เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 33

ความจริงเบื้องหลังการตาย

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
กลิ่นอายโลหิตจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ภายในห้องโถงลับใต้ดินของตระกูลเก้อ มิได้ทำให้หลี่มู่เหยียนรู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดุจคมกระบี่ของเขาจับจ้องไปยังแผ่นป้ายวิญญาณเก่าคร่ำคร่าที่สลักชื่อ "หลี่มู่เหยียน" ร่างเดิมผู้โชคร้าย ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก มีเพียงเสียงหยดน้ำจากหินงอกหินย้อยเบื้องบนที่ดังติ๋งๆ คล้ายนาฬิกาทรายแห่งความตายกำลังนับถอยหลัง เบื้องหน้าของเขา มรดกความทรงจำเศษเสี้ยวสุดท้ายจากร่างเดิมกำลังสั่นสะท้านด้วยแรงแค้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกระดูกดำ "เจ้ารอมานานเท่าใดแล้ว... ที่ต้องตายอย่างอนาถบนกองเลือดโดยไร้ซึ่งความเป็นธรรม" เสียงทุ้มต่ำหลุดจากลำคอของหลี่มู่เหยียนแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงจิตวิญญาณ พลันนั้น ประตูหินหนักอึ้งด้านหลังก็ถูกผลักออกอย่างกะทันหัน ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของเซียนจินหลิงก้าวเข้ามา แววตาคู่คมปลาบกวาดมองสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วยความระแวดระวัง ก่อนที่นางจะหยุดยืนเคียงข้างเขา กลิ่นไอความเย็นยะเยือกของสำนักเซียนอันดับหนึ่งแผ่ซ่านออกมาบรรเทาความอึดอัดในห้อง "มู่เหยียน... เจ้าพบสิ่งที่ต้องการแล้วใช่หรือไม่" เสียงหวานกังวานเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล นางยื่นหยกบันทึกความทรงจำชิ้นหนึ่งที่เพิ่งค้นพบจากห้องลับชั้นนอกส่งให้เขา ปลายนิ้วเรียวยาวของนางสัมผัสโดนหลังมือของเขาแผ่วเบา เป็นการส่งผ่านพลังปราณและกำลังใจที่ไร้คำพูดใดเปรียบ หลี่มู่เหยียนรับหยกชิ้นนั้นมา พลังปราณสีครามเข้มถูกส่งผ่านเข้าไปภายในเสี้ยววินาที ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสามปีก่อนก็ปรากฏขึ้นราวกับฉายภาพซ้ำ ในภาพนั้น... ค่ำคืนที่ฝนดาวตกกระหน่ำซัดสาด ร่างของหลี่มู่เหยียนคนก่อนกำลังถูกล้อมกรอบด้วยเงาร่างสีดำสนิทสามคน ใบหน้าของพวกมันถูกปกปิดด้วยหน้ากากอสูรโลหิต ทว่าสัญลักษณ์ที่สลักไว้บนด้ามกระบวนท่าและรอยสักรูป "อัสนีทมิฬ" ที่ต้นคอของมือสังหารคนหนึ่ง ช่างเด่นชัดจนแม้แต่คนตาบอดก็ยังสัมผัสได้ "ตระกูลรอง... และผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเก้อ" มุมปากของหลี่มู่เหยียนยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น ดุดัน และไร้ซึ่งความปรานี เซียนจินหลิงขมวดคิ้วมุ่นยามเมื่อเห็นสัญลักษณ์นั้น นางยื่นมือออกไปแตะแขนเสื้อของเขาเบาๆ เพื่อดึงสติ "อัสนีทมิฬ... นั่นคือเคล็ดวิชาลับที่สูญหายไปของสำนักกระบี่มารโลหิต เหตุใดมันจึงมาเกี่ยวพันกับการตายของร่างเดิมในตระกูลนี้ได้ ข้าเกรงว่าเบื้องหลังเรื่องนี้จะมีตาข่ายอำนาจที่ใหญ่โตกว่าที่เราคาดคิดนัก" "ใหญ่โตเพียงใด ก็ไม่คณาจิรก่อความระคายผิวข้า" หลี่มู่เหยียนกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาทอประกายคมกล้าดุจพญาอินทรีมองเหยื่อ "ในเมื่อพวกมันกล้าใช้พิษสลายปราณเพื่อปลิดชีพคนไม่มีทางสู้ ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้... ถอนรากถอนโคนพวกมันทีละคนจนกว่าแผ่นดินนี้จะลุกเป็นไฟ" ยามเมื่อเขากำหมัดแน่น อากาศโดยรอบพลันบิดเบี้ยว รัศมีกระบี่อันเกรี้ยวกราดทะลักทะลายออกมาจากร่างจนผนังหินรอบด้านปรากฏรอยร้าวลึกนับร้อยรอย เซียนจินหลิงมองดูชายหนุ่มผู้ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้านางด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจของนางยามนี้สั่นไหวอย่างรุนแรง นางไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดในยุทธภพ ทว่าความทระนงและอำนาจไร้พ่ายที่แผ่ออกมาจากตัวหลี่มู่เหยียน กลับทำให้หัวใจของนางยอมจำนนอย่างราบคาบโดยไม่จำต้องเอ่ยคำ "ไม่ว่าทางข้างหน้าจะมีขวากหนามหรือทัณฑ์สวรรค์ขวางกั้น ข้าจะเคียงข้างสับกระดูกพวกมันเป็นจุลไปกับเจ้าด้วย" เซียนจินหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว นางชักกระบี่น้ำแข็งคู่กายออกมาครึ่งนิ้ว ประกายแสงสีฟ้าครามสะท้อนกับใบหน้าอันงดงามล่มเมือง ดุจดั่งเทพเซียนผู้พร้อมจะสังหารล้างผลาญโลกหล้า หลี่มู่เหยียนเหลือบมองนาง รอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน "ดี... เช่นนั้นคืนนี้ เราจะไปเยือนเรือนพักของผู้อาวุโสใหญ่ เพื่อทวงถามหนี้เลือดนี้ให้สาสม" ทั้งสองก้าวเดินออกจากห้องลับใต้ดินด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ ทว่าบรรยากาศภายนอกกลับมิได้สงบเงียบอย่างที่คิด เมื่อพวกเขาเดินมาถึงลานกว้างหน้าเรือนตระกูลเก้อ ความผิดปกติบางอย่างก็พุ่งเข้ากระแทกโสตประสาท เงาร่างนับสิบสายในชุดดำสนิท ยืนขวางทางเดินไว้อย่างเป็นระเบียบ ทว่าสิ่งที่ทำให้หลี่มู่เหยียนต้องหรี่ตาลงมิใช่จำนวนของมือสังหารเหล่านั้น หากแต่เป็นกลิ่นอายปราณที่แผ่ออกมาจากชายชราผู้ยืนอยู่แถวหน้าสุด มือข้างหนึ่งของมันถือป้ายคำสั่งสีทองสำริดที่สลักตราประจำตระกูลหลักเอาไว้ ชายชราผู้นั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดลากยาวจากหน้าผากถึงริมฝีปาก มันแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะกล่าวด้วยเสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของโลหิต "หลี่มู่เหยียน... เจ้าคิดว่าการค้นพบห้องลับนั่น จะทำให้เจ้าล่วงรู้ความจริงทั้งหมดกระนั้นหรือ? น่าเสียดายนัก... ผู้ที่สั่งฆ่าเจ้าเมื่อสามปีก่อน มิใช่ผู้อาวุโสใหญ่... แต่เป็น..." ยังไม่ทันที่ชายชราจะเอ่ยชื่อนั้นจบสิ้น เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นมาจากตำหนักด้านในของตระกูลเก้อ พร้อมกับลำแสงสีแดงฉานพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมเมฆาให้กลายเป็นสีโลหิตในพริบตาเดียว! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลา คมกระบี่ และความทระนงอันไร้พ่ายไปด้วยกันในบทนี้นะครับ หมื่นกระบี่คืนรังครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%