เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 30

ความทระนงที่ไม่มีผู้ใดเทียบ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่เหล็กนิล กระทบลงบนพื้นศิลาขาวสะอาดเกิดเสียงดังกังวานก้องกู่ราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย ท่ามกลางลานประลองยุทธ์ของตระกูลเก้อที่บัดนี้กลายเป็นสุสานไร้หลุมศพ บรรยากาศรอบกายกลับเงียบสงัดราวกับห้วงอวกาศอันไร้ก้นบึ้ง ผู้อาวุโสแปดแห่งสำนักอธรรมโลหิตผู้เคยประกาศกร้าวว่าจะถลกหนังลอกกระดูกบุรุษหนุ่มตรงหน้า บัดนี้ร่างกลับไร้ศีรษะทรุดฮวบคุกเข่าลงเบื้องหน้าความว่างเปล่า เลือดพุ่งทะลักฉีดพ่นย้อมผืนแผ่นดินให้กลายเป็นสีชาดเข้มข้น หลี่มู่เหยียนยืนหยัดอย่างมั่นคง ปลายกระบี่ชี้ต่ำลงพื้น ไอสังหารสีขาวเงินแผ่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาจนเมฆหมอกสีเทาทมิฬม้วนตัวแปรปรวน แววตาของเขาเยียบเย็นราวน้ำแข็งพันปีแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งในใต้หล้าให้มอดไหม้เป็นจุล "เก้อเทียนฉี... เจ้ายังหลบอยู่หลังเงาของบรรพจารย์เฒ่าพวกนั้นอีกหรือ?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังก้องกังวาน สะท้อนสะเทือนไปทั่วหุบเขา ชายหนุ่มมิได้เร่งรีบ เขาเพียงกวาดสายตาคมกริบดุจใบมีดโกนไปยังระเบียงหินชั้นบนสุด ซึ่งเป็นที่ประทับของเหล่าผู้นำสำนักอธรรมสิบแปดสายผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุค บนระเบียงหินนั้น ความกดดันแผ่ซ่านจนแม้แต่อากาศยังคล้ายจะแข็งตัว ประมุขพรรคมารทมิฬ "เทียนกง" ขมวดคิ้วแน่นจนรอยย่นบนหน้าผากลึกดุจหุบเหว เขากำราวไม้เท้าหัวกะโหลกในมือจนข้อต่อกระดูกลั่นกรอบ แม้พวกมันจะเป็นเจ้าถิ่นและกุมกำลังนับหมื่นชีวิตไว้ในมือ ทว่ายามเมื่อเผชิญหน้ากับหลี่มู่เหยียนในยามนี้ กลับไม่มีผู้ใดกล้าก้าวออกไปเผชิญหน้าเป็นคนแรก ความทระนง... คือสิ่งที่พวกมันไม่เคยเข้าใจ เหตุใดเด็กหนุ่มอายุเพียงเท่านี้จึงสามารถกดดันยอดฝีมือระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณให้กลายเป็นเพียงมดปลวกได้? ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายหงส์เพลิงก้าวออกมาจากเงาเสาหิน เซียนจินหลิงนางก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันทางจิตวิญญาณไม่แพ้ผู้ใด ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติประดับด้วยความเย็นชาสง่างามดุจเทพเซียนผู้สูงส่ง แต่ในยามที่นางปะทะสายตากับหลี่มู่เหยียน แววตาคู่นั้นกลับทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง นางเดินเคียงข้างเขา หยุดยืนห่างเพียงครึ่งก้าว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสราดรดลงบนจิตใจของผู้คน "สำนักอธรรมทั้งปวง... ซ่อนตัวอยู่แต่ในความมืดมาเนิ่นนาน จนลืมไปแล้วกระมังว่าแผ่นดินนี้ยังมีกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินหลงเหลืออยู่" คำพูดของเซียนจินหลิงเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง เหล่าผู้นำสำนักอธรรมต่างลุกฮือขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว เสียงคำรามด้วยความโมโหดังระงมไปทั่วทิศทาง "นังปีศาจสำนักเซียน! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาหยามเกียรติพวกเรากลางถิ่นของตนเอง!" ประมุขพรรคมารทมิฬคำรามลั่น สะบัดข้อมือครั้งเดียว ปราณมารสีดำทมิฬนับพันสายพรั่งพรูออกมาจากฝ่ามือ แปรสภาพเป็นหอกโลหิตนับหมื่นเล่มพุ่งตรงเข้าใส่คนทั้งสองราวกับห่าฝน หลี่มู่เหยียนหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำมหิต "ดี... ดีมาก หากพวกเจ้าคิดว่าจำนวนคนจะชดเชยความไร้ค่าของพวกเจ้าได้ วันนี้ ข้า... หลี่มู่เหยียน จะใช้กระบี่ในมือนี้ ประกาศิตประกาศศึกต่อสำนักอธรรมทั้งแผ่นดิน!" สิ้นคำประกาศ ชายหนุ่มสะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกรัศมีร้อย丈 (ประมาณ 330 เมตร) พื้นศิลาใต้เท้าแตกระแหงเป็นใยแมงมุม คลื่นกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ตัดผ่านห่าฝนหอกโลหิตจนสลายกลายเป็นไอในพริบตาเดียว แรงปะทะรุนแรงจนเหล่าศิษย์สำนักอธรรมที่ยืนอยู่แนวหน้ากระเด็นลอยละลิ่วราวกับใบไม้แห้งกลางพายุ การกระทำนี้มิใช่เพียงแค่การตอบโต้ แต่มันคือการ "เหยียดย่ำ" ศักดิ์ศรีของสำนักอธรรมทั้งหมดที่มีมานับร้อยปีให้จมลงใต้ฝ่าเท้า! เซียนจินหลิงประสานมือร่ายรำเคล็ดวิชา อักขระเซียนสีทองนับพันลอยวนอยู่รอบกายของนาง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นค่ายกลกระบี่น้ำแข็งปิดกั้นเส้นทางถอยร่นของศัตรูทั้งหมด ปิดตายทุกหนทางหนีรอด นางหันมามองชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจด้วยรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง "มู่เหยียน... ข้างหลังท่าน ข้าดูแลให้" หลี่มู่เหยียนพยักหน้ารับน้อยๆ ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านหัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน ทว่าแววตาที่มองไปยังเบื้องหน้ากลับยิ่งทวีความอำมหิตและคมกริบขึ้นเป็นทวีคูณ เขากระชับด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้นอีกนิด ปราณกระบี่ทั่วร่างพวยพุ่งทะยานทะลุชั้นเมฆจนเกิดเสียงสายฟ้าฟาดคำรามลั่น (ธรณีพิโรธ) ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันพุ่งถึงขีดสุด เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันแปลกประหลาดก็ดังขึ้นมาจากมิติที่ว่างเปล่าเบื้องบน... *เปรี้ยง!* มิติเบื้องหน้าของหลี่มู่เหยียนฉีกขาดออกเป็นทางยาว ปรากฏเงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกมิติโดยไม่ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของมันช่างน่าสะพรึงกลัวจนกระบี่ในมือของหลี่มู่เหยียนถึงกับสั่นระรัวด้วยความหวาดกลัว... เป็นขอบเขตที่เหนือกว่าหลอมรวมวิญญาณขึ้นไปอีกขั้น! ชายชราผู้นั้นกวาดตามองซากศพเกลื่อนกลาด ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่หลี่มู่เหยียนด้วยแววตาดุจสัตว์ร้ายจ้องเหยื่อ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของเซียนจินหลิงสะดุดกึก "เด็กน้อย... เจ้าคิดว่าการฆ่าสุนัขไม่กี่ตัวจะทำให้เจ้าเป็นเจ้าแห่งยุทธภพแล้วหรือ? น่าเสียดายนักที่เป้าหมายของข้าในวันนี้... มิใช่การประกาศศึกของเจ้า แต่เป็นการนำดวงจิตกระบี่อมตะของบรรพบุรุษตระกูลหลี่กลับคืนสู่สำนัก!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลา คมกระบี่ และความทระนงอันไร้พ่ายไปด้วยกันในบทนี้นะครับ หมื่นกระบี่คืนรังครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%