"หากสวรรค์ยังคงคิดใช้อัสนีบาตนี้บดขยี้วิญญาณข้า... เกรงว่าพวกมันคงคำนวณพลาดไปเสียแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับใหลดังขึ้นจากก้นบึ้งของถ้ำลับตระกูลเก้อ อณูพลังปราณสีครามเข้มระเบิดออกรอบกายของหลี่มู่เหยียน ร่างกายผอมบางในคราแรกบัดนี้เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่สมส่วนราวกับงานประติมากรรมหยกสลัก ทุกตารางนิ้วบนผิวหนังปรากฏอักขระโบราณเปล่งแสงเรืองรองสะท้อนกับความมืดมิด
เบื้องบนของยอดเขา... เมฆทมิฬหนาทึบกำลังหมุนวนเป็นรูปก้นหอยขนาดมหึมา ประจุไฟฟ้าสีม่วงเข้มแล่บแปลบปลาษส่งเสียงคำรามกึกก้องเสียดแก้วหู แรงกดดันจากอาณาจักรฟ้าดินแผ่ซ่านลงมาจนพื้นดินรอบบริเวณแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ทว่า ท่ามกลางมหันตภัยที่พร้อมจะผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล ชายหนุ่มกลับค่อยๆ หลับตาลงอย่างช้าๆ ดื่มด่ำกับกระแสพลังที่ไหลเวียนผ่านชีพจรทั้งร้อยแปดสาย
"มู่เหยียน... ท่านอย่าได้ฝืนจนเกินไปนัก"
น้ำเสียงเย็นชาแต่สั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นจากปากถ้ำ ร่างระหงของเซียนจินหลิงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่าน นางฝืนใช้กระบี่คู่กายปักลงกับพื้นเพื่อพยุงร่างที่สะินสะเทือนจากแรงกดดันของทัณฑ์สวรรค์ ดวงพักตร์งดงามล่มเมืองซีดเผือดหยาดเหงื่อกาฬไหลรินตามกรอบหน้า แม้จะผ่านศึกใหญ่มามากมาย แต่นี่คือ "ทัณฑ์อัสนีเก้าชั้นฟ้า" ที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณยังต้องหวาดผวา แต่นางกลับเลือกที่จะยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขา ไม่ยอมถอยห่างแม้แต่ก้าวเดียว
หลี่มู่เหยียนลืมตาขึ้น ชายหนุ่มส่งยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและอ่อนโยนให้แก่สตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ สายตาคู่นั้นคมกริบดุจกระบี่ไร้พ่ายที่ผ่านการลับคมในกองเลือด
"จินหลิง ถอยออกไปสิบหลุม... นี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่เจ้าต้องแบกรับ แต่นี่คือหนทางที่ข้าจะประกาศก้องต่อฟ้าดิน ว่าตัวข้า หลี่มู่เหยียน ผู้นี้... จะไม่ก้มหัวให้ผู้ใด แม้กระทั่งสวรรค์!"
สิ้นคำพูดของเขา ท้องฟ้าก็คำรามลั่นราวกับโกรธเกิ่้นที่ถูกท้าทาย
เปรี้ยง!
สายฟ้าสายแรกขนาดเท่าลำต้นตาลฟาดผ่าทะลวงเพดานถ้ำลงมาตรงกลางหัวของหลี่มู่เหยียนอย่างไร้ความปรานี แสงสีขาวโพลนสว่างวาบจนกลืนกินทุกสรรพสิ่ง แรงปะทะระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกวงกว้าง ทำลายโขดหินรอบด้านจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง เซียนจินหลิงถูกแรงเหวี่ยงนั้นซัดจนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว นางพ่นโลหิตสีแดงสดออกมาคำโต ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนเป็นห่วง
"มู่เหยียน!" นางตะโกนสุดเสียง ทว่าเสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปกับเสียงคำรามของสายฟ้าระลอกที่สองและสามที่ตามมาติดๆ
ภายในใจกลางพายุสายฟ้า หลี่มู่เหยียนไม่ได้หลบหนีหรือแม้แต่จะตั้งรับ เขากลับอ้าแขนรับพลังงานทำลายล้างเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายโดยตรง กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นถูกสายฟี้ย่างสดจนส่งกลิ่นไหม้ กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นกรอบราวกับจะแตกหักเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บปวดระดับฉีกกระชากวิญญาณนี้ หากเป็นคนทั่วไปคงสิ้นสติไปตั้งแต่พริบตาแรก แต่สำหรับอดีตมหาเทพผู้ผ่านการตายและเกิดใหม่ ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้เป็นดั่งสายลมที่พัดผ่านผิวกาย
*ข้าคือมหาเทพกระบี่... อาณาจักรการบำเพ็ญเพียรในร่างนี้ช่างเปราะบางนัก แต่รากฐานจิตวิญญาณของข้าหาได้ด้อยค่าไม่! จงหลอมรวมซะ!*
หลี่มู่เหยียนคำรามก้องในใจ เคล็ดวิชา "กระบี่กลืนนภา" ถูกขับเคลื่อนถึงขีดสุด จุดตันเถียนในร่างขยายตัวออกอย่างรุนแรง พลังปราณฟ้าดินที่ปั่นป่วนถูกดึงดูดเข้าสู่ร่างกายราวกับหลุมดำ ท้องฟ้าที่เคยคำรามเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันชั่วขณะ เมฆทมิฬหนาทึบถูกย้อมด้วยสีทองอร่ามและสีครามเข้มสลับกันไปมา
นี่คือสัญญาณของการทะลวงขอบเขต... จากขั้นรวบรวมลมปราณ สู่ขั้นแก่นแท้จิตวิญญาณ!
ทว่า ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะลุล่วง เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันชั่วร้ายก็ดังขึ้นที่ปากถ้ำ เซียนจินหลิงที่เพิ่งยันกายลุกขึ้นสะดุ้งสุดตัว นางหันขวับไปมองยังความมืดเบื้องนอก พร้อมกับตวัดกระบี่ในมือชี้ตรงไปข้างหน้าทันที
"ผู้ใด!" นางตวาดเสียงกร้าว
เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทสามร่างค่อยๆ ก้าวออกมาจากหมอกหนา แววตาของพวกมันเปล่งประกายความโลภและอำมหิตอย่างปิดไม่มิด หนึ่งในนั้นคือผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเก้อ ผู้มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดพาดผ่านใบหน้า มันมองภาพหลี่มู่เหยียนที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ท่ามกลางพายุพลังด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"ฮ่าๆๆ ช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก... หลี่มู่เหยียน เจ้าหนูไร้ค่าผู้นี้คาดไม่ถึงเลยว่าจะมีวาสนาถึงเพียงนี้ แอบมาทะลวงขั้นพลังในเขตหวงห้ามตระกูลเรา เสียดายนัก... ที่เจ้าไม่มีวันได้ตื่นขึ้นมาใช้พลังนั้นอีกแล้ว!"
เซียนจินหลิงกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางก้าวออกไปขวางหน้าคนทั้งสามไว้ กระบี่ในมือสั่นระริกด้วยความโกรธเกรี้ยว นางบาดเจ็บภายในจากการรับแรงกระแทกของทัณฑ์สวรรค์เมื่อครู่ แต่ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต นางก็จะไม่ยอมให้พวกมันแตะต้องชายหนุ่มเด็ดขาด
"หากพวกเจ้าอยากก้าวผ่านร่างของเขาไป... ก็ต้องก้าวผ่านศพของข้าก่อน!"
ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเก้อหัวเราะเยาะ "นังเซียนสารเลว เจ้าคิดว่าสภาพปางตายเช่นนั้นจะขวางพวกเราได้หรือ? ลงมือ! ฆ่ามันให้สิ้นซาก แล้วชิงแก่นพลังปราณของมันมา!"
คมกระบี่สามเล่มพุ่งตรงเข้าหาเซียนจินหลิงพร้อมกับจิตสังหารทะลักล้น ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง จู่ๆ อุณหภูมิภายในถ้ำก็ลดฮวบลงจนกลายเป็นจุดเยือกแข็ง อากาศรอบตัวหยุดนิ่งราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็ง
เสียงกระบี่หลุดออกจากฝักดังขึ้นแผ่วเบา... แต่กลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของทุกคน
"ใครอนุญาตให้... สุนัขรับใช้เช่นพวกเจ้า เห่าหอนอยู่หน้าบ้านของข้า?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ไปด้วยกันในบทนี้นะครับ
เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 8
การทะลวงขั้นพลัง
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!