เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 10

วิถีแห่งผู้ไร้พ่าย

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"ป้ายประกาศหน้าประตูเมืองหลวงในรอบสามร้อยปีนี้... ดูท่าว่าจะไร้ซึ่งความปรานีเช่นเดิมสินะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานดุจหยกกระทบกันดังขึ้น ท่ามกลางฝุ่นตลบยามที่ม้าศึกพ่นลมหายใจฮึดฮัด หลี่มู่เหยียนยืนไขว่หอบังเหียน สายตาคมกริบดุจคมกระบี่กวาดมองแผ่นป้ายศิลาสีนิลขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านท้าทายลมฟ้า อักษรโบราณสลักด้วยพลังปราณอันดุร้ายอ่านได้ความว่า *'สำนักกระบี่สวรรค์คัดเลือกศิษย์: ผู้ไร้รากปราณแท้ห้ามก้าวล่วง มิฉะนั้น... ตัดหัวเสียบประจาน'* ความกดดันจากค่ายกลป้องกันเมืองแผ่ซ่านกดทับบ่าของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรนับพันที่มารอคอยอย่างเนืองแน่น เสียงซุบซิบนินทาและเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดกลัวดังระงมไปทั่วบริเวณ แต่ละคนต่างสวมชุดคลุมหรูหราประดับอัญมณีล้ำค่า บ่งบอกถึงชาติกำเนิดจากตระกูลใหญ่ ทว่าเมื่อเทียบกับบุรุษหนุ่มในชุดผ้าไหมสีดำสนิทที่ปราศจากร่องรอยพลังปราณเช่นหลี่มู่เหยียนแล้ว ทุกสายตากลับมองมาด้วยความเวทนาและดูแคลน "นั่นมันสวะตระกูลเก้อไม่ใช่หรือ? ได้ยินว่าถูกขับไล่ออกจากตระกูลเพราะเป็นขยะไร้ค่า เหตุใดจึงกล้าอาจหาญมาเหยียบย่ำประตูสำนักกระบี่สวรรค์เล่า?" "ฮ่าๆๆ สมองคงกระทบกระเทือนจนเสียสติไปแล้วกระมัง คิดว่าการสอบคัดเลือกสำนักอันดับหนึ่งแห่งดินแดนจะเป็นสนามเด็กเล่นของพวกไร้รากปราณหรืออย่างไร" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังระลอกคลื่นรอบกาย หลี่มู่เหยียนหาได้ใส่ใจไม่ ดวงตาคู่คมยังคงจับจ้องไปที่ยอดหอคอยสำนักกระบี่สวรรค์ที่เสียดฟ้าเบื้องบน ภาพอดีตกาลนับหมื่นปีก่อนผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา *สำนักกระบี่สวรรค์งั้นหรือ? ในอดีต บรรพบุรุษของพวกเจ้ายังต้องคุกเข่ารอฟังคำชี้แนะจากข้าใต้ต้นท้อเซียนด้วยซ้ำ บัดนี้กลับกลmายมาเป็นผู้ตั้งกฎเกณฑ์คัดกรองผู้คนเสียเอง... น่าขันสิ้นดีนะครับ* ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง บรรยากาศรอบด้านพล Lนเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง กลิ่นอายความหนาวเหน็บที่เสียดกระดูกทำให้ฝูงชนที่กำลังส่งเสียงดังเซ็งแซ่ต่างต้องหุบปากฉับอย่างฉับพลัน ม้าศึกทุกตัวในรัศมีร้อยวาต่างทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวต่อจิตสังหารที่ไร้รูปร่าง ม่านโปร่งสีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามแรงลม เกี้ยวหยกสีนิลลอยเด่นอยู่กลางนภาโดยปราศจากสัตว์อสูรลากจูง มีเพียงพลังปราณธาตุน้ำแข็งบริสุทธิ์ที่พยุงเกี้ยวเอาไว้ รอบกายเกี้ยวมีเหล่าศิษย์หญิงในชุดกระโปรงยาวสีขาวปักลายเหมันต์คอยอารักขาอย่างเข้มงวด เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างสูดปากด้วยความตื่นตะลึง พากันคุกเข่าลงโขกศีรษะคำนับด้วยความเคารพยำเกรง "นั่น... หรือว่าจะเป็น...!" "องค์หญิงแห่งสำนักเซียนอันดับหนึ่ง... เซียนจินหลิงเสด็จมาด้วยพระองค์เอง!" ภายในเกี้ยวหยกสีนิล เซียนจินหลิงหลับตาลงพักผ่อน ใบหน้างดงามล่มเมืองราศีเซียนประดับด้วยความเย็นชาสง่างามดุจรูปสลักน้ำแข็ง นางไม่เคยชายตามองผู้ใดในดินแดนนี้ด้วยซ้ำ ศักดิ์ศรีและพลังยุทธ์ขั้นกำเนิดวิญญาณของนางอยู่เหนือผู้คนนับล้าน ทว่า... ในขณะที่เกี้ยวลอยผ่านหน้าประตูเมืองและกำลังจะเคลื่อนผ่านร่างของหลี่มู่เหยียน ร่างระหงภายในเกี้ยวกลับสะท้านเฮือกอย่างรุนแรง หัวใจที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งนับร้อยปีพลันเต้นรำอย่างไร้ระเบียบ กลิ่นอายจางๆ ที่คุ้นเคยแต่วิญญาณโหยหามาเนิ่นนานลอยมาแตะนาสิก เซียนจินหลิงลืมตาโพรงขึ้น ม่านตาหดแคบลงเล็กน้อย นางสะบัดมือเรียวงามดึงม่านเกี้ยวออกทันที สายตาคู่คมกริบดุจกระบี่น้ำแข็งกวาดมองฝูงชนเบื้องล่างอย่างร้อนรน จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่บุรุษชุดดำผู้ยืนสงบนิ่งท่ามกลางผู้คนนับพัน ดวงตาของนางและเขาสบกันในความเงียบงัน ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากสีชาดของนาง ทว่าแววตาคู่นั้นกลับสั่นระริกด้วยคลื่นอารมณ์ที่รุนแรงเกินกว่าจะควบคุม ทะเลสาบน้ำแข็งที่สงบนิ่งมาตลอดกาล บัดนี้กำลังถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความคิดถึงและความโหยหาอันล้ำลึก *ท่านพี่...* นามนี้กรีดร้องอยู่ในใจของเซียนจินหลิง นางเกือบจะพุ่งทะยานออกจากเกี้ยวเพื่อโผเข้าหาร่างนั้นแล้ว หากไม่ใช่เพราะกฎเหล็กของสำนักและสายตาของผู้คนนับหมื่นที่จับจ้องอยู่ นางกำหมัดแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด พยายามสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าอย่างสุดกำลัง หลี่มู่เหยียนระบายยิ้มบางๆ ให้คราหนึ่ง เป็นรอยยิ้มที่มีเพียงนางเท่านั้นที่เข้าใจความหมาย เขายกมือขึ้นประสานคารวะตามธรรมเนียมยุทธ์ ทว่าแววตาทระนงคู่นั้นกลับสื่อความนัยอย่างชัดเจน *‘รอข้าก่อน... ข้าจะเหยียบย่ำบันไดสำนักกระบี่สวรรค์ขึ้นไปรับเจ้าด้วยมือของตนเอง’* เซียนจินหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา นางหลับตาลงช้าๆ ปิดกั้นอารมณ์ทั้งหมดไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชาดังเดิม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานราดรดลงบนจิตใจของทุกคน ประโยคเรียบง่ายแต่น่าเกรงขาม "การสอบคัดเลือกปีนี้... เพิ่มเงื่อนไขพิเศษอีกหนึ่งข้อ" เหล่าผู้อาวุโสผู้คุมการสอบที่ติดตามมาต่างพากันหน้าถอดสี รีบประสานมือรับคำทันที "โปรดบัญชามาเถิดองค์หญิง เงื่อนไขใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?" เซียนจินหลิงปรายตามองไปยังร่างของหลี่มู่เหยียนอีกครั้ง ปลายกระบี่น้ำแข็งในแหวนมิติของนางสั่นระริกราวกับโหยหาการนองเลือด นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีด "ผู้ใดที่สามารถทนรับกระบวนท่ากระบี่ของข้าได้โดยไม่ตาย... ผู้นั้น ไม่จำกัดว่าจะมีรากปราณหรือไม่... มีสิทธิ์ก้าวเข้าสู่เขตในของสำนักเซียนได้ทันที!" สิ้นเสียงประกาศนั้น ฝูงชนรอบด้านต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด การรับกระบวนท่าจากเซียนจินหลิง? นั่นมันไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าสู่ประตูปรโลกโดยสมัครใจ! ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมรวมลมปราณระดับสูงยังแทบเอาชีวิตไม่รอดหากต้องรับกระบี่จากนาง แล้วผู้ไร้รากปราณเล่า? มิใช่ว่าร่างจะแหลกสลายกลายเป็นจุลในกระบวนท่าเดียวหรอกหรือ! ทว่า ท่ามกลางเสียงหวาดผวาและความตื่นตระหนกนั้น หลี่มู่เหยียนกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความทระนงองอาจและท้าทายกฎสวรรค์ เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว เผชิญหน้ากับเกี้ยวหยกกลางนภาโดยไม่เกรงกลัวต่อแรงกดดันระดับกำเนิดวิญญาณแม้แต่น้อย มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปแตะด้ามกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาที่เหน็บอยู่ข้างเอว "ในเมื่อยอดหญิงแห่งสำนักเซียนมีใจเมตตาถึงเพียงนี้..." หลี่มู่เหยียนเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง ประกายแสงสีทองวาวโรจน์ขึ้นในดวงตาดำขลับคู่นั้น "มีหรือที่ข้า... หลี่มู่เหยียน จะกล้าปฏิเสธน้ำใจนี้?" ตึง! สิ้นคำพูดของเขา ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงที่เคยโปร่งใสพลันมืดครึ้มลงในพริบตา สายฟ้าสีทองคำพาดผ่านกลีบเมฆคำรามลั่นสนั่นหู แรงกดดันระดับมหาเทพที่ถูกผนึกไว้ในร่างถูกปลดปล่อยออกมาเพียงหนึ่งในพันส่วน ทว่ามันกลับเพียงพอที่จะทำให้มิติรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าว! เซียนจินหลิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงภายในเกี้ยว ม่านเกี้ยวถูกพลังปราณอันดุร้ายฉีกกระชากจนขาดวิ่น นางชักกระบี่น้ำแข็งคู่กายออกจากฝัก เสียงคมกระบี่เสียดสีกับอากาศดังกังวานก้องไปทั่วสารทิศ ประกาศกร้าวถึงจุดเริ่มต้นของการนองเลือดและการทวงคืนบัลลังก์เซียน ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่น้ำแข็งกำลังจะสะบัดเข้าหาเป้าหมาย เงาร่างสีดำสนิทอีกสายหนึ่งกลับพุ่งทะยานออกมาจากกลุ่มผู้เข้าสอบ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น "ช้าก่อน! การสอบยังไม่เริ่ม เหตุใดสวะเช่นเจ้าจึงรีบวิ่งไปหาความตายเร็วนักเล่า หลี่มู่เหยียน... วันนี้ศิษย์พี่ใหญ่แห่งตระกูลเก้อผู้นี้ จะขอใช้กระบี่ในมือตัดหัวเจ้าสังเวยประตูเมืองหลวงเสียก่อน!" ประตูนรกเปิดออกแล้ว ความแค้นนับร้อยปีและการรอคอยอันยาวนานกำลังจะถูกชำระสะง้างในดาบเดียว... ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ไปด้วยกันในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%