กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายค่ายกลอัคคีโลกันต์ที่แผดเผาจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น
ณ ใจกลางคุกใต้พิภพของตระกูลเก้อ โซ่ตรวนมังกรทมิฬหนาเท่าลำแข้งรัดตรึงร่างระหงของเซียนจินหลิงเอาไว้จนแน่น อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตสีชาดจากร่องรอยการทรมานด้วยอัคคีทัณฑ์สวรรค์ ทว่าแววตาคู่คมดุจหยกน้ำแข็งของนางยังคงทระนงและเย่อหยิ่ง ไม่ยอมก้มหัวให้แก่ผู้อาวุโสตระกูลเก้อแม้แต่น้อย
"เซียนจินหลิง... เจ้าช่างดื้อรั้นนัก" ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเก้อแค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบ ยื่นมือเหี่ยวย่นออกไปหมายจะเชยคางนางขึ้นมา แต่กลับถูกสายตาดุจคมกระบี่ของนางสะบัดใส่จนต้องชักมือกลับด้วยความรู้สึกเย็นวาบสันหลัง "ต่อให้เจ้าเป็นถึงธิดาแห่งสำนักเซียนอันดับหนึ่งแล้วอย่างไร? ในเมื่อหลี่มู่เหยียนผู้นั้นมันหายสาบสูญไปแล้ว ใครเล่าจะกล้าอาจหาญมาช่วยเจ้าจากคุกทมิฬนี้!"
เซียนจินหลิงเม้มริมฝีปากที่แห้งผาก รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่ามอง นางส่งเสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอที่แห้งผาก "พวกเจ้า... ประเมินหลี่มู่เหยียนต่ำไปแล้ว... เขากำลังมา และเมื่อเขามาถึง วันนี้จะคือวันดับสูญของตระกูลเก้อพวกเจ้า"
"ปากกล้าดีนัก! งั้นก็ลองรับทัณฑ์อัคคีอีกสักระลอกดูซิว่า เจ้าจะยังปากดีเช่นนี้ได้อีกหรือไม่!" ผู้อาวุโสใหญ่คำรามลั่น สะบัดแขนเสื้อเรียกเปลวเพลิงสีชาดพุ่งเข้าหาเรือนร่างของนางทันที!
*ตูม!*
ทว่า เปลวเพลิงนั้นยังไม่ทันสัมผัสผิวกายของเซียนจินหลิง ค่ายกลอัคคีโลกันต์ทั่วทั้งคุกใต้พิภพกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับแผ่นดินไหว แรงกดดันมหาศาลระดับมหาเทพกดทับลงมาจากเบื้องบนจนเหล่าผู้ฝึกตนตระกูลเก้อถึงกับกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน!
*เปรี้ยง!*
ผนังศิลาแกร่งหนาหมื่นชั่งระเบิดออกเป็นจุล เศษหินและฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วทิศทาง ท่ามกลางม่านหมอกควันสีเทานั้น ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทสะบัดพลิ้วไหวตามแรงลมปราณ กลิ่นอายกระบี่อันคมกริบเสียดแทงฟ้าดินแผ่ซ่านออกมาราวกับพญามารผู้จุติจากขุมนรก
ดวงตาของหลี่มู่เหยียนเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี สรรพสิ่งรอบกายหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง
"บัง1อาจนัก..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจจนจิตวิญญาณของผู้ฟังแทบแตกสลายดังขึ้น หลี่มู่เหยียนกวาดสายตามองสภาพของเซียนจินหลิงที่ถูกพันธนาการไว้ แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับฉายประกายจิตสังหารรุนแรงที่สั่นสะเทือนไปถึงรากเหง้าแห่งวิญญาณ
"หลี่... มู่เหยียน..." เซียนจินหลิงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจที่ด้านชา ทว่านางกลับรีบส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง "เจ้า... ไม่ควรมาที่นี่... นี่คือหลุมพราง..."
"ต่อให้เป็นหลุมพรางที่สวรรค์สร้าง ข้าก็จะผ่ามันให้ขาดเป็นสองท่อน" หลี่มู่เหยียนเอמהตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงดุจขุนเขาไท่ซาน เขาย่างก้าวเข้าไปหาโซ่ตรวนมังกรทมิฬทีละก้าวอย่างไม่รีบร้อน ทุกย่างก้าวที่เท้ากระทบพื้น คลื่นกระบี่ไร้ลักษณ์นับพันสายก็กรีดร้องก้องกังวานในอากาศ
"บังอาจ! เจ้าเด็กเหลือขอ หลี่มู่เหยียน นึกว่าเจ้าเป็นใครกัน ถึงกล้าบุกรุกคุกใต้พิภพตระกูลเก้อ!" ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเก้อแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ประสานอินทร์เรียกกระบี่บินระดับนับร้อยเล่มพุ่งเข้าใส่หลี่มู่เหยียนในคราเดียว
หลี่มู่เหยียนแม้แต่ชายตาก็ไม่แล เขายกมือขึ้นเพียงข้างเดียว นิ้วเรียวยาวสะบัดออกเบาๆ ดุจปัดฝุ่นละออง
*ฉวะ!*
กระบี่บินนับร้อยเล่มแหลกสลายกลายเป็นผุยผงในอากาศทันทีโดยที่ยังไม่ทันเข้าใกล้ตัวเขาด้วยซ้ำ แรงสะท้อนย้อนกลับรุนแรงจนเหล่าผู้อาวุโสตระกูลเก้อต่างพากันกระอักเลือดสาดกระเซ็น ล้มระเนระนาดไปคนละทิศละทางด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด!
"เป็นไป1ได้อย่างไร! ขอบเขตพลังของเจ้า... มันคืออะไรกันแน่!" ผู้อาวุโสใหญ่เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เมื่อสัมผัสได้ว่าพลังปราณของหลี่มู่เหยียนในยามนี้ vượtพ้นขอบเขตที่มนุษย์จะจินตนาการได้ไปไกลลิบ
หลี่มู่เหยียนไม่สนใจเสียงเห่าหอนของสุนัขจนตรอก เขาเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าโซ่ตรวนมังกรทมิฬ แววตาคู่นั้นทอดมองเซียนจินหลิงด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย
"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ... ว่าไม่มีใครบนโลกใบนี้ ที่จะทำร้ายเจ้าได้"
เขายื่นมือเปล่าออกไปคว้าจับโซ่ตรวนทมิฬที่แม้แต่เซียนขั้นสูงยังต้องจนปัญญา จากนั้น... พลังปราณสีทองอร่ามดุจสุริยันก็ระเบิดออกจากฝ่ามือของเขา!
*เปรี้ยง! โครม!*
โซ่ตรวนมังกรทมิฬที่สืบทอดมานับพันปีแหลกสลายเป็นเศษเหล็กในพริบตา ร่างระหงของเซียนจินหลิงร่วงหล่นลงมาจากพันธนาการ ทว่าหลี่มู่เหยียนได้ก้าวเข้าไปรับร่างของนางไว้ในอ้อมแขนอย่างนุ่มนวล กลิ่นอายหอมจางๆ จากกายของหญิงสาวผสมผสานกับกลิ่นโลหิตจางๆ ทำให้หัวใจของอดีตมหาเทพกระตุกวูบ
เซียนจินหลิงซบหน้าลงกับอกเสื้อของเขา หลับตาลงอย่างอ่อนล้าแต่เปี่ยมด้วยความอุ่นใจ "ข้า... รู้ว่าเจ้าต้องมา..."
หลี่มู่เหยียนโอบกอดนางไว้แนบกาย ปลายตากลับหันไปมองผู้อาวุโสใหญ่ที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายหนีตายด้วยจิตสังหารที่เย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจ
"วันนี้... จะไม่มีใครในตระกูลเก้อได้เดินออกไปจากที่นี่แม้แต่คนเดียว"
เขากำลังจะชักกระบี่บินออกจากฝักเพื่อชำระล้างตระกูลเก้อให้สิ้นซาก ทว่า... ทันใดนั้นเอง ท้องน้ายามราตรีเบื้องบนคุกใต้พิภพกลับมืดครึ้มลงในพริบตา สายฟ้าสีดำทมิฬขนาดมหึมาฟาดผ่าลงมาทะลุกำแพงศิลาตรงหน้าพวกเขา เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธดังขึ้น พร้อมกับร่างเงาลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง ที่ก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน...
"หลี่มู่เหยียน... เจ้าคิดจะล้างบางตระกูลเก้อ โดยไม่ถามความเห็นของ 'สำนักราชันย์สวรรค์' เช่นข้าก่อน อย่างนั้นหรือ?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ไปด้วยกันในบทนี้นะครับ หมื่นกระบี่คืนรังครับ
เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 29
จินหลิงเข้าตาจน
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!