เสียงฟ้าร้องคำรามก้องราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ สายฝนกระหน่ำซัดสาดใส่กระจกบานใหญ่ของห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองอย่างบ้าคลั่ง หยดน้ำใสที่ไหลวนแข่งกันร่วงหล่นชวนให้หดหู่ ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าอุณหภูมิภายนอกเสียอีก
"คุณหมายความว่ายังไง... กอล์ฟ"
น้ำเสียงของธามันต่ำทุบและแหบพร่า ดวงตาคมกริบดั่งพญามารจ้องเขม็งไปยังเลขาคนสนิทที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า ประโยคสุดท้ายก่อนสายจะตัดไปเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *'เด็กผู้ชายคนหนึ่ง... ที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับคุณธามันชนิดถอดแบบกันมาเลยครับ!'*
"คือ... คือว่าผมได้รับรายงานจากสายที่เชียงใหม่ครับคุณธามัน" กอล์ฟกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะพูดต่อด้วยความยากลำบาก "หลังจากที่คุณรินรดาหายตัวไปเมื่อหี่ปีก่อน เธอไม่ได้ไปตัวคนเดียว... และเด็กคนนั้น... อายุไล่เลี่ยกับช่วงเวลาที่คุณทั้งคู่หย่าขาดกันพอดีครับ"
ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเซถอยหลังไปก้าวหนึ่งราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่กลางอก ความชาดิ่งแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงขมับ สมองของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ ภาพของรินรดาในอดีต—ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยยอมก้มหัวให้เขาในทุกเรื่อง ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอจนไร้พิษสง หวนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก
เธอกล้าดียังไง... กล้าซ่อนทายาทของตระกูลธนandธาดาไว้จากเขาถึงสามปีเต็ม!
ในวินาทีที่ธามันกำลังจะสั่งให้กอล์ฟเตรียมรถเพื่อพุ่งตัวไปสนามบินให้เร็วที่สุด เสียงเคาะประตูก็กระชั้นชิดขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท รินรดาก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเขาอย่างไร้การนัดหมาย หยดน้ำฝนที่เกาะพราวอยู่ตามเส้นผมและไหลผ่านโครงหน้าเฉี่ยวคม ยิ่งขับเน้นให้เธอดูลึกลับและทรงพลังราวกับนางพญาผู้กุมชะตากรรมของทุกคนไว้ในมือ
ประตูห้องถูกปิดล็อกลงด้วยกลไกอัตโนมัติ สภาพอากาศภายนอกที่มืดครึ้มทำให้ไฟสลัวภายในห้องยิ่งสร้างบรรยากาศบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก กอล์ฟรีบโค้งตัวแล้วเดินเลี่ยงออกไปจากห้องอย่างรู้งาน ทิ้งให้อดีตสามีภรรยาคู่นี้เผชิญหน้ากันตามลำพังท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ
ธามันก้าวเท้าเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้น "เธอมีความลับอะไรปิดบังฉันอยู่ รินรดา"
รินรดาไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ดวงตากลมโตที่เคยมีแต่ความเจ็บปวดและน้ำตา ในยามนี้กลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว เธอวางเอกสารกองหนึ่งลงบนโต๊ะทำงานราคาแพงของเขา เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้ดังชัดเจนท่ามกลางเสียงสายฝน
"ความลับเหรอคะคุณธามัน..." น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่ากลับเชือดเฉือนหัวใจคนฟังจนยับเยิน "สำหรับคนอย่างคุณ มีเรื่องไหนในโลกนี้บ้างที่คุณเคยใส่ใจจะรับรู้ นอกจากผลกำไรในตลาดหุ้นและอีโก้เน่าๆ ของตัวคุณเอง"
"ริน!" ธามันคำรามลั่น พุ่งเข้าประชิดร่างบางด้วยความโกรธจัด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอ บีบแน่นจนเนื้อตัวสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ "อย่ามาท้าทายความอดทนของฉัน! ลูกอยู่ที่ไหน... เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหน!"
รินรดาไม่ร้องโอดครวญสักแอะ เธอกลับเงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ แววตาดุดันที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความสมเพชเวทนาที่พุ่งทะลุขีดจำกัด
"เจ็บเหรอคะ..." เธอหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่ฉันต้องเจอในนรกที่คุณสร้างขึ้นมาตลอดสามปีของการแต่งงาน! จำได้ไหมคะวันที่ฉันกราบอ้อนวอนขอร้องให้คุณเชื่อใจ... วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านหลังนี้เหมือนหมูเหมือนหมา!"
ธามันชะงัก แรงบีบที่ต้นแขนคลายลงโดยอัตโนมัติ ภาพในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ภาพที่เธอร้องไห้จนแทบขาดใจ ภาพที่เขาหันหลังให้โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลง ลมหายใจของเขาติดขัดเมื่อตระหนักได้ว่ารอยแผลเป็นในใจเธอมันลึกเกินกว่าที่เงินทองหรือคำขอโทษใดๆ จะเยียวยาได้
"ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าเธอท้อง..." เสียงของธามันสั่นพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความเย่อหยิ่งทระงายตัวพังทลายลงต่อหน้าผู้หญิงคนที่เขาเคยเหยียบย่ำ "ริน... ให้โอกาสฉัน..."
"โอกาสเหรอคะ?" รินรดาสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่งแล้วจ้องมองเขาด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ "สายไปแล้วค่ะคุณธามัน ลูกของฉัน... ไม่มีทางมีพ่อเลวๆ อย่างคุณเด็ดขาด!"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงบนหัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ความรู้สึกผิด ความโกรธแค้น และความต้องการที่จะครอบครองเธอกลับคืนมาตีรันกันจนวุ่นวายอยู่ในอก ธามันพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว แรงปะทะทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง ลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกันท่ามกลางบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยความปรารถนาอันบิดเบี้ยว
"ปล่อยฉันนะ! คนสารเลว!" รินรดาทุบตีลงบนอกแกร่ง พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการพันธนาการ
"ในเมื่อเธอบอกว่าฉันเลว... งั้นฉันก็จะเลวให้สมกับที่เธอตราหน้าก็แล้วกัน!"
ธามันก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากนุ่มของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ ความโกรธ ความหึงหวง และความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปีระเบิดออกมาเป็นจูบที่เร่าร้อนและป่าเถื่อน รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืน ทว่าเรียวปากแกร่งกลับขบเม้มริมฝีปากเธอกระทั่งได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ก่อนจะฉวยโอกาสสอดแทรกความร้อนรุ่มเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยละเลย
สัมผัสที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย รินรดาตัวสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะพิษสงแห่งความรู้สึกที่เธอพยายามฝังกลบมันมาตลอดสามปี เปลวเพลิงแห่งความแค้นและไฟปรารถนาโหมกระหน่ำเผาผลาญสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่จนมอดไหม้ มือหนาเลื่อนลงมาบีบเค้นสะโพกมนให้แนบชิดยิ่งขึ้น ขณะที่มือเรียวของเธอที่เคยทุบตี กลับเปลี่ยนเป็นจิกทึ้งลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปตามกระดูกสันหลัง
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานไปกับเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดด้านนอก ธามันดึงรั้งเธอเข้ามาในโซนพักผ่อนส่วนตัวด้านใน ร่างระหงถูกผลักลงไปบนโซฟาหนังนุ่มตัวใหญ่ น้ำหนักกายที่หนาแน่นทาบทับลงมาตรึงเธอไว้ใต้ร่าง รสจูบที่เร่าร้อนและลึกซึ้งเริ่มเปลี่ยนเป็นความต้องการอันดิบเถื่อนที่ไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไป
ทว่า... ในจังหวะที่มือหนากำลังจะปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกของเธอออก เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกข้างโซภากลับดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน
*พิ้งค์:* "พี่ธามันคะ... คืนนี้ฝนตกหนักมาก พิ้งค์เป็นห่วงคุณธามันจังเลยค่ะ... พิ้งค์ส่งโลเคชั่นคอนโดของพิ้งค์ให้นะคะ รีบมาหาพิงค์นะ"
ข้อความพร้อมภาพถ่ายแนบชิดวาบหวามปรากฏขึ้นหราบนหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืด
ธามันชะงักกึก ร่างกายที่กำลังร้อนรุ่มด้วยเพลิงสวาทหยุดนิ่งทันที เขาก้มมองหน้าอดีตภรรยาที่เวลานี้หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเย้ยหยัน รอยยิ้มบนเรียวปากของเธอบาดลึกยิ่งกว่าบาดแผลใดๆ
"ไปสียะ..." รินรดาเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นราวกับน้ำแข็ง ขยับตัวผลักอกเขาออกเบื้องหน้าอย่างง่ายดายเมื่อสติของเธอกลับคืนมาเต็มร้อย "ผู้หญิงของคุณกำลังรออยู่... อย่าปล่อยให้ของเล่นราคาแพงต้องรอนานเลยค่ะ คุณธามัน"
ธามันหน้าชาดิ่ง หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นแววตาที่ว่างเปล่าและเกลียดชังของเธอกลับมาอีกครั้ง ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากอธิบาย เสียงเคาะประตูกระจกด้านระเบียงชั้นบนสุดของเพนต์เฮาส์กลับดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนยืนตากฝนอยู่ด้านนอก... เงาร่างของเด็กชายตัวเล็กสะพายกระเป๋าเป้เปียกโชก ที่หันมามองผ่านกระจกเข้ามาด้วยดวงตากลมโตคู่คุ้นตา!
----------------------------------------
(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับเส้นทางความแค้นครั้งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ)
ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม•ตอนที่ 10
ค่ำคืนแห่งการทดสอบ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!