กลิ่นอายโลหิตและผงยาพิษสีม่วงเข้มคละคลุ้งไปทั่วหอประชุมใหญ่ของสำนักเซียนบูรพา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของเหล่าผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมวิญญาณทั้งสาม
หลี่มู่เหยียนยืนไขว้หลัง สายตาคมกริบดุจคมกระบี่โบราณกวาดมองถาดหยกที่เต็มไปด้วย "ผลึกโลหิตมาร" ซึ่งถูกซุกซ่อนไว้ใต้ชั้นตำราโบราณ สิ่งเหล่านี้คือรากเหงื่อของการค้ายาพิษที่บั่นทอนรากฐานของศิษย์สายในมานานนับปี เพื่อแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรบำเพ็ญเพียรส่วนตน
"พวกเจ้า... ช่างกล้าหาญนัก"
น้ำเสียงของหลี่มู่เหยียนเรียบเฉย ทว่ากลับทรงพลังกดดันจนอากาศภายในห้องบิดเบี้ยว อารมณ์ความรู้สึกเย็นชาและดุดันแผ่ซ่านออกมาราวกับมหาเทพผู้ลงทัณฑ์
ผู้อาวุโสใหญ่ "เก้อฉางคง" กัดฟันกรอด ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว เขารู้ดีว่าหากความลับนี้รั่วไหลออกไป ต่อให้มีสaิปัญญามากเพียงใดก็ไม่สามารถรอดพ้นจากกฎเหล็กของสำนักได้
"หลี่มู่เหยียน! เจ้าเป็นแค่ศิษย์ไร้ค่าที่เพิ่งฟื้นคืนชีพจากตระกูลสายรอง เหตุใดจึงบังอาจกล่าวหาพวกเราด้วยหลักฐานปลอมเช่นนี้!" เก้อฉางคงคำรามลั่น แผ่ซ่านพลังปราณระดับก่อเกิดแก่นแท้ขั้นสมบูรณ์กดดันใส่ร่างของชายหนุ่มทันที
ทว่า หลี่มู่เหยียนหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลนั้นกลับสลายหายไปราวกับสายลมที่กระทบภูเขาผาหิน
"หลักฐานปลอมงั้นรึ?" หลี่มู่เหยียนแค่นเสียงหัวسเราะในลำคอ แววตาทระนงฉายแววเย้ยหยัน "บัญชีรายชื่อผู้รับซื้อยาพิษจากแดนปีศาจ เล่มนี้ประทับตราโลหิตของเจ้า เก้อฉางคง หรือแม้แต่บันทึกการส่งมอบผ่านค่ายกลลับใต้ดิน... เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเก้อของพวกเจ้า"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของเหล่าผู้อาวุโส
ในวินาทีนั้นเอง ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะโปรยก็ก้าวเข้ามาทางประตูดạiเซียนจินหลิง ธิดาแห่งสำนักเซียนอันดับหนึ่ง นางกวาดสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งมองไปยังเหล่าผู้อาวุโสทั้งสาม ความกดดันระดับเซียนแท้จริงแผ่ขยายออกไปจนทำให้ผู้อาวุโสทั้งสามทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นทันที
"จินหลิง... เจ้าจะเข้าข้างคนนอกผู้นี้ไม่ได้นะ!" เก้อฉางคงละล่ำละลักเอ่ยด้วยความตื่นตระหนก
เซียนจินหลิงหยุดยืนเคียงข้างหลี่มู่เหยียน ดวงตางามลึกล้ำมองบุรุษผู้ยืนหยัดท้าทายฟ้าดินข้างกาย นางสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและมั่นคงที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ซึ่งเป็นสิ่งเดียวในยุทธภพที่หลอมละลายน้ำแข็งในใจนางได้
"คนนอกหรือ..." เซียนจินหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสแต่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง "สิ่งที่มู่เหยียนทำ คือการชำระล้างความเน่าเฟะของสำนักเซียนบูรพา หากพวกท่านยังดึงดันไม่ยอมรับโทษ ข้าในฐานะผู้สืบทอดสายตรง... มีสิทธิ์ขาดในการประหารพวกท่าน ณ บัดนี้!"
สิ้นคำพูดของนาง กระบี่เทพวารีในฝักข้างกายก็ส่งเสียงคำรามก้อง กลิ่นอายกระบี่คมกริบพุ่งทะยานเสียดฟ้า
เก้อฉางคงหน้าถอดสี ดวงตาเบิกโพลงด้วยความสิ้นหวัง ทว่าริมฝีปากที่แห้งผากกลับยกย่องรอยยิ้มบิดเบี้ยวชวนขนหัวลุกขึ้นมา
"ฮ่าๆๆ... พวกเจ้าคิดว่านี่คือแผนการทั้งหมดของพวกเราสำนักเก้อแล้วงั้นรึ? สายเกินไปแล้ว... บัดนี้ 'เงาโลหิต' ผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงได้เหยียบย่างเข้ามาถึงใจกลางสำนักเซียนบูรพาแล้ว!"
ทันทีที่สิ้นเสียงหัวسเราะ ท้องน้ายามวิกาลที่เคยสงบก็พลันมืดครึ้มลงในพริบตา สายฟ้าสีโลหิตสายหนึ่งผ่าลงมากลางลานพิธี แรงกดดันระดับมหาเทพโบราณที่น่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่ซ่านปกคลุมทั่วทั้งสำนัก จนแม้แต่เซียนจินหลิงยังต้องขมวดคิ้วแน่นด้วยความตื่นตระหนก
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ไปด้วยกันในบทนี้นะครับ
เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 24
ทลายแผนร้ายในสำนัก
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!