"ศิษย์พี่จ้าว... ท่านคิดจริงๆ หรือว่า เงาทมิฬที่ท่านซ่อนไว้ในอาณาเขตตระกูลเก้อ จะสามารถรอดพ้นจากสัมผัสปราณของข้าไปได้?"
สุ้มเสียงราบเรียบทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดู ดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในตำหนักรกร้าง หลี่มู่เหยียนมิได้หันกลับไปมอง ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทหยัดยืนอย่างมั่นคงเบื้องหน้าคัมภีร์โบราณ แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างผุพังอาบร่างของเขาให้ดูราวกับรูปสลักหินหยกอันทระนง ที่แม้แต่วันเวลาและกาลกิเลสก็มิอาจกัดกร่อน
ภายในความมืดสลัวห่างออกไปสามสิบก้าว ร่างหนึ่งสะท้านเฮือก เงามืดที่แนบเนียนไปกับผนังบิดเบี้ยวผิดรูปก่อนจะเผยให้เห็นบุรุษวัยกลางคนผู้สวมชุดศิษย์เอกแห่งสำนักกระบี่เมฆา "จ้าวเทียนหลง" ใบหน้าของมันซีดเผือด นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มันไม่คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่า หลี่มู่เหยียนที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่วิถีบำเพ็ญในดินแดนนี้ จะมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมจนน่ากลัวถึงเพียงนี้
"หลี่มู่เหยียน... เจ้าอย่าได้ลำพองใจนัก!" จ้าวเทียนหลงเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาฉายชัดถึงความริษยาและจิตสังหารที่แผดเผาจนแทบเป็นเปลวเพลิง "ตำแหน่งศิษย์สายตรงและสิทธิ์ในการครอบครองกระบี่อัคคีผลาญสวรรค์... สมควรเป็นของข้าผู้ติดตามอาจารย์มานับร้อยปี ไฉนเลยจู่ๆ เจ้าสวะที่ถูกขับไล่เช่นเจ้า ถึงกล้าอาจหาญแย่งชิงทุกสิ่งไปจากมือข้า!"
ความริษยา... คือพิษร้ายที่กัดกินจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์ยิ่งกว่ากระบี่ใดๆ ในใต้หล้า
หลี่มู่เหยียนค่อยๆ หันกลับมา ชายหนุ่มปรายตามองศิษย์พี่ผู้ถูกความโลภครอบงำด้วยความรู้สึกเวทนาปนสมเพช แววตาคู่นั้นมิได้มีความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความว่างเปล่าที่ลุ่มลึกดุจก้นบึ้งมหาสมุทร
"เจ้าพยายามฝึกฝนเคล็ดวิชา 'กระบี่เงาโลหิต' มาตลอดสามสิบปี แต่จิตใจกลับคับแคบดุจตาตั๊กแตน ต่อให้เจ้าเพียรพยายามอีกสักสชาติ ก็ไม่มีวันเข้าใจแก่นแท้ของวิถีกระบี่ที่แท้จริงหรอคครับ" หลี่มู่เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของอีกฝ่าย
"หุบปาก!" จ้าวเทียนหลงคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล เส้นเลือดบนขมับปูดโปน ร่างกายสั่นเทิ้วด้วยความอัปยศอดสู "วันนี้ข้าจะใช้กระบี่ในมือของข้า ดับลมหายใจอวดดีของเจ้าเสีย เพื่อพิสูจน์ว่าผู้ใดกันแน่ที่คู่ควรกับตำแหน่งผู้สืบทอด!"
*ฉับพลัน!*
ประกายแสงสีเลือดวาบขึ้นในความมืด พร้อมกับเงากระบี่นับร้อยสายที่พุ่งแหวกอากาศเข้าหาหลี่มู่เหยียนราวกับฝูงอสรพิษพิษร้าย นี่คือกระบวนท่าลอบสังหารอันเป็นที่สุดของจ้าวเทียนหลง 'เงาโลหิตสังหารโลกันตร์' ที่ซ่อนเร้นไอสังหารและอณูพิษไว้ในคราเดียว หวังปลิดชีพเป้าหมายให้สิ้นซากภายในกระบวนท่าเดียวโดยไม่ให้มีโอกาสได้ส่งเสียงร้อง
ทว่า... หลี่มู่เหยียนกลับยืนนิ่งสนิท ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง ร่างของสตรีผู้หนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหลี่มู่เหยียนราวกับภูตผี นางสวมชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับเส้นผมสีดำขลับดุจแพรไหม ท่วงท่าสง่างามเย็นชาดุจเทพเซียนผู้สูงส่งเหนือโลกียวิสัย นางคือเซียนจินหลิง
*เคร้ง!*
เสียงกระบี่กระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวจนผนังตำหนักสั่นสะเทือน เซียนจินหลิงมิได้ชักกระบี่ออกจากฝัก แต่นางใช้นิ้วเรียวเรียวดั่งหยกขาวดีดลงบนตัวกระบี่เบาๆ พลังปราณน้ำแข็งบริสุทธิ์แผ่พุ่งออกไปเป็นคลื่นกระแทก รัศมีกระบี่สีเลือดของจ้าวเทียนหลงแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ในชั่วพริบตา!
"บังอาจนัก" สุ้มเสียงของเซียนจินหลิงเยียบเย็นจนอุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามพื้น "สามหองถึงขั้นกล้าลงมือกับสามีของข้า เจ้าเบื่อชีวิตแล้วกระมัง จ้าวเทียนหลง"
จ้าวเทียนหลงกระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือหญิงอันดับหนึ่งแห่งยุค มันไม่คาดคิดเลยว่าเซียนจินหลิงจะติดตามอารักขาหลี่มู่เหยียนอย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้
"ศิษย์น้องจินหลิง... เจ้า... เจ้าถูกมันหลอกลวงแล้ว!" จ้าวเทียนหลงฝืนประคองร่างที่บาดเจ็บพยายามส่งเสียงละล่ำละลัก "มันเป็นเพียงเศษสวะ... ไฉนจึงคู่ควรกับ..."
"พอได้แล้วครับ" หลี่มู่เหยียนยกมือขึ้นห้ามปรามภรรยาผู้เลอโฉมเบาๆ สัญญาณมือเพียงเล็กน้อยทำให้นางยอมลดพลังปราณลงทันทีอย่างเชื่อฟัง หลี่มู่เหยียนก้าวเท้าเดินผ่านหน้าเซียนจินหลิง ไปยืนประจันหน้ากับจ้าวเทียนหลงที่กำลังสั่นเทาด้วยความสิ้นหวัง
ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของศิษย์พี่ผู้ริษยาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงพลังดุจประกาศิตสวรรค์
"เจ้าคิดว่าการลอบทำร้ายในเงามืดครั้งนี้ เป็นความคิดของเจ้าเองจริงๆ หรือครับ... หรือแท้จริงแล้ว มีเงาของผู้อำนาจเบื้องหลังคอยชักใยเจ้าอยู่กันแน่?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของจ้าวเทียนหลง สีหน้าของมันเปลี่ยนเป็นหวาดผวาอย่างถึงที่สุด นัยน์ตาเบิกโพรงด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว ราวกับความลับอันดำมืดที่สุดกำลังถูกเปิดเผย
แต่ก่อนที่จ้าวเทียนหลงจะทันได้เปล่งเสียงเอ่ยสิ่งใดออกมา...
*ฟิ้ว—!*
ลูกศรโลหิตปริศนาดอกหนึ่งแหวกอากาศยามวิกาลด้วยความเร็วระดับทลายภูผา พุ่งทะลวงผ่านหน้าต่างเข้ามาปักเข้าที่กลางหน้าอกของจ้าวเทียนหลงอย่างแม่นยำไร้ที่ติ! โลหิตสีดำทะลักทลาย ร่างของจ้าวเทียนหลงเบิกตาค้าง ล้มฟุบลงสิ้นใจตายคาที่ทันทีโดยยังไม่ทันได้ปริปากสารภาพความจริงแม้แต่ครึ่งคำ!
หลี่มู่เหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย แผ่จิตสัมผัสพุ่งทะยานออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้เสียง ทว่าสิ่งที่สะท้อนกลับมาในห้วงสำนึกกลับไม่ใช่ร่องรอยของมือธนู แต่เป็นกลิ่นอายกระบี่อันคุ้นเคยที่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียมจากความมืดมิดเบื้องนอก... รอยยิ้มของผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเก้อผู้กุมอำนาจที่แท้จริง
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ไปด้วยกันในบทนี้นะครับ
เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 23
แรงริษยาจากศิษย์เอก
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!