิมที่คุณเคยเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว!"
"ไม่ใช่!" ธามันคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวจนน่ากลัว มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น แต่ไม่ได้บีบรัดจนเจ็บ มันเป็นการกุมไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "ไม่ใช่เพราะเงิน ไม่ใช่เพราะธุรกิจ... แต่เป็นเพราะผมรักคุณ! ริน... ผมรักคุณ ได้ยินไหม!"
คำว่า 'รัก' ที่หลุดออกมาจากปากของอดีตสามีผู้เลือดเย็น เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของรินรดา ร่างกายของเธอแข็งค้าง สมองอื้ออึงจนคิดอะไรไม่ออก ความรู้สึกรักและเกลียดชังตีรวนกันจนปั่นป่วนในช่องท้อง หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ธามันเห็นความลังเลที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่สวยนั้น เขาก็ไม่รอช้าที่จะฉวยโอกาส ก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากนุ่มของเธอทันทีโดยไม่ฟังเสียงททัดทานใดๆ ทั้งสิ้น!
รินรดิกเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธพยายามจะอ้าปากปฏิเสธและทุบตีอกเขา แต่ธามันกลับใช้มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้านหลัง ก่อนจะกดศีรษะเธอเข้าหาตัวแล้วบดขยี้จูบลงมาอย่างเร่าร้อน ดิบเถื่อน และเปี่ยมไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานแรมปี
รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเจ็บปวดร้าวลึกทำให้สติของรินรดาแตกกระเจิง ความต้านทานทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เมื่อเรียวลิ้นร้อนล้ำรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความเงียบงันของทางเดินหน้าห้อง
ทว่า... ในขณะที่อารมณ์ปรารถนาและแรงโหยหากำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ก้าวออกจากลิฟต์อีกตัวพร้อมกับเสียงใสของเด็กชายตัวเล็กๆ ก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความวาบหวามนั้นอย่างไม่คาดฝัน
"คุณแม่ครับ! น้ากวินทร์บอกว่าคุณแม่อยู่แถวนี้..."
ธามันชะงักกึก ร่างสูงผละริมฝีปากออกจากรินรดาอย่างช้าๆ ด้วยความตกตะลึง ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองตามต้นเสียงทันที และภาพที่เห็นก็ทำให้เลือดในกายของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งเย็นเฉียบลงในพริบตา
เด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มละม้ายคล้ายคลึงกับเขาอย่างกับแกะ กำลังวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาหารินรดา พร้อมกับส่งเสียงเจื้อแจ้วด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์... และดวงตากลมโตคู่นั้น ก็มองตรงมาที่ธามันด้วยความสงสัยใคร่รู้
"เอ๊ะ... คุณลุงคนนี้ เป็นใครหรือครับคุณแม่ทำไมหน้าตาคุยคุ้นจังเลยครับ?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม•ตอนที่ 21
รอยร้าวที่ขยายตัว
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!