ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา•ตอนที่ 4

ระยะห่างที่ยากจะก้าวผ่าน

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
กลิ่นอายของสีน้ำมันและสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ ยามที่ปลายนิ้วเรียวยาวของรินรดาจรดพู่กันลงบนผืนผ้าใบ สีแดงชาดถูกป้ายลงไปอย่างไร้ความลังเล ราวกับต้องการระบายความรู้สึกระอุที่ยังคงค้างคาอยู่ในอก หัวใจของอคินที่เกือบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อได้สบตาเธอก่อนหน้านี้ ยังคงเต้นกระหน่ำอยู่ในอกเสื้อสูทราคาแพงระยับ แต่นั่นไม่ใช่ความอ่อนโยน... มันคือความตื่นตระหนกของนักล่าที่พบว่า เหยื่อที่เคยขยี้จนแหลقคาเท้า บัดนี้ได้กลายเป็นภาพวาดอันสูงส่งที่ไม่มีวันเอื้อมถึงอีกต่อไปแล้ว "คุณไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามาในพื้นที่ของฉัน อคิน" เสียงหวานทุศก์เอ่ยขึ้นอย่างไม่แยแส โดยที่ดวงตากลมโตยังคงจดจ้องอยู่กับผลงานศิลปะตรงหน้า เธอไม่ได้หันกลับไปมองชายหนุ่มผู้ยืนค้ำฟ้าในวงการประติมากรแม้แต่น้อย ราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นละอองที่ปลิวผ่านหน้าต่างสตูดิโอ อคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างชัดเจน ความเย่อหยิ่งที่ฝังรากลึกมานานหลายปีสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขาเป็นถึงอคิน ประติมากรผู้สร้างสรรค์ผลงานที่คนทั่วโลกต่างแย่งชิง แต่วันนี้ เขากลับถูกผู้หญิงคนเดียวที่เขาเคยทอดทิ้ง ปฏิบัติราวกับอากาศธาตุ "ริน... เราจำเป็นต้องคุยกัน" เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย เจือความกดดันที่พยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม "คุยเรื่องอะไรคะ? เรื่องความล้มเหลวในอดีต หรือเรื่องที่คุณคิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งศักดิ์ศรีของฉัน" รินรดาวางพู่กันลงอย่างช้าๆ เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสง่างามคู่นั้นเย็นชาจนน่าใจหาย ไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอที่เขาคุ้นเคยในอดีตหลงเหลืออยู่อีกต่อไป "ถ้าเป็นเรื่องพวกนั้น... ฉันหมดความสนใจที่จะฟังตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าแล้วค่ะ" คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในเนื้อราวกับใบมีด อคินก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธอด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน ความหลงใหลและความแค้นผสมปนเปกันจนกลายเป็นเพลิงอารมณ์ที่แผดเผา ร่างสูงใหญ่กักขังเธอกับขอบโต๊ะทำงาน แขนแกร่งทั้งสองข้างยันพื้นผิวไม้ไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอระหงที่ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจแบบที่เขาไม่เคยลืมเลือน "อย่ามาท้าทายฉัน รินรดา" อคินกระซิบชิดริมใบหู เสียงของเขาต่ำพร่า เต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกกดทับ "เธอคิดว่าหนีพ้นงั้นเหรอ? ภาพวาดพวกนี้... ร่างกายนี้... ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเธอ เคยเป็นของฉัน และจะต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!" รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้ไม่ได้ทำให้เธอกลัว กลับปลุกเร้าเพลิงอารมณ์บางอย่างที่ทั้งรuนและเย้ายวนในคราเดียวกัน "คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ อคิน" เธอยกมือขึ้นแตะปกเสื้อสูทของเขาแผ่วเบา ก่อนจะออกแรงผลักออกห่างอย่างไม่เกรงกลัว "อดีตภรรยาที่คุณเคยเหยียบย่ำ ได้ตายไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้... เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่มีสิทธิ์ขาดในชีวิตของตัวเอง และถ้าคุณยังไม่ถอยออกไป ฉันจะเรียกเจ้าหน้าที่มาเชิญคุณออกไปจากที่นี่" ความเย่อหยิ่งของอคินถูกท้าทายจนถึงขีดสุด เขาไม่สนใจคำขู่ใดๆ ทั้งสิ้น สัญชาตญาณนักล่าเข้าครอบงำ มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างทั้งสองแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ แต่เสียงนั้นถูกกลืนหายไปด้วยริมฝีปากหยักลึกที่บดขยี้ลงมาอย่างเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศสงครามทางอารมณ์ที่ดุเดือดและร้อนแรง รสจูบที่ทั้งดุดันและเรียกร้องทำ1ลายสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ในพริบตา มือหนาเลื่อนขึ้นสอดเข้าใต้กลุ่มผมนุ่ม ปรับองศาให้ริมฝีปากของเธอยอมจำนนต่อความวาบหวามที่เขาหยิบยื่นให้ รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพัน ความคุ้นเคยจากอดีตผสานเข้ากับความโกรธเกรี้ยวในปัจจุบัน ปลุกเร้าไฟสวาทที่ซ่อนเร้นให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างยากจะต้านทาน ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น ร่างกายที่แนบชิดสะท้อนอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อคินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำ ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาท แต่ริมฝีปากยังคงเม้มแน่นด้วยความดื้อรั้น "คุณมันบ้า..." เธอหอบหายใจ ตัวสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ "ใช่... ฉันมันบ้า และเพราะเธอนั่นแหละที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้" อคินกระซิบเสียงพร่ามัว สายตาร้อนแรงมองสำรวจเรือนร่างอ้อนแอ้นภายใต้ชุดเดรสผ้าไหมอย่างหิวกระหาย ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะซุกไซร้ลงที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ จนรินรดาต้องแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ กลิ่นกายบุรุษผสมกับน้ำหอมราคาแพงระเหยเข้าสู่ประสาทสัมผัส ทำให้กำแพงที่เธอสร้างขึ้นเริ่มพังทลายลงทีละน้อย มือเรียวที่เคยผลักไส บัดนี้เปลี่ยนเป็นจิกเกร็งอยู่บนไหล่กว้างของเขา สัญชาตญาณแห่งความยินยอมพร้อมใจหลอมรวมเข้ากับความโหยหาที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน อคินช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย รินรดาไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้เขานำพาไปยังโซฟาตัวยาวกลางห้อง สัมผัสอันร้อนแรงและจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิดดึงดูดพวกเขาก้าวข้ามเส้นแบ่งแห่งเหตุผล ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนกำลังแผดเผาจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับสายน้ำเย็นที่สาดซัดลงมากลางกองเพลิง "คุณรินคะ! มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณค่ะ... เป็นซองเอกสารจากโรงพยาบาล" ร่างบางชะงักกึก อคินขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์และพยายามจะซุกไซร้ต่อ แต่รินรดาใช้มือยانیอกเขาไว้แน่น แววตาที่ฉ่ำหวานด้วยอารมณ์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอดันตัวเขาให้ออกห่างอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนจะรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ อคินจ้องมองปฏิกิริยาอันผิดปกติของเธอด้วยความสงสัย ความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ วิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง รินรดาเดินไปเปิดประตูรับซองเอกสารสีน้ำตาลจากผู้ช่วยด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เธอกลับเข้ามาในห้องโดยไม่สนใจสายตาคาดคั้นของประติมากรหนุ่มที่ยืนกอดอกรออยู่ "เอกสารอะไร?" อคินถามเสียงห้วน นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ซองกระดาษในมือเธอ รินรดาไม่ได้ตอบ เธอกัดริมฝีปากแน่นขณะใช้กรรไกรตัดปากซองออก ทันใดนั้น ภาพถ่ายใบเล็กๆ พร้อมเอกสารผลตรวจทางการแพทย์ก็ร่วงหล่นลงบนโต๊ะทำงาน ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบที่มีดวงตากลมโตและสันกรามคมชัดถอดแบบมาจากประติมากรผู้เย่อหยิ่งราวกับพิมพ์เดียวกัน! ดวงตาของอคินเบิกกว้างขึ้น หัวใจที่เกือบหยุดเต้นไปเมื่อครู่ กลับมากระหน่ำรัวยิ่งกว่าเดิม เมื่อเขาก้มลงมองภาพถ่ายใบนั้น และตระหนักได้ว่า... เส้นด้ายที่เขาเคยคิดว่าตนเองเป็นผู้ควบคุม บัดนี้ได้ถูกดึงให้ขาดสะบั้นลงด้วยความจริงที่สะเทือนขวัญที่สุดในชีวิต ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์นี้ด้วยกันนะคะ - ชฎาพรายไวน์แดง
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%