"เจ้าพวกมดปลวก... ที่บังอาจมาทำลายสวนดอกไม้ของข้า"
น้ำเสียงของหลี่มู่เหยียนราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์ที่เปล่งออกมากลับแฝงไว้ด้วยมวลอากาศที่หนักอึ้งดุจภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่าของเหล่าศิษย์ตระกูลเก้อสาขาตะวันตก พวกมันนับสิบชีวิตทรุดเข่าลงกับพื้นหินขัดด้วยความหวาดกลัว เลือดกำเดาไหลซึมจากจมูกเพราะแรงกดดันจากจิตสังหารที่ไม่อาจต้านทาน
ชายหนุ่มในชุดสีครามเข้มยืนตระหง่านอยู่กลางโถงพิธี ดวงตาคมกริบดุจกระบี่หันไปมองหัวหน้ากลุ่มผู้คุ้มกันที่กำลังพยายามยกดาบขึ้นสั่นเทา
"ข้าถามว่า ใครเป็นคนสั่งให้พวกเจ้าเหยียบย่ำของที่ข้าหวงแหน?" หลี่มู่เหยียนก้าวเท้าช้าๆ ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นดินแผ่นหินสลักลายลวดดอกบัวกลับแตกร้าวเป็นวงกว้าง
"มะ...มหาเทพเก้อสั่งการมา! พวกข้าเพียงแค่ทำตามหน้าที่!" หัวหน้าผู้คุ้มกันตะโกนตอบพลางถอยกรูด
หลี่มู่เหยียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแฝงความสมเพช "หน้าที่รึ? งั้นข้าขอทำหน้าที่ส่งพวกเจ้าไปสู่ปรโลกเป็นการตอบแทนก็แล้วกัน"
สิ้นคำกระบี่ในมือของเขายังไม่ได้ชักออกจากฝัก ทว่าปราณสีทองอร่ามกลับพุ่งทะลักออกมาจากฝ่ามือที่ประสานกันเป็นมุทราประหลาด ความร้อนระอุของอากาศพุ่งสูงขึ้นฉับพลันจนพื้นหินเริ่มหลอมละลายกลายเป็นลาวาสีแดงฉาน กลิ่นอายของ 'เพลิงมังกรบรรพกาล' อบอวลไปทั่วโถงกว้าง
"กระบวนท่าที่สาม... เผาผลาญนิรันดร์!"
พริบตาเดียว เปลวเพลิงสีทองสว่างจ้าดั่งดวงอาทิตย์ขนาดย่อมก็แผ่ขยายออกไปดั่งคลื่นยักษ์ มันไม่ได้เผาไหม้ทุกสิ่งให้เป็นเถ้าถ่านในทันที แต่ค่อยๆ กัดกินอาภรณ์ ผิวหนัง และจิตวิญญาณของผู้ที่อยู่ตรงหน้าอย่างช้าๆ ดุจการชำระบาปที่โหดเหี้ยมที่สุด เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วคฤหาสน์ตระกูลเก้อ
ที่ริมระเบียงชั้นบน เซียนจินหลิงยืนมองเหตุการณ์นั้นด้วยแววตาที่สั่นไหว นางไม่ได้หวาดกลัวความเหี้ยมโหดของชายผู้เป็นที่รัก ทว่านางกลับกังวลถึง 'ทัณฑ์สวรรค์' ที่เริ่มก่อตัวขึ้นบนนภากาศเบื้องบน สายฟ้าสีดำทมิฬแลบแปลบปลาบราวกับจะลงทัณฑ์ผู้ที่ใช้พลังเกินขอบเขตของโลกใบนี้
"ท่านพี่... พอเถอะ หากสังหารคนมากไปกว่านี้ ท่านจะกลายเป็นเป้าหมายของมหาเทพทั้งเจ็ดทันที!" นางตะโกนผ่านพายุเพลิง
หลี่มู่เหยียนหันกลับมามองสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ สายตาที่เคยเย็นชาดุดันกลับอ่อนแสงลงเพียงชั่วครู่ "จินหลิง... หากข้าไม่ล้างแค้นวันนี้ พวกมันก็จะลามไปถึงสำนักของเจ้า ข้าไม่อาจปล่อยให้หมาป่าที่หิวโหยเดินเพ่นพ่านอยู่ในสวนหลังบ้านของข้าได้อีกต่อไป"
เขาสะบัดมือขวาเพียงครั้งเดียว เปลวเพลิงมังกรที่บ้าคลั่งก็ม้วนตัวกลับ กลายเป็นกรงขังล้อมรอบศัตรูที่เหลือรอดเอาไว้ ภายในใจของเขากำลังครุ่นคิดถึงแผนการขั้นถัดไป แต่ทว่า... ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่ควรจะอยู่ที่สำนักใหญ่กลับปรากฏขึ้นเบื้องหลังของเขา
"คิดว่าการทำลายแค่สาขาก็เพียงพอแล้วงั้นรึ หลี่มู่เหยียน?"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทำให้หลี่มู่เหยียนชะงัก ร่างของบุรุษผู้สวมหน้ากากเหล็กเดินก้าวเข้ามาในม่านเพลิงโดยไม่สะทกสะท้าน แม้แต่เพลิงมังกรยังหลีกทางให้เขาราวกับเกรงกลัวบางสิ่ง
"ศิษย์พี่ใหญ่... ท่านมาทำอะไรที่นี่?" หลี่มู่เหยียนถามพลางกระชับด้ามกระบี่แน่น
ชายสวมหน้ากากเผยรอยยิ้มที่มองไม่เห็นภายใต้หน้ากากนั้น ก่อนจะชี้กระบี่สีนิลมาที่ลำคอของเซียนจินหลิงที่ยืนอยู่บนระเบียง "ข้าไม่ได้มาเพื่อห้ามเจ้า แต่ข้ามาเพื่อบอกว่า... เจ้าได้สังหารคนที่สำคัญที่สุดของเจ้าไปแล้วในตอนที่เจ้าเผาโถงกลางแห่งนี้"
หลี่มู่เหยียนเบิกตากว้างเมื่อเห็นควันไฟที่จางลงเผยให้เห็นร่างของนางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่กำลังหมองไหม้ไปครึ่งแถบ ทว่านั่นไม่ใช่จินหลิงตัวจริง แต่มันคือตุ๊กตาอาคมที่ถูกสลับตัวไปเมื่อใดไม่มีใครทราบ
"ภาพลวงตา... นี่เป็นแผนของตระกูลเก้อตั้งแต่แรก!" หลี่มู่เหยียนคำรามลั่น ก่อนที่โลกทั้งใบจะหมุนคว้างเมื่อผนึกมิติรอบคฤหาสน์ถูกฉีกกระชากเปิดออกโดยกระบี่ของบุรุษสวมหน้ากาก
ร่างของหลี่มู่เหยียนถูกดูดกลืนเข้าไปในรอยแยกมิติ ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ก้องกังวานอยู่ในหูของเขา... และสิ่งที่เขาเห็นก่อนสติจะดับวูบลง คือภาพของเซียนจินหลิงที่ถูกขังอยู่ในกรงคริสตัลท่ามกลางมวลหมู่มหาเทพทั้งเจ็ดที่รอพิพากษาเขาอยู่เบื้องหน้า
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลา คมกระบี่ และความทระนงอันไร้พ่ายไปด้วยกันในบทนี้นะครับ หมื่นกระบี่คืนรังครับ
เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 34
ล้างแค้นตระกูลสาขา
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!