ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา•ตอนที่ 5

คำเตือนจากอดีต

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
กลิ่นอายของสีน้ำมันและสนิมเหล็กยังคงคละคลุ้งอยู่ในสตูดิโอส่วนตัว แต่สิ่งที่ทิ่มแทงหัวใจของอคินในวินาทีนี้ หาใช่กลิ่นอายของศิลปะที่เขาเคยหลงใหลไม่ หากแต่เป็นเงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ ที่สะท้อนภาพชายผู้เย่อหยิ่ง กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าความจริงอันแหลกสลาย ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองโลกด้วยความเหยียดหยาม บัดนี้แดงก่ำ ขอบตาร้อนผ่าวราวกับถูกกรีดด้วยคมมีด ภาพถ่ายใบเก่าที่ร่วงหล่นลงแทบเท้าของเขา... มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกย้ำว่า เขานั่นเองที่เป็นผู้ทำลายสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตนเอง รินรดาไม่ได้อยู่ตรงนั้นในยามที่เขาตระหนักรู้ เธอยืนอยู่ห่างออกไป หลังบานประตูไม้เนื้อหนาที่ปิดตาย ทว่าเงาร่างอันสง่างามของเธอยังคงทาบทับเข้ามาในความรู้สึกของเขาอย่างเด่นชัด หวนนึกถึงอดีต... วันวานที่เธอยังเป็นเพียงภรรยาเงา ไร้ตัวตนในสายตาของประติมากรผู้โด่งดัง อคินจำได้แม่นยำถึงคำพูดเชือดเฉือนที่เขาเคยพ่นใส่เธออย่างไม่ใยดี ในวันที่เธอถือจานสีเข้ามาด้วยความหวังอันริบหรี่เพื่อหวังจะได้รับรอยยิ้มจากสามี *"อย่าเอาผลงานน่าสมเพชพวกนี้มาให้ฉันดูอีกเลย รินรดา เธอเป็นได้แค่เงาในบ้านหลังนี้ และไม่มีวันเป็นศิลปินที่แท้จริงหรอ..."* คำพูดในอดีตเหล่านั้นย้อนกลับมาทุบตีร่างของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า รินรดาในวันนั้นยอมจำนน ก้มหน้ากลืนก้อนสะอื้นลงคอ หยดน้ำตาของเธอร่วงหล่นลงบนพื้นปาร์เกต์เย็นเยียบ ไร้ซึ่งการปกป้อง ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจจากผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจ อคินจำได้แม้กระทั่งเสียงสั่นเครือของเธอในคืนที่เธอพยายามอ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความรักจากเขา *"คุณเคยรักรินบ้างไหมคะ... แม้แต่นิดเดียวก็ยังไม่มีเลยหรือคะ อคิน"* คำถามนั้นในอดีตเคยถูกตอบกลับด้วยความเงียบงันอันแสนเย็นชา และสายตาที่มองเธอราวกับเธอเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า แต่วันนี้... ในวินาทีที่ความจริงโถมซัดเข้าใส่ อคินกลับอยากย้อนเวลากลับไปเพื่อกราบกรานขอร้องให้เธอกลับมา แม้จะต้องแลกด้วยชื่อเสียง เกียรติยศ หรือแม้กระทั่งลมหายใจของตนเองก็ตามที มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหยิบภาพถ่ายใบนั้นขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของรินรดาในภาพช่างบาดลึกหัวใจ เธอในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอีกต่อไปแล้ว เธองดงาม เด็ดเดี่ยว และล้ำค่าเกินกว่าที่ชายโง่เขลาอย่างเขาจะเอื้อมถึง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านนอก ประตูสตูดิโอถูกผลักเปิดออกช้าๆ รินรดาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างาม ชุดเดรสยาวสีดำสนิทขับเน้นรูปร่างระหงและผิวเนียนละเอียดให้โดดเด่นยิ่งขึ้น แววตาของเธอที่มองตรงมายังอคินเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและทรงพลัง ทว่าแฝงไว้ด้วยความสะใจลึกๆ ที่ได้เห็นประติมากรผู้เย่อหยิ่งต้องพังทลายลงด้วยน้ำมือของตัวเอง "มองอะไรหรือคะ คุณอคิน... หรือเพิ่งค้นพบว่า 'เงา' ที่คุณเคยเหยียบย่ำ แท้จริงแล้วคือเพชรเม็ดงามที่คุณไม่มีวันเอื้อมถึงอีกแล้ว" น้ำเสียงหวานใสแต่บาดลึกเอ่ยขึ้น รินรดายืนกอดอก มองอดีตสามีที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ อคินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับความสั่นเทาของร่างกาย เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ พยายามรักษาฟอร์มของศิลปินผู้หยิ่งทะนง แต่แววตาที่มองเธอกลับเว้าวอนอย่างน่าสมเพช "ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน "ผม... ผมเพิ่งรู้ตัว" "สายไปแล้วค่ะ" รินรดาตัดบททันควัน รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย "ความรู้สึกของฉัน ความรักทั้งหมดที่เคยมีให้คุณ... คุณเป็นคนเผามันทิ้งด้วยมือของคุณเอง จำไม่ได้หรือคะ?" เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาเรื่อยๆ กลิ่นกายหอมหวานเย้ายวนที่คุ้นเคยโชยปะทะนาวิกโยธินของเขา กระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เคยถูกกดทับไว้ อคินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้การควบคุม ฝ่ามือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าเอวบางเข้าหาตัวตามความคุ้นชินในอดีต ทว่า รินรดากลับไวกว่า เธอปัดมือเขาออกอย่างไม่ใยดี ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "อย่าแตะต้องฉัน" เธอเอ่ยเสียงต่ำ ชวนให้ขนลุกซู่ "ถ้าอยากได้ความสนใจจากฉันนัก... คุณต้องพิสูจน์ให้เห็นสิคะ ว่าคุณเจ็บปวดทรมานแค่ไหนยามที่ต้องก้มลงแทบเท้าฉัน" บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยวและเพลิงแค้นที่แผดเผา อคินรวบตัวเธอเข้าหาแนบแน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ระงับไม่อยู่ ริมฝีปากร้อนผ่าวพุ่งเข้าประทับจูบลงบนกลีบปากนุ่มทันทีอย่างเอาแต่ใจ รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ เธอยอมปล่อยให้เขาลุกล้ำ ดื่มด่ำรสจูบอันเร่าร้อนและดิบเถื่อนที่เต็มไปด้วยความโหยหาและสำนึกผิด มือเรียวเล็กเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง บดเบียดริมฝีปากตอบรับความวาบหวามนี้อย่างไม่ยอมแพ้ สัมผัสแนบชิดของเรือนร่างทั้งสองหลอมรวมกันท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะ อคินกดจูบซับไปทั่วลำคอระหงและลาดไหล่เนียนอย่างหลงใหลราวกับคนขาดสติ รินรดากรีดเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านและแรงแค้นที่อัดแน่นในอก เคมีอันร้อนแรงระหว่างทั้งคู่สั่นสะเทือนทุกอณูความรู้สึก ยิ่งเขาโหยหาเธอมากเท่าไหร่ เธอกลับยิ่งผลักไสเขาให้จมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความทรมานมากเท่านั้น ทว่า ในขณะที่อารมณ์รักและแรงปรารถนากำลังพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างเล็กของเด็กชายวัยราวสี่ขวบที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในสตูดิโอโดยไม่รอให้ใครอนุญาต "คุณแม่ครับ... คุณป้าบอกว่าถึงเวลาทานมื้อค่ำแล้วครับ" อคินชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ลมหายใจติดขัดในลำคอทันทีที่สายตาคมกริบก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้น และโครงหน้ายามที่เด็กน้อยเอียงคอยิ้ม ช่างถอดแบบมาจากตัวเขาเองในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าเดือดและสะใจยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%