กลิ่นอายโลหิตและควันไฟคละคลุ้งจนกลบกลิ่นอายธรรมชาติจนสิ้นซาก บนยอดเขาเทียนซานในยามนี้ หาใช่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการบำเพ็ญเพียรอีกต่อไป หากแต่เป็นลานประหารขนาดมหึมาที่ฟ้าดินเป็นผู้ขีดเส้นตาย
"ยุทธภพสูญสิ้นความชอบธรรมไปนานแล้ว... มู่เหยียน เหตุใดเจ้าจึงยังดึงดันจะปกป้องซากปรักหักพังเหล่านี้?"
เสียงของเซียนจินหลิงดังขึ้นท่ามกลางพายุหิมะที่ถูกย้อมเป็นสีชาด นางยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจ ทว่าแววตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยความร้าวราน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตของเหล่าผู้อาวุโสสำนักร้อยกระบี่ที่เพิ่งล้มตายลงต่อหน้า
หลี่มู่เหยียนไม่แม้แต่จะชายตามองซากศพเบื้องหลัง เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาว ดวงตาคู่นคมดุจเหยี่ยวทอดมองไปยังขอบฟ้าไกลโพ้น ที่ซึ่งเมฆหมอกสีทมิฬกำลังม้วนตัวเข้าปกคลุมทั่วหล้า บ่งบอกถึงการมาถึงของมหันตภัยครั้งใหญ่ที่แม้แต่เหล่าทวยเทพยังต้องสะท้าน
"ความชอบธรรมหรือ?" หลี่มู่เหยียนแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงของเขาทุ้มนุ่มทว่าแฝงไว้ด้วยพลังกดดันที่ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว "จินหลิง เจ้าก็รู้ดี... ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ความเมตตาคือความอ่อนแอ และคุณธรรมเป็นเพียงเครื่องมือของคนโง่เขลา ข้าไม่ได้ปกป้องซากปรักหักพังเหล่านี้... ข้าเพียงกำลังปกป้องเส้นทางที่ข้าเลือกเดิน ต่างหาก"
สิ้นคำพูด บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ลมปราณอันไร้ขอบเขตแผ่ซ่านออกจากร่างของหลี่มู่เหยียนจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกสีครามแผ่ขยายเป็นวงกว้าง พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวละเอียดเป็นผุยผง นี่คือพลังของขอบเขตราชันย์กระบี่ขั้นสมบูรณ์ที่ผ่านการขัดเกลาผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
ทว่า ทันใดนั้นเอง ท้องนภาก็คำรามลั่นราวกับเสียงคำรามของอสูรกายบรรพกาล เมฆทมิฬแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นรอยแยกสีม่วงเข้มขนาดมหึมาที่ใจกลางห้วงมิติ แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาทันทีจนเซียนจินหลิงต้องกระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างอรชรเซถลาเกือบล้มลงหากแต่หลี่มู่เหยียนพุ่งเข้ามาคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน
"นั่นมัน..." เซียนจินหลิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "ค่ายกลผนึกสวรรค์... มันถูกทำลายแล้วจริงๆ หรือ?"
กลียุคมาถึงเร็วกว่าที่คาดคิด!
ตระกูลเก้อและพันธมิตรพรรคมารที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามานับร้อยปี อาศัยจังหวะที่หลี่มู่เหยียนกำลังสะสางแค้น ลงมือทำลายเสาหลักค่ายกลทั้งเก้าแห่งทวีปสยบฟ้า การกระทำนี้มิใช่เพียงแค่การล้มล้างอำนาจเดิม แต่เป็นการเปิดประตูต้อนรับกองทัพอสูรจากต่างมิติเข้าสู่ดินแดนมนุษย์
"พวกมันใจร้อนเกินไป..." หลี่มู่เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ แววตาฉายแววดุดันราวกับพญายมผู้พร้อมคร่าชีวิต "คิดไม่ถึงว่าตระกูลเก้อจะยอมขายวิญญาณให้แก่เผ่ามารเพื่อแลكกับอำนาจชั่วคราวเช่นนี้ ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก"
ฉับพลัน เงาร่างนับพันสายก็ทะยานขึ้นมาจากหุบเขาเบื้องล่าง นำมาโดยผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตระกูลเก้อ 'เก้อเทียน Ba' ผู้ถือครองกระบี่มารโลหิต ออร่าสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนกลายเป็นเสาเพลิงมารที่น่าสะพรึงกลัว
"หลี่มู่เหยียน! วันนี้คือวันตายของเจ้า!" เสียงคำรามของเก้อเทียนเป่าดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น "ต่อให้เจ้าเก่งกาจเพียงใด แต่เมื่อเผชิญหน้ากับกองทัพมารสวรรค์และค่ายกลหมื่นวิญญาณสลายร่าง เจ้าก็เป็นได้เพียงแค่ธุลีดิน!"
หลี่มู่เหยียนค่อยๆ ประคองเซียนจินหลิงให้หลบไปอยู่ยังเขตปลอดภัยเบื้องหลัง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก1ครา ถ่าย 1 ใน 10 ส่วนของพลังปราณบริสุทธิ์เพื่อสร้างเป็นม่านพลังปกป้องนางไว้ จากนั้นจึงค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกไปเผชิญหน้ากับกองทัพนับหมื่นด้วยตัวคนเดียว
ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกระโชก ร่างของบุรุษหนุ่มชุดคลุมสีดำสนิทสะบัดไหวตามแรงลม ดาบและกระบี่นับร้อยเล่มที่ปักอยู่โดยรอบสั่นสะท้านขึ้นพร้อมกัน ราวกับกำลังคารวะต่อผู้เป็นนายเหนือหัวแห่งวิถีกระบี่
หลี่มู่เหยียนเอื้อมมือไปกุมด้ามกระบี่โบราณที่สะพายอยู่ด้านหลัง นิ้วเรียวยาวลูบไล้ผ่านลวดลายอักขระโบราณที่ส่องแสงเรืองรองออกมาทีละนิด
"พวกเจ้าคิดว่าข้า 'หลี่มู่เหยียน' ผู้นี้ กลับชาติมาเกิดใหม่เพื่อมาดูพวกเจ้าทำลายล้างโลกกระนั้นหรือ?"
เขายกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงที่ไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้
"ผิดแล้ว... ข้ากลับมาเพื่อส่งพวกเจ้าลงนรกต่างหาก!"
สิ้นเสียงตวาดก้อง หลี่มู่เหยียนก็ชักกระบี่ออกจากฝักอย่างช้าๆ
*ฉึบ!*
ประกายแสงกระบี่สีครามเจิดจ้าพุ่งทะยานผ่าผืนฟ้าออกเป็นสองซีก พลังปราณกระบี่สายหนึ่งแผ่ขยายออกไปนับหมื่นลี้ ตัดผ่านภูเขา ทะเล และห้วงมิติ จนเหล่ากองทัพมารที่กำลังพุ่งเข้ามาต้องหยุดชะงักด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นมาจากมิติเบื้องหลังของหลี่มู่เหยียน ร่างเงาดำลึกลับผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นพร้อมกับกรงเล็บสีดำที่แทงทะลุผ่านอกเสื้อของเซียนจินหลิงอย่างอุกอาจ!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลา คมกระบี่ และความทระนงอันไร้พ่ายไปด้วยกันในบทนี้นะครับ หมื่นกระบี่คืนรังครับ
เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 35
สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!