เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 25

การกลับมาของมารร้าย

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสาบสร่างอันน่าสะพรึงกลัวจนลมหายใจแทบสะดุด หลี่มู่เหยียนหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อย คมกระบี่ในฝักข้างกายสั่นระริกราวกับรับรู้ถึงบางสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาในความเงียบงันของรัตติกาล "กลิ่นอายนี้..." น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา มันไม่ใช่พลังปราณบริสุทธิ์ของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรในยุทธภพ หากแต่เป็นความมืดมิดอันดิบเถื่อนและเก่าแก่จากแดนปีศาจที่สาบสูญไปนานนับพันปี เซียนจินหลิงที่ยืนอยู่เคียงข้างกันในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ขยับกายเข้ามาใกล้เล็กน้อย พลังปราณน้ำแข็งรอบตัวนางแปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดผลึกเย็นเยียบที่หมุนวนอย่างระแวดระวัง นางยื่นมือเรียวดดุจหยกมาแตะที่แขนเสื้อของหลี่มู่เหยียนเพื่อส่งสัญญาณเตือน "มู่เหยียน... พลังนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาหรือแม้แต่ยอดฝีมือตระกูลเก้อจะครอบครองได้ มันคือ 'โลหิตโลกันตร์' ที่สูญหายไปจากบันทึกโบราณของสำนักเซียนเรา" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและจริงจัง นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนประกายความกังวลที่หาได้ยากยิ่ง หลี่มู่เหยียนไม่ตอบคำทันที เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อซึมซับกระแสพลังที่แปรปรวนในบรรยากาศ ยุทธภพแห่งนี้สงบสุขมานานเกินไปภายใต้หน้ากากแห่งคุณธรรมของเหล่าสำนักใหญ่ ใครจะคาดคิดว่าเบื้องหลังความสงบนั้น รากเหง้าแห่งความชั่วร้ายกำลังหยั่งลึกและแผ่กิ่งก้านสาขาจนน่ากลัว "เจ้าเก้อเทียนคงคิดว่าการผนึกกำลังกับกองกำลังนอกรีตจะทำให้มันครอบงำยุทธภพได้กระมัง" มุมปากของหลี่มู่เหยียนยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทระนงและจิตสังหารที่ไม่อาจปิด The มิด "น่าเสียดายนัก... ที่พวกมันไม่รู้ว่า การชักนำมารร้ายเข้าบ้าน ก็ไม่ต่างจากการเอาอัคคีมาเผาผลาญร่างตนเอง" ในขณะที่ทั้งสองกำลังประเมินสถานการณ์อยู่นั้น เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับเงาพรายก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า ไร้ซึ่งเสียงเหยียบย่ำบนใบไม้แห้ง ไร้ซึ่งลมหายใจที่ควรจะมี มีเพียงกลิ่นอายความตายที่โชยมาเตะจมูกทุกย่างก้าว "ระวัง!" เซียนจินหลิงสะบัดมือ พลังปราณน้ำแข็งพวยพุ่งออกไปดุจลูกธนูพญายม ปะทะเข้ากับความมืดเบื้องหน้าอย่างจัง เสียงระเบิดดังกึกก้องจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นทางยาว แต่สิ่งที่ปรากฏกลับไม่ใช่ร่างของศัตรู หากแต่เป็นควันสีดำทมิฬที่สลายตัวแล้วรวมกลุ่มกันใหม่เป็นร่างมนุษย์โครงกระดูกสวมชุดคลุมขาดวิ่น ดวงตาทั้งสองข้างลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีเขียวมรกต "ฮี่ๆๆๆ... ช่างเป็นเซียนสาวที่ร้อนแรงเสียจริง หญิงงามเช่นนี้ หากนำวิญญาณมาหลอมรวมกับค่ายกลโลหิต คงจะได้โอสถวิญญาณชั้นยอดไม่น้อย" เสียงแหบแห้งรากไม้เสียดสีกันดังขึ้นจากร่างโครงกระดูกนั้น มันแผ่ขยายแรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ออกมาจนบรรยากาศรอบด้านบิดเบี้ยว หลี่มู่เหยียนก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อบังร่างของหญิงคนรักไว้ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกจากร่างของเขาในทันที กดขี่ข่มเหงจนเงาทมิฬเบื้องหน้าถึงกับสั่นสะท้าร "ปีศาจชั้นต่ำกล้าดียังไงมาเหยียบย่ำแผ่นดินนี้" หลี่มู่เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังอำนาจจนฟ้าดินราวกับต้องสยบยอม "ในเมื่อพวกมันกล้าส่งเดรัจฉานเช่นเจ้ามาเปิดทาง ข้าก็จะใช้กระบวนท่านี้ส่งพวกมันลงสู่นรกภูมิให้หมดสิ้น!" มือหนายื่นออกไปกุมด้ามกระบี่ที่ข้างเอว ท่ามกลางความกดดันที่ถาโถมเข้ามาดุจคลื่นพายุ เซียนจินหลิงมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น นางรู้ดีว่าวิถีกระบี่ของเขาในยามนี้คมกริบเพียงใด และนางก็พร้อมจะเคียงข้างเขา ไม่ว่าเบื้องหน้าจะเป็นเทพหรือมาร แต่ก่อนที่คมกระบี่จะได้ออกจากฝักเพื่อพิพากษาชีวิตของเงาทมิฬนั้น แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ท้องนิตยสารยามราตรีที่เคยประดับด้วยหมู่ดาวกลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานดุจโลหิต เสียงคำรามกึกก้องจากใจกลางหุบเขาตระกูลเก้อดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสาแสงสีดำทมิฬพุ่งทะยานเสียดฟ้า ทำลายค่ายกลคุ้มครองเมืองจนแหลกละเอียดในพริบตา เงาทมิฬเบื้องหน้าหัวعะเยาะเสียงดังลั่นก่อนที่ร่างจะสลายกลายเป็นควันดำ "สายเกินไปแล้ว... ประตูแห่งแดนปีศาจ... เปิดออกแล้ว!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ไปด้วยกันในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%