เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 7

เผชิญหน้าอดีตคู่หมั้น

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับไอน้ำแข็งยามเมื่อเงาร่างมหึมาของสัตว์อสูรบรรพกาลศีรษะมังกรลำตัวพญานาคแผ่ซ่านแรงกดดันระดับเซียนแท้จริงกดทับลงมา ทว่าท่ามกลางมวลอากาศที่หนักอึ้งจนแทบปริแตกเป็นเสี่ยงๆ หลี่มู่เหยียนกลับยืนหยัดอย่างมั่นคงดุจภูผาศิลา นัยน์ตาคมกลาบเหลือบมองสัตว์อสูรตรงหน้าด้วยความเหยียดหยันคราหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปยังร่างระหงของสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง—เซียนจินหลิง ธิดาแห่งสำนักเซียนผู้เยือกเย็น ปลายกระบี่ในมือของนางสั่นระริกเล็กน้อย มิใช่เพราะความหวาดกลัวต่ออสูรบรรพกาลเบื้องหน้า หากแต่เป็นเพราะสายตาที่หลี่มู่เหยียนใช้มองนางในยามนี้... มันไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ดุจดั่งมองคนแปลกหน้าที่เดินสวนกันบนเส้นทางแห่งวัฏสงสาร "มู่เหยียน..." น้ำเสียงของเซียนจินหลิงแผ่วเบาดุจสายลมหนาว นางเคยชินกับการเป็นศูนย์กลางของความสนใจ เป็นยอดหญิงที่เหล่าบุรุษทั่วหล้าต่างหมายปองจะก้มกราบแทบเท้า ทว่าในยามนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับความเย็นชาที่ราวกับแท่งน้ำแข็งพันปีในแววตาของเขา หัวใจดวงน้อยกลับบีบรัดเข้าหากันอย่างเจ็บปวด นางกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด "ท่าน... เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน" หลี่มู่เหยียนแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าทว่าดังก้องกังวานเสียยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์อสูร "เปลี่ยนไป? หญิงสาวผู้สูงส่งเช่นเจ้ายังมีหน้ามากล่าวคำนี้กระนั้นหรือ จินหลิง ในวันที่ตระกูลเก้อและคู่หมั้นสารเลวของเจ้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของข้าจนจมดิน เจ้าเคยเอ่ยปากสักคำหรือไม่? ในวันที่ข้าถูกขับไล่ออกจากสำนักราวกับสุนัขข้างถนน เจ้าอยู่ที่ใด?" คำถามแต่ละคำประดุจคมกระบี่ที่กรีดแทงเข้าสู่ขั้วหัวใจของเซียนจินหลิง ร่างอรชรเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าที่เคยงดงามราวนางฟ้าบนสรวงสวรรค์บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด นางต้องการจะอธิบาย นางต้องการจะเอ่ยบอกว่าตนเองถูกบีั้นบังคับจากผู้อาวุโสในสำนัก ทว่าเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาที่มืดสนิทไร้ก้นบึ้งคู่นั้น คำแก้ตัวนับร้อยพันก็พลันจุกติดอยู่ที่ลำคอ เปล่งออกมาไม่ได้แม้แต่ครึ่งคำ *โฮกกกก—!* สัตว์อสูรบรรพกาลไม่อาจอดทนรอให้มนุษย์ทั้งสองรำลึกความหลังได้อีกต่อไป มันคำรามลั่นจนผืนปฐพีสั่นสะเทือน กรงเล็บมหาสมุทรที่เคลือบด้วยอัคคีทมิฬตบะตวัดฟาดลงมาหมายบดขยี้พวกเขาทັງเป็น แรงลมจากการโจมตีเพียงพอกระชากต้นไม้โบราณนับร้อยปีให้ถอนรากถอนโคนในพริบตา "ระวัง!" เซียนจินหลิงอุทานลั่นโดยสัญชาตญาณ ปราณกระบี่น้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าถูกปลดปล่อยออกมาทันที รัศมีสีครามพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นม่านโล่ห์น้ำแข็งหนาทึบเพื่อต้านทานการโจมตีของสัตว์อสูร ทว่าพลังของมันอยู่เหนือกว่าขอบเขตที่นางจะรับไหว แรงปะทะเพียงครั้งเดียวทำให้กระบี่ในมือของนางร้าวราน และกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ทว่า ในวินาทีที่ม่านโล่ห์น้ำแข็งกำลังจะแตกสลาย ร่างของหลี่มู่เหยียนก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี *ฟึบ!* ปราณกระบี่สีชาดระเบิดออก รัศมีกระบี่บรรพกาลที่หลับใหลถูกชักนำขึ้นมาอีกครั้ง ความดุดันและเกรี้ยวกราดแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ หลี่มู่เหยียนพุ่งทะยานผ่านหน้าเซียนจินหลิงไปราวกับสายฟ้าแลบ ปลายกระบี่ในมือไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย มันนิ่งสนิท... นิ่งสนิทดุจความตาย แต่อนุภาพกลับน่าสะพรึงกลัวจนมิติรอบข้างบิดเบี้ยว "วิชากระบี่ฝืนลิขิต... กระบวนท่าที่หนึ่ง: ตัดสะบั้นวาสนา!" สิ้นเสียงคำราม เส้นแสงสีเลือดเส้นหนึ่งพาดผ่านลำคอหนาของสัตว์อสูรบรรพกาล ทุกสรรพสิ่งในบริเวณนั้นพลันตกอยู่ในความเงียบงัน ชั่วลมหายใจต่อมา ร่างมหาสมุทรของสัตว์อสูรระดับเซียนแท้จริงก็หยุดชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่รอยตัดเรียบเนียนจะปรากฏขึ้นที่ลำคอ และร่างยักษ์นั้นก็แยกออกเป็นสองส่วน ร่วงหล่นกระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เซียนจินหลิงยืนตะลึงงัน นางมองภาพเบื้องด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย หลี่มู่เหยียนในยามนี้แข็งแกร่งเกินไป... แข็งแกร่งจนน่ากลัว เขาสังหารสัตว์อสูรที่แม้แต่ผู้อาวุโสในสำนักยังต้องหวาดผวาด้วยกระบี่เพียงกระบวนท่าเดียว! หลี่มู่เหยียนเก็บกระบี่เข้าฝักช้าๆ เขาไม่ได้ชายตาแลมองผลงานตรงหน้าแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวอีกครั้ง แววตานั้นยังคงเย็นชาดุจเดิม ไม่มีแม้แต่ความเห็นอกเห็นใจต่อสภาพที่สะบักสะบอมของนาง "เจ้ายังตามข้ามาทำไม?" หลี่มู่เหยียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาทว่าเฉียบคมดุจใบมีด "ทางของเจ้าคือสำนักเซียนอันดับหนึ่ง ส่วนทางของข้าคือการล้างบางตระกูลเก้อและเหยียบย่ามผู้ที่เคยหักหลังข้า เส้นทางเหล่านี้ไม่มีวันบรรจบกัน... กลับไปเสีย ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน" หยดน้ำตาใสๆ ไหลรินอาบแก้มของเซียนจินหลิงเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี ความเย็นชาที่นางเคยยึดถือมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด เอื้อมมือสั่นเทาหมายจะแตะชายเสื้อของเขา "มู่เหยียน... หากข้าบอกว่า ข้าไม่เคย... ไม่เคยคิดทรยศท่านเลยล่ะ?" หลี่มู่เหยียนชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบหรี่ลง ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยคำใดตอบกลับ ความผิดปกติบางอย่างก็เกิดขึ้นในมิติเบื้องบน! ท้องฟ้าที่เคยโปร่งใสพลันมืดครึ้มลงในพริบตา เมฆสีดำทะมัดทะเมนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปวงกลมขนาดมหึมา สายฟ้าสีทองคำเก้าสายฟาดผ่าลงมากลางวงล้อมของพวกเขา แรงกดดันระดับที่เหนือกว่าสัตว์อสูรเมื่อครู่หลายร้อยเท่าโถมทับลงมาจนเข่าของเซียนจินหลิงทรุดฮวบลงกับพื้น และในวินาทีนั้นเอง เงาร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติ เบื้องหน้าสายฟ้าสีทองคำที่กำลังคำรามก้อง "ศิษย์พี่หลี่... ไม่พบกันนาน ดูท่าท่านจะยังคงพยศไม่เปลี่ยนสินะ" น้ำเสียงหวานใสทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่สตรีปริศนาผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายเซียนจินหลิงถึงแปดส่วน ค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นรอยยิ้มอันงดงามแต่ไร้ซึ่งความปรานี! (ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ไปด้วยกันในบทนี้นะครับ)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%