กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายค่ายกลตระกูลเก้อจนแทบหายใจไม่ออก
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของผู้อาวุโสเก้อเทียนยังคงก้องกังวานอยู่ท่ามกลางโถงรับรองอันโอ่อ่า ทว่าบัดนี้ มันกลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ประหนึ่งห่าฝนที่กำลังจะทลายฟ้า
"หลี่มู่เหยียน เจ้าเด็กไร้ค่าเช่นเจ้า กล้าดียังไงมาเหยียบเรือนรับรองตระกูลเก้อ คิดว่าการลอบเข้ามาในเขตหวงห้าม จะทำให้เจ้ามีสิทธิ์เรียกร้องความเป็นธรรมให้มารดาผู้ล่วงลับของเจ้าได้กระนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี!" เก้อเทียนสะบัดแขนเสื้อ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเหล่าศิษย์สายตรงดังระงม พวกมันมองร่างของชายหนุ่มด้วยสายตาราวกับกำลังมองสุนัขข้างถนนตัวหนึ่ง
ทว่า หลี่มู่เหยียนในยามนี้ หาใช่คุณชายตระกูลหลี่ผู้ตกอับคนเดิมไม่
ดวงตาคู่นั้นลุ่มลึกดุจมหาสมุทรเซียนที่หลับใหลมานับหมื่นปี ประกายแสงสีครามเรืองรองอยู่ในม่านตาคู่นั้นวูบหนึ่ง ราวกับคมกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝักเพื่อดื่มกินเลือดเนื้อ เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ จังหวะการก้าวเดินสม่ำเสมอ หนักแน่นราวกับขุนเขาที่กดทับลงบนจิตวิญญาณของทุกคนในห้องโถง ปราณกระบี่ที่แผ่ออกมาจากร่างของเขารุนแรงเสียจนเสาหยกสลักลายมังกรถึงกับเกิดรอยร้าวลึก
"เก้อเทียน..." เสียงของหลี่มู่เหยียนราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจจนทำให้ผู้ฟังรู้สึกราวกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ "สามปีก่อน บรรพบุรุษตระกูลเก้อของพวกเจ้าใช้เล่ห์กลแย่งชิงกระดูกเซียนบรรพกาลไปจากมารดาของข้า พร้อมกับขับไล่พวกเราออกสู่แดนทุรกันดาร วันนี้ ข้า... หลี่มู่เหยียน กลับมาแล้ว เพื่อทวงคืนทุกสิ่งด้วยดอกเบี้ยที่สาสม"
"สามหาว!" เก้อเทียนตบโต๊ะไม้จันทน์หอมจนแหลกละเอียดเป็นจุล ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ปราณแท้จริงระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นที่เจ็ดทะลักออกมาจากร่าง เกิดเป็นคลื่นพลังกดดันที่มุ่งหมายจะกดให้หลี่มู่เหยียนคุกเข่าลงกับพื้น "เด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้รู้ซึ้งถึงฟ้าที่กว้างใหญ่และแผ่นดินที่หนาเตอะเอง!"
วิ้ง!
ร่างของเก้อเทียนพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง ประกายแสงสีทองจากฝ่ามืออัคคีแผดเผาอากาศจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว มันซัดฝ่ามือตรงเข้าที่กลางหน้าอกของหลี่มู่เหยียนอย่างไร้ความปรานี นี่คือกระบวนท่า "เพลิงผลาญสวรรค์" ที่ใช้สังหารผู้ฝึกตนมานักต่อนัก
ทว่า หลี่มู่เหยียนไม่แม้แต่จะกะพริบตา
เขายกมือขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังปัดเป่าแมลงตัวหนึ่ง นิ้วชี้และนิ้วกลางประสานเข้าหากันเป็นกระบี่ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พวยพุ่งออกจากปลายนิ้ว ตัดผ่านอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าฟาด
ฉับ!
เสียงเนื้อถูกตัดขาดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เก้อเทียนที่พุ่งเข้ามาด้วยความมั่นใจถึงกับชะงักงัน ร่างของมันแข็งค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ก้มลงมองแขนขวาของตนเองที่บัดนี้... ได้หลุดร่วงลงสู่พื้น พร้อมกับโลหิตสีแดงฉานที่พวยพุ่งราวกับน้ำพุ
"อ๊ากกกกกกกก!"
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นโถงรับรอง เก้อเทียนทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพราวเต็มหน้าผาก มันมองหน้าหลี่มู่เหยียนด้วยความหวาดกลัว ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับมัจจุราชจากขุมนรก
"นี่... นี่มันวิชาอะไรกัน?" เก้อเทียนเค้นเสียงถามด้วยความสั่นเทา ปราณกระบี่เมื่อครู่ไม่ได้เพียงแค่ตัดแขนของมัน แต่มันกำลังกัดกินเส้นชีพจรและจุดตันtianของมันทีละน้อย ความเจ็บปวดนี้ลึกล้ำถึงจิตวิญญาณ
หลี่มู่เหยียนก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว รองเท้าผ้าปักลายเรียบๆ เหยียบลงบนพื้นหินอ่อนจนเกิดรอยร้าว เขาก้มมองผู้อาวุโสตระกูลเก้อผู้เคยเหยียดหยามตนด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
"นี่คือการเชือดไก่ให้ลิงดู" หลี่มู่เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ข้าเตือนพวกเจ้าแล้วว่า วันนี้ตระกูลเก้อจะต้องชดใช้"
เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่รอบด้านต่างหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เก้อเทียนผู้นี้คือเสาหลักคนหนึ่งของตระกูล กลับต้องพ่ายแพ้ภายในกระบวนท่าเดียวโดยที่ยังไม่ทันได้เห็นชักกระบี่ของหลี่มู่เหยียนด้วยซ้ำ!
ทันใดนั้น บรรยากาศภายในโถงรับรองก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน อุณห็ภูมิรอบกายลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนเกาะตามผนังห้อง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่ซ่านลงมาจากยอดตำหนัก ราวกับเทพเซียนทรงพิโรธ
เงาร่างหนึ่งในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ปักลายหงส์เหมันต์ ปรากฏขึ้นกลางห้องโถงอย่างเงียบเชียบ นางคือเซียนจินหลิง ธิดาแห่งสำนักเซียนอันดับหนึ่งผู้เลื่องชื่อ ใบหน้างดงามล่มเมืองนั้นเย็นชาดุจน้ำแข็งแกะสลัก ดวงตาคู่งามกวาดมองสถานการณ์เบื้องล่างแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ร่างของหลี่มู่เหยียน
"มู่เหยียน..." น้ำเสียงของนางไพเราะราวกับเสียงระฆังหยก แต่แฝงไปด้วยความกังวลลึกล้ำ "เจ้าทำเกินไปแล้ว รีบหยุดมือเสีย..."
หลี่มู่เหยียนหันไปมองสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจของตน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่มีเพียงนางเท่านั้นที่จะได้เห็น
ทว่า ก่อนที่หลี่มู่เหยียนจะได้เอ่ยสิ่งใดตอบ ประตูหินหนักหมื่นชั่งเบื้องหลังเซียนจินหลิงก็ระเบิดออกเป็นจุล พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั้งภูเขา...
"บังani! บังอาจมาสร้างความวุ่นวายในเขตตระกูลเก้อของข้า!"
ร่างของผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลเก้อผู้เก็บตัวฝึกตนมานานนับร้อยปีปรากฏกายขึ้น พร้อมกับกระบี่โบราณที่แผ่ไอสังหารสีดำสนิทพุ่งตรงเข้าเสียบทะลวงหลังคาโถงรับรองลงมาหมายปลิดชีพหลี่มู่เหยียนในดาบเดียว!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปพร้อมกับข้า... แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมื่นกระบี่คืนรัง
เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 5
ทวงคืนหนี้แค้นคราแรก
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!