"ศิษย์พี่รอง... ท่านคิดว่ากระบี่ในมือของข้าเล่มนี้ หนักหนาเกินกว่าจะแบกรับเกียรติยศของสำนักตระกูลเก้อ หรือเป็นเพราะสายตาของพวกท่านมันมืดบอด จนมองไม่เห็นแม้แต่ความจริงที่อยู่ตรงหน้ากันแน่?"
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานดุจเสียงระฆังสำริดในห้วงลึกแห่งขุมนรกดังขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในลานประลองสำนักตระกูลเก้อลงอย่างสิ้นเชิง บรรยากาศรอบด้านพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น ไอสังหารสีขาวโพลนแผ่ซ่านออกมาจากร่างของหลี่มู่เหยียนทีละน้อย สร้างความกดดันจนศิษย์สายตรงหลายคนถึงกับต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
พู่เฉิน ศิษย์รุ่นพี่รองผู้ควบคุมกฎแห่งสำนักตระกูลเก้อ หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าบิดเบี้ยวขึ้นด้วยความโทสะ เขาเป็นถึงยอดฝีมือขั้นหลอมรวมวิญญาณระดับสูง ผู้ใดในยุทธภพแห่งนี้กล้าท้าทายอำนาจของเขาต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้?
"หลี่มู่เหยียน... เจ้าคิดว่าการที่เจ้าโชคดีรอดตายจากหุบเขาอสูรคลั่งกลับมาได้ จะทำให้เจ้ามีสิทธิ์มาเหยียดย่ำกฎระเบียบของสำนักกระนั้นหรือ?" พู่เฉินก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าทีละก้าว แรงกดดันระดับลมปราณขั้นสูงระเบิดออกมาจากร่างจนพื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าร้าวราน "ข้าจะสอนให้เจ้าได้สำนึกว่า ระหว่างสวะที่ไร้รากฐานลมปราณ กับยอดฝีมือที่แท้จริง มันมีเส้นกั้นที่เจ้าไม่มีวันข้ามพ้นไปได้ตลอดกาล!"
ทันทีที่สิ้นเสียง พู่เฉินไม่รอช้า พลังปราณสีครามเข้มพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าดุจเสาเพลิงอัคคี มือขวาคว้าจับด้ามกระบี่ประจำกาย ชักมันออกมาครึ่งนิ้ว เสียงกรีดร้องของอากาศรอบด้านดังระเบิดขึ้นราวกับกระจกที่กำลังแตกสลาย นี่คือกระบวนท่า 'อัสนีสะท้านนภา' เคล็ดวิชาประจำสำนักที่ผ่านการฝึกฝนมานับร้อยปี
ทว่า หลี่มู่เหยียนกลับยืนนิ่งสงบดุจขุนเขา นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแสงสีทองจางๆ ที่สะท้อนผ่านม่านตา ราวกับเทพเซียนกำลังมองดูมดปลวกที่กำลังดิ้นรนบนพื้นดิน
ในมุมหนึ่งของลานประลอง เซียนจินหลิง ธิดาแห่งสำนักเซียนอันดับหนึ่ง ยืนกอดอกมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยแววตาที่ลุ่มลึก นางไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามแม้แต่น้อย ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศิษย์น้องผู้ต่ำต้อยที่ใครจะรังแกได้อีกต่อไปแล้ว รัศมีวิญญาณที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้เสื้อผ้าเก่าๆ นั้น น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าขุมพลังใดในสำนักตระกูลเก้อเสียด้วยซ้ำ
"เจ้าสำนักตระกูลเก้อคงภูมิใจสินะ ที่มีศิษย์รุ่นพี่ผู้ตาบอดคอยชี้ It's direction ให้คนในสำนักเดินลงเหว" หลี่มู่เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่กลับแทรกซึมเข้าไปในจิตวิญญาณของทุกคนที่รับฟัง
"ปากดีนัก! รับกระบี่นี้ไปซะ!"
พู่เฉินบันดาลโทสะจนหน้าดำคร่ำเคร่ง ร่างของเขากลายเป็นเงาสะท้อนสายฟ้า พุ่งเข้าหาหลี่มู่เหยียนด้วยความเร็วระดับที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่ทัน คมกระบี่สีครามพุ่งตรงไปยังจุดตายบริเวณหัวใจ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนศิษย์หลายคนต้องหลับตาลงด้วยความหวาดกลัว
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้นเอง
หลี่มู่เหยียนไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง เขายกมือขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังปัดเป่าละอองฝน ปลายนิ้วเรียวยาวสะกิดลงไปที่ข้างใบมีดของพู่เฉินอย่างไร้ซุ่มเสียง
*เคร้ง!*
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอสุนีบาตฟาดผ่ากลางวันแสกๆ พลังปราณสีครามที่โหมกระหน่ำมาเมื่อครู่ กลับถูกดีดสะท้อนกลับไปด้วยแรงกดดันที่มหาศาลกว่าเดิมหลายเท่าตัว พู่เฉินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขารู้สึกราวกับว่ากระบี่ในมือของตนกำลังปะทะเข้ากับภูเขาเหล็กกล้าที่ไม่มีวันพังทลาย
"เป็นไป10ได้... เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาอันใดกัน!?" พู่เฉินกระออกเลือดสดๆ ออกมาคำโต ร่างกายกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าสิบก้าว รอยเท้าลึกปรากฏบนพื้นหินอย่างน่าอนาถ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานประลองอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อสายตา ศิษย์สายตรงผู้หยิ่งผยอง กลับพ่ายแพ้ต่อการสะกิดเพียงครั้งเดียวของคนที่เคยถูกเรียกว่าสวะ!
หลี่มู่เหยียนก้มลงมองมือของตนเอง แววตาฉายแววเย้ยหยัน "นี่น่ะหรือ... ศิษย์รุ่นพี่ผู้ทรงเกียรติแห่งสำนักตระกูลเก้อ? ช่างน่าผิดหวังเสียจริง"
เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปหาพู่เฉินที่กำลังทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความอัปยศ แรงกดดันจากร่างของหลี่มู่เหยียนแผ่ขยายออกไปทั่วสารทิศ ราวกับราชันย์ผู้กลับคืนสู่บัลลังก์ ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะเอ่ยปากประกาศิตตัดสินความผิดของอีกฝ่ายนั้นเอง...
ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยแจ่มใสกลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน ลมพายุหมุนวนรุนแรงพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีดำสนิทที่ผ่าลงมากลางลานประลองอย่างรุนแรง
ร่างเงาลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิท ปรากฏกายขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียงท่ามกลางม่านสายฟ้า พร้อมกับกลิ่นอายพลังอันเก่าแก่และน่าสะพรึงกลัวที่กดทับให้ทุกคนในที่นั้นต้องคุกเข่าลงกับพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว!
"หลี่มู่เหยียน... เจ้ากล้าอาจหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ ที่บังAรต่อกรกับ 'ผู้ตรวจการจากแดนสวรรค์'?" เสียงแหบพร่าดุจเสียงกระซิบจากยมโลกดังขึ้น พร้อมกับกระบี่โบราณเล่มหนึ่งที่ถูกชี้ตรงมาที่หว่างคิ้วของเขา!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ไปด้วยกันในบทนี้นะครับ
เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 13
สำนักที่เต็มไปด้วยคนตาบอด
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!