กลิ่นอายอับชื้นของกาลเวลาและคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งอยู่เบื้องหน้า หินผาศิลาโบราณสลักอักขระผนึกมารลึกล้ำ กำลังสั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากปากถ้ำลึกลับ
"ถ้ำลับบรรพกาลแห่งนี้... มิใช่สถานที่ที่คนเบื้องนอกจะก้าวล่วงเข้ามาได้ตามอำเภอใจ"
เสียงทุ้มต่ำของหลี่มู่เหยียนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่กวาดมองไปรอบกายด้วยความระแวดระวัง ในร่างของชายหนุ่มผู้เคยถูกเหยียดหยาม บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยจิตวิญญาณมหาเทพผู้ไร้พ่าย ออร่าปราณสีครามเข้มแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาจนมวลอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว
ข้างกายเขาคือเซียนจินหลิง ธิดาแห่งสำนักเซียนอันดับหนึ่ง ร่างระหงของนางห่อหุ้มด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดน้ำแข็ง ทว่าไอร้อนระอุจากถ้ำเบื้องหน้ากลับทำให้เหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผมอันงดงาม นางเหลือบมองบุรุษผู้ยืนเคียงข้าง แววตาที่เคยเยชาสง่างามดุจน้ำแข็งเกาะกุมมาเนิ่นนาน บัดนี้กลับฉายแววซับซ้อนยากหยั่งถึง
"ท่านกำลังหวาดกลัวหรือไร? หลี่มู่เหยียน" เซียนจินหลิงเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความท้าทายเล็กน้อยตามประสาหญิงสาวผู้ทระนงในศักดิ์ศรี
หลี่มู่เหยียนแย้มยิ้มบางเบา มุมปากหยักลึกปรากฏร่องรอยเย้ยหยันฟ้าดิน "กลัว? ในพจนานุกรมของมู่เหยียนผู้นี้ คำว่าหวาดกลัวมิเคยมีอยู่... สิ่งที่เรากำลังคิด มีเพียงว่า ภายในถ้ำแห่งนี้ จะมีผู้ใดหลงเหลือสมบัติล้ำค่าพอที่จะให้ข้าชักกระบี่ออกมาสักคราหรือไม่ต่างหาก"
สิ้นคำพูดของเขา ลมปราณรอบตัวก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง ผลักดันม่านพลังอักขระโบราณที่ปิดกั้นปากถ้ำให้สั่นสะเทือนอย่างหนักหน่วง เสียงคำรามก้องดังกังวานคล้ายเสียงคำรามของมังกรหลับไหลมานับหมื่นปี ศิลาหนาเตอะค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นผุยผง เผยให้เห็นทางเดินมืดมิดที่ทอดยาวสู่เบื้องล่าง ราวกับปากของอสูรกายร้ายที่รอคอยเหยื่อผู้โชคร้าย
"ระวังตัวด้วย" เซียนจินหลิงกล่าวสั้นๆ แต่น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่นางมิอาจซ่อนเร้น นางกระชับกระบี่วิหคเพลิงในมือแน่น ไอร้อนระอุผสมผสานกับความเย็นเยือกของพลังปราณน้ำแข็งหลอมรวมเป็นวงแหวนคุ้ม
ทั้งสองก้าวเท้าเข้าสู่ความมืดมิดของถ้ำลับบรรพกาลพร้อมกัน บรรยากาศภายในวังเวงและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ผนังถ้ำสองข้างทางประดับด้วยไข่มุกราตรีที่ส่องแสงเรืองรองสีฟ้าสลัว เผยให้เห็นร่องรอยการต่อสู้ด้วยกระบี่อันดุเดือดในอดีต รอยแผลเป็นบนผนังหินเหล่านี้ล้วนทิ้งร่องรอยวิชาเซียนขั้นสูงที่สูญหายไปจากยุทธภพมาเนิ่นนาน
"ร่องรอยปราณเหล่านี้..." หลี่มู่เหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงกระบวนท่าที่คุ้นเคยอย่างประหลาด "ดูเหมือนว่าบรรพบุรุษของตระกูลเก้อ จะเคยมาเยือนที่นี่เมื่อหลายร้อยปีก่อน เพื่อแย่งชิงบางสิ่งไป"
"ท่านหมายความว่า... สมบัติที่สืบทอดกันมาของตระกูลเก้อ แท้จริงแล้วมาจากสถานที่แห่งนี้?" เซียนจินหลิงขมวดคิ้วเรียวงามเข้าหากันอย่างใช้ความคิด
"หึ ตระกูลเก้อหรือ? พวกมันเป็นเพียงแค่สุนัขที่เก็บเศษกระดูกจากโต๊ะอาหารของเซียนยุคโบราณเท่านั้น" หลี่มู่เหยียนแค่นหัวเราะอย่างเย้ยหยัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหยียดหยามที่สะสมมาจากความแค้นในอดีตชาติ "สมบัติที่แท้จริงในถ้ำแห่งนี้ คือคัมภีร์บรรพกาลที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินต่างหาก"
ยิ่งเดินลึกเข้าไป อุณหภูมิภายในถ้ำยิ่งลดฮวบลงจนกลายเป็นความหนาวยะเยือกถึงขั้วกระดูก พื้นดินเริ่มปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีดำสนิท ส่งกลิ่นอายชั่วร้ายที่ชวนให้จิตใจสั่นคลอน ทว่า หลี่มู่เหยียนและเซียนจินหลิงต่างเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูง จิตใจย่อมมั่นคงดุจภูผา ไอร้ายเหล่านี้จึงมิอาจทำอันตรายใดๆ แก่พวกเขาได้
ทว่า ทันใดนั้นเอง... ฝีเท้าของหลี่มู่เหยียนก็หยุดชะงักกะทันหัน
เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณหยุด บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงในพริบตา มีเพียงเสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินที่ดังสะท้อนก้องกังวาน
"มีบางอย่างผิดปกติ..." หลี่มู่เหยียนกระซิบเสียงแผ่ว ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังความมืดเบื้องหน้า
"ท่านสัมผัสอะไรได้?" เซียนจินหลิงขยับกายเข้าไปใกล้เขาโดยสัญชาตญาณ ไอร้อนจากกระบี่ในมือแผ่ซ่านเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม
"ความเงียบ..." หลี่มู่เหยียนตอบสั้นๆ "เงียบเกินไป สัตว์อสูรเฝ้าถ้ำหรือค่ายกลกลไกใดๆ ควรจะตื่นตัวตั้งแต่ที่เราทำลายผนึกด้านนอกแล้ว แต่นี่... กลับไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจ"
ทันทีที่เขากล่าวจบ พื้นศิลาเบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว รอยแยกขนาดใหญ่ปริแตกออกตรงกลางทางเดิน พร้อมกับไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจำลองภายในถ้ำ กลิ่นอายความตายที่เข้มข้นจนแทบอาเจียนแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
จากรอยแยกนั้น เงาร่างมหึมาของสัตว์อสูรโบราณที่มีดวงตาสีแดงฉานดุจโลหิต ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจ้องมองคนทั้งสองด้วยความกระหายเลือด มันคือ "ราชันอสูรโลหิตหิมะ" อสูรบรรพกาลที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่ยุคสงครามเซียนมาร!
เซียนจินหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก
ทว่า ในวินาทีที่ราชันอสูรโลหิตหิมะอ้าปากคำรามเตรียมพ่นเพลิงโลหิตใส่พวกเขา ผนังหินด้านหลังของพวกเขากลับระเบิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก
"ฮ่าๆๆ หลี่มู่เหยียน... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า ข้าจะปล่อยให้เจ้าเข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในถ้ำแห่งนี้ได้โดยง่าย?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ไปด้วยกันในบทนี้นะครับ
เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ•ตอนที่ 16
พันธะลับระหว่างเซียน
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่ง ข้ามภพมาสยบตระกูลเก้อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!