เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาบนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพงระยับดังสนั่นห้องประชุมใหญ่ มันไม่ใช่แค่เสียงของความหงุดหงิด แต่มันคือเสียงคำรามจากอีโก้ที่กำลังถูกบดขยี้ทีละน้อยของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยรู้จักคำว่า ‘พ่ายแพ้’
ธามันขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ร่วงดิ่งลงอย่างน่าใจหาย โครงการอสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมืองที่เขาลงทุนไปนับหมื่นล้านกำลังเผชิญกับอุปสรรคแปลกประหลาดที่แก้ไม่หาย ทุกช่องทางธุรกิจที่ควรจะราบรื่นกลับถูกปิดตายด้วยเงื่อนไขทางกฎหมายและข้อติดขัดทางเทคนิคที่ไร้ร่องรอยการทุจริต แต่มันกลับถ่วงเวลาเขาไว้ได้อย่างเจ็บแสบที่สุด
“หมายความว่ายังไง… วัตถุดิบหลักล็อตใหญ่ถูกระงับการนำเข้าทั้งหมดอย่างนั้นหรือ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน กวาดสายตามองผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า
“ครับ… เอ๊ย!ค่ะ ท่านประธาน ทางซัพพลายเออร์รายใหญ่แจ้งกะทันหันว่าติดปัญหาเรื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น แต่แปลกมากค่ะ… คู่ค้ารายอื่นที่ไม่เคยสนใจเรื่องนี้ กลับยื่นข้อเสนอตัดหน้าและกว้านซื้อวัตถุดิบไปหมดเกลี้ยงในเวลาไล่เลี่ยกัน ราวกับว่าพวกเขารู้ล่วงหน้าว่าเรากำลังจะสะดุดยังไงอย่างนั้นเลยค่ะ”
ธามันแค่นเสียงในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยราดรดด้วยความหงุดหงดิ์ระอุเดือด เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความซวยตามธรรมชาติ ธุรกิจระดับนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญ มือใหญ่กำหมัดแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด สมองอันชาญฉลาดเริ่มประมวลผลย้อนกลับ และภาพใบหน้าเรียบเฉย นัยน์ตาสีนิลที่เคยไร้ประกายความรู้สึกของใครบางคนก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
*รินรดา…*
ผู้หญิงคนที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและโง่เขลาเสียจนต้องกราบกรานขอความเมตตาจากเขาในวันที่หย่าร้าง แต่วันนี้… เธอกลับกลายเป็นเงาดำทะมึนที่คอยบงارسเชือกอยู่เบื้องหลังความพินาศทีละน้อยของเขาอย่างเลือดเย็น
ในขณะเดียวกัน ที่เพนท์เฮาส์หรูหรามองเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันระยิบระยับของมหานคร รินรดากำลังจิบไวน์แดงรสเลิศในมืออย่างใจเย็น แสงไฟสลัวขับเน้นให้ผิวขาวเนียนราดรดด้วยชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทดูเย้ายวนและทรงอำนาจในเวลาเดียวกัน บนหน้าจอแท็บเล็ตตรงหน้าคือตัวเลขกราฟกำไรของบริษัทในเครือที่พุ่งทะยานสวนทางกับฝั่งของธามันอย่างสิ้นเชิง
“ดูเหมือนว่าปลาตัวใหญ่จะเริ่มดิ้นรนในอวนที่เธอถักไว้แล้วสินะริน” เสียงทุ้มนุ่มนวลของกวินทร์ดังขึ้นพร้อมกับที่เขาวางแก้วไวน์ลงบนเคาน์เตอร์บาร์ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทลำลองเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของเธออย่างเบามือและเปี่ยมด้วยความทะนุถนอม
รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน เธอดื่มด่ำกับความหอมหวานของชัยชนะที่เพิ่งเริ่มต้น
“เขากำลังคิดว่าตัวเองคือนักล่าที่ยิ่งใหญ่ค่ะกวินทร์… แต่ธามันลืมไปแล้วว่า คนที่ถูกต้อนให้จนมุมจนไม่มีอะไรจะเสียต่างหาก คือคนที่อันตรายที่สุด” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความสะใจล้ำลึกที่ถูกเก็บกดมานานแรมปี
กวินทร์มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง เขาคอยอยู่เคียงข้าง ดูแลแผลใจและสนับสนุนเธอทุกย่างก้าวในวันที่เธอก้าวขึ้นมาจากกองเพลิงแห่งความเจ็บปวด มืออุ่นวางทับลงบนหลังมือเรียวของเธอที่กุมแก้วไวน์อยู่
“ฉันไม่อยากให้เธอเหนื่อยกับเกมแก้แค้นนี้นานเกินไปนะริน… ถ้าเขาทำให้เธอเจ็บปวดมากเท่าไหร่ ฉันนี่แหละจะเป็นคนช่วยเธอทวงคืนทุกลมหายใจของเขาเอง” กวินทร์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงอบอุ่นและจริงจังจนรินรดาต้องหันไปสบตา
ความใกล้ชิดทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นไวน์จางๆ ลอยวนอยู่ระหว่างกัน รินรดาวางแก้วในมือลงช้าๆ เธอยอมรับว่ากวินทร์คือพื้นที่ปลอดภัยเดียวในชีวิตที่พังทลายของเธอ มือเรียวเอื้อมไปโอบรอบลำคอแกร่งของชายหนุ่ม ปลายจมูกโด่งรั้นคลอเคลียอยู่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารด
“งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ… ว่าคุณจะพาฉันไปให้พ้นจากอดีตบ้าๆ นั้นได้จริงๆ” เสียงหวานกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่กวินทร์จะไม่รอช้าที่จะประทับจูบลึกล้ำ เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกเก็บงำไว้
ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้การลังเล รินรดาเผยริมฝีปากต้อนรับสัมผัสวาบหวามที่ค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน มือหนาของกวินทร์เลื่อนโอบกระชับเอวคอดกิ่วให้แนบชิดติดกาย ร่างกายแนบสนิทจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระส่ำไม่เป็นจังหวะ ความเร่าร้อนบนโซฟาหนังนุ่มท่ามกลางแสงไฟสลัวดำเนินไปอย่างดูดดื่ม ลมหายใจหอบกระชั้น เสียงครางแผ่วเบาในลำคอ และสัมผัสลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้ชุดผ้าไหมบางเบา ยิ่งขับเน้นความสวาทและแรงปรารถนาของผู้ใหญ่ทั้งสองให้โหมกระหน่ำอย่างไร้การยับยั้ง
ทุกสัมผัสคือการปลอบประโลม ทุกรสจูบคือการย้ำเตือนว่าเธอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และอดีตสามีผู้เย็นชาคนนั้นไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบย่ำเธอได้อีกต่อไป
ตัดภาพกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลใหญ่ ธามันกลับมาถึงในยามดึกดื่นด้วยสภาพจิตใจที่หงุดหงิดถึงขีดสุด เขายังคงคิดไม่ตกเรื่องโครงการที่กำลังจะพังทลาย ข้อมูลลับในบริษัทรั่วไหลไปได้อย่างไร? ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของซัพพลายเออร์ทั้งหมดนี้?
ชายหนุ่มผลักประตูห้องทำงานส่วนตัวเปิดออกด้วยความรุนแรง ตั้งใจจะหยิบเอกสารลับชุดสุดท้ายในตู้เซฟเพื่อตรวจสอบบัญชีรายชื่อคู่ค้าเก่า ทว่าสายตาคมกริบกลับสะดุดเข้ากับซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่วางเด่นเป็นสง่าอยู่กลางโต๊ะทำงาน ทั้งๆ ที่ห้องนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่มีกุญแจและรหัสผ่าน!
หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวาบด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่างที่เย็นเยียบจนถึงกระดูกสันหลัง มือหนารีบคว้าซองเอกสารนั้นขึ้นมาฉีกเปิดออกอย่างไร้ความปรานี
ภาพถ่ายใบล่าสุดร่วงหล่นลงบนโต๊ะทำงาน… มันไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจอย่างที่เขากลัว แต่มันคือภาพถ่ายของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบคนหนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตคมเข้ม และริมฝีปากที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เคียงข้างกับร่างระหงของรินรดาที่กำลังแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน
และที่มุมขวาล่างของภาพ มีข้อความลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทฝากไว้สั้นๆ ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
*"ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณ... ไม่มีวันได้เจอ"*
ธามันเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยความช็อกสุดขีด เมื่อตระหนักได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่ได้ทำลายแค่ภรรยาคนหนึ่ง… แต่เขากำลังทำลายสายเลือดและอนาคตทั้งหมดของตัวเองด้วยมือคู่นี้!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันอันระอุเดือดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ
ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม•ตอนที่ 8
กลิ่นอายความล้มเหลว
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!