กลิ่นอายของชาดำเอิร์ลเกรย์ราคาแพงระยับลอยกรุ่นอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร ทว่ามันกลับไม่สามารถเจือจางความกดดันที่อัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออกได้เลยแม้แต่น้อย รินรดายกถ้วยกระเบื้องเคลือบขึ้นจิบรสชาติขมฝาดอย่างใจเย็น ปล่อยให้สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบทอดมองร่างสูงสง่าของชายผู้ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเรียกเขาว่า 'สามี' ผู้ซึ่งบัดนี้กำลังยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยอีโก้และศักดิ์ศรีที่ค้ำคอจนแทบปริแตก
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ รินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยใช้สั่งการอาณาจักรธุรกิจมูลค่าแสนล้านเอ่ยลอดไรฟัน ธามันขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมปลาบสีสนิมเหล็กคู่นั้นจ้องมองอดีตภรรยาเสมือนต้องการจะแผดเผาเธอให้เป็นจุล
"เกมหรือคะ?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเยียบเย็นจนน่ากลัว เธอยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ต่างจากเขาที่ยืนค้ำหัวด้วยความเดือดดาล "ดิฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังบริหารธุรกิจตามหน้าที่ จะไปมีปัญญาเล่นเกมอะไรกับประธานธามันผู้ยิ่งใหญ่ได้เล่าคะ"
"อย่ามาเล่นลิ้นกับผม!" ธามันก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะทำงานไม้สักทองอย่างเหลืออด มือหนาทั้งสองข้างทาบลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท "คุณคิดว่าการดึงหุ้นส่วนรายใหญ่ไปจากบริษัทของผม และการกว้านซื้อหุ้นคืนทีละเล็กทีละน้อยจนแทบจะฮุบกระดานได้... มันคือเรื่องบังเอิญอย่างนั้นเหรอ!"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา นัยน์ตาสีรัตติกาลของเธอไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าและความเย้ยหยันที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของคนมอง
"แล้วทำไมดิฉันจะทำไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อคุณเป็นคนสอนดิฉันเองว่า... ในโลกธุรกิจ ไม่มีคำว่าปรานี มีแต่ผู้ชนะกับผู้แพ้ และในอดีต คุณก็เหยียบย่ำดิฉันจนเป็นฝ่ายแพ้ราบคาบไปแล้วไม่ใช่หรือคะ?"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดแทงเข้ากลางใจ ธามันชะงักกึก ภาพของรินรดาในอดีต—ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยอมก้มหัวร้องไห้แทบเท้าเขาโดยไม่มีสิทธิ์มีเสียง—ซ้อนทับขึ้นมากับหญิงสาวทรงอำนาจที่นั่งอยู่ตรงหน้า ภาพความอ่อนแอในวันนั้นบัดนี้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเกราะเหล็กหนาทึบที่เขาไม่สามารถเจาะทะลวงเข้าไปได้อีกต่อไป
"ริน..." ธามันเค้นเสียงลอดไรฟัน ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก มันคือความหงุดหงิดที่ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ และลึกๆ ลงไปแล้ว... มันคือความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยยอมรับกับตัวเอง "คุณเกลียดผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงกับต้องทำลายทุกอย่างที่ผมสร้างมาเพื่อสะใจเนี่ยนะ"
"เกลียดเหรอคะ?" รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่สวยหยาดเยิ้มแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงของเธอจะด้อยกว่าเขาอยู่บ้าง แต่รัศมีความเย่อหยิ่งและทรนงตนที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้ธามันต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"คำว่า 'เกลียด' มันยังน้อยไปสำหรับผู้ชายอย่างคุณค่ะ ธามัน" เธอก้าวเข้าไปใกล้เขา ชายตามองสำรวจใบหน้าคมคายที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งความเครียด "คนที่ทิ้งขว้างฉันราวกับสิ่งของไร้ค่า... คนที่สั่งห้ามไม่ให้แม้แต่จะเอ่ยชื่อฉันในบ้านหลังนั้น... คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าเวลาจะช่วยลบเลือนความเจ็บปวดที่คุณฝังไว้ในตัวฉันได้?"
ธามันนิ่งงึด ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาไม่เคยคิดเลยว่าคำพูดและการกระทำที่แสนเย็นชาของตนเองในอดีต จะย้อนกลับมาเป็นคมหอกทิ่มแทงตัวเองในวันที่สายเกินแก้ สายตาของเขาเลื่อนลงสำรวจริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเอื้อนเอยถ้อยคำเชือดเฉือน ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบกับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยไฟแห่งการแก้แค้น
ความเร่าร้อนและความดุดันในอดีตผุดพรายขึ้นมาในความทรงจำ ขณะเดียวกัน ความกระหายที่จะเอาชนะและครอบครองเธอกลับมาลุกโชนขึ้นในกายของชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง ธามันไม่สนอีกต่อไปแล้วว่านี่คือห้องทำงานหรือเวลาใด มือหนาเอื้อมพรวดคว้าเข้าที่เอวบางของเธอแล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดกับอกแกร่ง
"ปล่อยนะคะ!" รินรดาอุทานด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ถูกรวบกอดอย่างอุกอาจ แรงปะทะทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด
"ในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง... งั้นเรามาคุยกันด้วยวิธีอื่นดีกว่า" เสียงกระซิบพร่าทุ้มดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอระหง ธามันก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากร้อนจัดประทับจูบหนักหน่วงลงบนผิวเนื้อเนียนนุ่มจนร่างบางสะท้านเฮือก
"ธามัน! คุณบ้าไปแล้วหรือไง นี่มันที่ทำงานฉัน!" รินรดาพยายามขัดขืน มือเรียวเล็กระดมทุบลงบนอกแกร่ง แต่มันกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวช้าง แรงของเธอในยามนี้แทบไร้ความหมายเมื่อเทียบกับอ้อมแขนเหล็กที่พันธนาการเธอเอาไว้แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก
"ใช่... ผมมันบ้าไปแล้ว!" ธามันคำรามต่ำในลำคอ ความปรารถนาที่ถูกกดทับมานานนับปีระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม เขาก้มลงประกบจูบริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงเขาอย่างเอาแต่ใจ ความนุ่มละมุนและรสชาติหวานล้ำที่เขาเคยโหยหาตีรวนเข้ามาในความรู้สึก รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แรงต้านทานในตอนแรกเริ่มสั่นคลอนเมื่อสัมผัสร้อนแรงนั้นรุกค้ำเข้ามาอย่างจาบจ้วงและลึกซึ้ง
ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้เรียวปากบางอย่างเร่าร้อนและเอาแต่ใจ เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างตะกละตะกลาม รินรดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อปฏิเสธ แต่มีหรือที่คนอย่างธามันจะยอมจำนน มือหนาเลื่อนขึ้นไปล็อกท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับองศาจูบที่ลึกซึ้งและวาบหวามยิ่งขึ้น ความซาบซ่านแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวเริ่มอ่อนยวบลงด้วยฤทธิ์จูบที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หาอันอันตราย
รสจูบที่ทั้งดุดันและเรียกร้องทำเอาสมองของรินรดาขาวโพลนไปชั่วขณะ กลิ่นอายความเป็นชายและสัมผัสอันคุ้นเคยปลุกเร้าเปลวไฟแห่งความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ความโกรธแค้นและความลุ่มหลงปะปนกันจนแยกไม่ออก ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบงันของห้องทำงาน
ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความวาบหวามราวกับสายฟ้าฟาด
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณรินรดาครับ เอกสารสรุปยอดงบไตรมาสนี้... เอえ ขอโทษครับ!"
เสียงของกวินทร์ มือขวาหนุ่มคนสนิทดังแทรกเข้ามาพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ทันตั้งตัว!
ธามันผละริมฝีปากออกจากรินรดาอย่างไม่เต็มใจนัก นัยน์ตาสีสนิมเหล็กหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันรา과พญาเสือโคร่งที่ถูกขัดจังหวะการล่าเหยื่อ ในขณะที่รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกแกร่งของอดีสามีออกห่างทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความอับอายและหอบหายใจโยนตัวโยน
กวินทร์ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงธรณีประตู สีหน้าของนักลงทุนหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดและดุดันขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสภาพของเจ้านายสาวอยู่ในอ้อมกอดของอดีตสามีตัวร้าย บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงในพริบตาเดียวเมื่อสายตาของชายหนุ่มทั้งสองปะทะกันราวกับมีประกายไฟแลបแปลบ
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา สายตาของกวินทร์ก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลลับที่หล่นอยู่บนพื้นพรม ใกล้กับโต๊ะทำงานของรินรดา มันคือเอกสารที่เธอสั่งให้เขาเก็บเป็นความลับสูงสุด—เอกสารผลตรวจสุขภาพและประวัติการรักษาของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่ง... ที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับธามันราวกับแกะ!
มือของกวินทร์ก้มลงหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมา ชำเลืองมองหน้าธามันสลับกับรินรดาด้วยหัวใจที่เต้นรัวระรัว ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นตัวอักษรบนหน้ากระดาษที่โผล่พ้นซองออกมาอย่างชัดเจน...
*- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมอินไปกับความเจ็บปวดครั้งนี้นะคะ -*
ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม•ตอนที่ 14
ภายใต้เงาของความโกรธ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!