กลิ่นอายความตายมิได้คละคลุ้งด้วยคาวโลหิต แต่มันอบอวลด้วยความเย็นเยียบของกาลเวลาที่ถูกแช่แข็ง ณ เบื้องหน้าของหลี่มู่เหยียนและเซียนจินหลิง คือมหาวิหารโบราณที่ฝังตัวอยู่ใต้ผืนพิภพอันลึกล้ำ อักขระปราณโบราณนับหมื่นตัวสลักอยู่บนผนังศิลาสีนิล ส่งเสียงคำรามก้องกังวานในโสตประสาท ราวกับลมหายใจของมังกรที่หลับไหลมานับโกฏิปี
"ระวังตัวด้วย จินหลิง" หลี่มู่เหยียนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบดุจคมกระบี่กวาดมองไปเบื้องหน้า มือขวากุมด้ามกระบี่วิญญาณไว้มั่น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกจากร่างจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น
เซียนจินหลิงพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงเรืองรองจากผลึกศิลา นางมิได้กล่าวคำใดให้มากความ ทว่ากระบี่น้ำแข็งในมือกลับเปล่งประกายไอมรณะสีคราม ทรวงอกกระเพื่อมไหวเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ ความเย็นยะเยือกของนางผสานเข้ากับกลิ่นอายสังหารของเขาได้อย่างลงตัว ราวกับคู่เซียนผู้ก้าวข้ามวัฏสงสารมาด้วยกันทุกภพทุกชาติ
*โฮกกกกกก—!*
เสียงคำรามสะท้านฟ้าดินดังขึ้นจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน ฝุ่นผงศิลาโปรยปรายลงมาดั่งหิมะ ม่านหมอกหนาทึบเบื้องหน้าค่อยๆ แตกสลาย ปรากฏร่างมหึมาของ "อสูรพฤกษาโลหิตเก้าเศียร" สัตว์อสูรบรรพกาลที่ทำหน้าที่เฝ้าสมบัติล้ำค่าแห่งแดนลับ
ดวงตาทั้งสิบแปดดวงของมันจับจ้องมายังผู้บุกรุกทั้งสองด้วยความกระหายเลือด ลำตัวของมันปกคลุมด้วยเกล็ดศิลาสีเขียวเข้มและเถาวัลย์มีหนามแหลมคมที่อาบพิษร้ายแรง อ้าปากพ่นไอหมอกกรดสีม่วงที่สามารถหลอมละลายได้แม้กระทั่งวิญญาณออกมาอย่างต่อเนื่อง
"อสูรระดับบรรพกาลขั้นสมบูรณ์... ดูท่าทางมันจะไม่ยอมให้พวกเราผ่านไปง่ายๆ สินะครับ" หลี่มู่เหยียนกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ความฮึกเหิมพลุ่งพล่านขึ้นในอก สายเลือดแห่งมหาเทพในร่างเดือดพล่าน
"มันปกป้อง ‘ผลึกปฐพีพันปี’ ที่ท่านต้องการอยู่ ข้าจะช่วยเปิดทางให้" เซียนจินหลิงกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาคู่งามเปล่งประกายเด็ดเดี่ยว นางสะบัดข้อมือเบื้องหน้า กระบี่น้ำแข็งในมือกรีดกรายกลางอากาศ วาดเป็นค่ายกลบุปผาน้ำแข็งหมื่นบุปผาเข้าตรึงร่างของอสูรยักษ์ทันที
*เคร้ง! ครืนนน!*
หนามแหลมพฤกษาพุ่งเข้าปะทะกับม่านพลังน้ำแข็งจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ อสูรพฤกษาโลหิตเก้าเศียรสะบัดหัวทั้งเก้าฟาดเข้าใส่ทั้งสองพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง แรงกระแทกมหาศาลทำให้พื้นศิลาแตกละเอียดเป็นจุล ทว่าหลี่มู่เหยียนหาได้หลบเลี่ยงไม่ ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบนราวกับสายฟ้าแลบ
"วิชากระบี่สวรรค์สะท้านภพ... กระบวนท่าที่หนึ่ง: ตัดสินชะตา!"
คมกระบี่ในมือเปล่งแสงเจิดจ้าจนสว่างวาบทั่วทั้งคูหา ปราณกระบี่ทรงพลังพุ่งแหวกอากาศออกไปดุจดาวตกที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า พุ่งตรงเข้าผ่าเศียรหลักของอสูรพฤกษาโลหิตอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี
*ฉับ!*
เสียงเนื้อและเกล็ดศิลาขาดออกจากกันดังสนั่นหวั่นไหว โลหิตสีดำสนิทพุ่งทะลักออกมาดั่งห้วงธารา ย้อมพื้นศิลาให้กลายเป็นสีนิลกาฬ อสูรยักษ์ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด มันสะบัดกรงเล็บอันทรงพลังตะปบเข้าใส่หลี่มู่เหยียนที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
"ระวัง!" เซียนจินหลิงอุทานเบาๆ ร่างบางพุ่งเข้าไปขวางหน้า สะบัดกระบี่น้ำแข็งสร้างกำแพงศิลาความเย็นสัมบูรณ์รับการโจมตีนั้นแทน แรงปะทะทำให้ร่างของนางกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว มุมปากมีคราบโลหิตสีแดงฉานไหลซึมออกมาเล็กน้อย ทว่าแววตาของนางยังคงแน่วแน่ไม่หวั่นไหว
หลี่มู่เหยียนเห็นดังนั้น โทสะพลุ่งพล่านขึ้นในใจ นัยน์ตาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามโดยสมบูรณ์ ปราณเทพเจ้าที่หลับใหลถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มกำลัง รัศมีกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งแดนลับ ราวกับราชันย์ผู้กลับมาทวงบัลลังก์
"บังAอาจนักที่กล้าแตะต้องนาง!"
น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นยิ่งกว่าขั้วโลกเหนือ กระบี่ในมือส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความดีใจที่ได้ดื่มกินโลหิต หลี่มู่เหยียนประสานมือวาดอักขระโบราณกลางอากาศ ร่างกายกลายร่างเป็นเงากระบี่นับพันสาย พุ่งทะลวงร่างของอสูรพฤกษาโลหิตเก้าเศียรจากภายในสู่ภายนอกในพริบตาเดียว!
*ตู้มมมมม—!*
ร่างมหึมาของอสูรพฤกษาโลหิตระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษซากกระจายไปทั่วสารทิศ ความเงียบสงบกลับคืนสู่มหาวิหารอีกครั้ง เหลือเพียงไอพลังงานบริสุทธิ์ที่ลอยวนเวียนอยู่เหนือแท่นบูชาเบื้องหน้า
หลี่มู่เหยียนเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยท่าทีสงบ รีบพุ่งเข้าไปประคองร่างของเซียนจินหลิงเอาไว้ในอ้อมแขนสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบจากกายของนาง "เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?" น้ำเสียงที่เคยเย็นชา บัดนี้กลับเจือด้วยความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง
เซียนจินหลิงซบหน้าลงกับอกแกร่งของเขา เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะส่ายหน้าเบื้องเบา "ข้าไม่เป็นไร... แค่ปราณในร่างปั่นป่วนเล็กน้อยเท่านั้น"
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังผ่อนคลายความตึงเครียดลง ทันใดนั้นเอง ผลึกปฐพีพันปีที่ตั้งอยู่บนแท่นบูชาเบื้องหน้าก็เกิดการเปลี่ยนแปลง มันเปล่งแสงสีทองเจิดจ้าออกมาราวกับดวงอาทิตย์ยามเที่ยง พร้อมกันนั้น รอยแยกมิติสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังแท่นบูชา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องกังวานออกมาจากความว่างเปล่า
*“ฮ่าๆๆๆ... ขอบใจพวกเจ้ามากที่ช่วยกำจัดเจ้าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้ให้ สมบัติชิ้นนี้... ข้าขอรับไปล่ะนะ!”*
สิ้นเสียงนั้น เงามืดสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกมิติ คว้าผลึกปฐพีพันปีไปต่อหน้าต่อตา ก่อนที่เงาลึกลับนั้นจะหันกลับมาเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หลี่มู่เหยียนต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนแค้นเคือง—บุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อหลายปชาติก่อน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ไปด้วยกันในบทนี้นะครับ
เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 17
การผจญภัยในแดนลับ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!