ความเงียบงันภายในสตูดิโอส่วนตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว อากาศรอบกายอัดแน่นไปด้วยกลิ่นฉุนจางๆ ของน้ำมันสน กลิ่นอายดินปั้นดิบๆ และกลิ่นกายเฉพาะตัวของรินรดาที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายอคินให้ตื่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ดวงตาสีดำสนิทของประติมากรหนุ่มผู้เย่อหยิ่งจดจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกุมชายเสื้อของมารดาเอาไว้แน่น โครงหน้าเรียว คิ้วหนาเข้มรับกับดวงตากลมโตเป็นประกายดื้อรั้นคู่นั้น... มันช่างถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกันกับเขาราวกับส่องกระจกเงา อคินรู้สึกราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาล ร่างกายของชายหนุ่มแข็งค้าง ลมหายใจสะดุดกักขังไว้ในลำอก หัวใจที่เคยด้านชามาตลอดหลายปีกลับเต้นรัวกระหน่ำจนเจ็บแปลบไปหมด
"คุณ... คุณอาคนนี้หน้าตาน่ากลัวจังเลยครับแม่"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาชักสีหน้าตื่นตระหนกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ป้อมปราการแห่งความเยือกเย็นจะถูกสร้างขึ้นมาห่อหุ้มเรียวหน้าหวานอีกครั้ง สตรีสาวรีบก้าวเข้าไปย่อตัวลงโอบกอดบุตรชายไว้แนบอก พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งเยื่อใย
"ลูกชายดิฉันเองค่ะ... หวังว่าคุณอคินคงไม่มีปัญหาอะไรกับเด็กเล็กๆ หรอกนะคะ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก
อคินกลืนน้ำมันเหนียวหนืดลงคอ สันกรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาในอก เมื่อห้าปีก่อน... ตอนที่เธอหอบผ้าผ่อนหนีออกจากคฤหาสน์ของเขาไป เธอไม่ได้บอกเขาสักคำว่าตั้งครรภ์! เธอกล้าดียังไงถึงกล้าซ่อนสายเลือดของเขาไว้ ปิดบัง และพรากมันไปจากชีวิตเขาถึงเพียงนี้!
"ออกไปรอแม่ที่รถก่อนนะลูก... เดี๋ยวแม่ตามไป" รินรดาก้มลงกระซิบกับเด็กชาย พร้อมกับลูบศีรษะเล็กเบาๆ แก้วตาดวงใจของเธอมองหน้าอคินด้วยความหวาดระแวงเล็กน้อย ก่อนจะยอมวิ่งออกไปจากห้องสตูดิโอด้านนอกอย่างว่าง่าย
ประตูกระจกบานใหญ่ปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนอัตโนมัติ ในห้องนี้... เหลือเพียงเขากับเธอ สองคนที่เคยผูกพันกันด้วยพันธะแห่งการแต่งงานที่ไร้รัก ก่อนที่มันจะพังทลายลงด้วยความเย็นชาและความเย่อหยิ่งของเขาเอง
พรึบ!
อคินไม่รอช้า ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กของเธอไว้แน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้หลบหนี แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนที่อัดอั้นมานานหลายปี
"ปล่อยนะคะอคิน! คุณกำลังทำรุ่มร่ามกับดิฉันเกินไปแล้ว" รินรดาตวัดสายตากลับมามองอย่างไม่เกรงกลัว เธอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม ทว่าแรงของเธอกลับสู้แรงมหาศาลของเขาไม่ได้เลย
"ปล่อยงั้นเหรอ? หึ..." อคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก แววตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยยาพิษ "เธอต่างหากล่ะรินรดา... ที่กล้าดียังไงถึงซ่อนลูกของฉันไว้! เธอคิดว่าตัวเองฉลาดนักรึไงที่หอบเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันหนีไปซ่อนตัวเป็นยายตัวสำอางอยู่แบบนี้!"
"ลูกของคุณงั้นเหรอคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นบนเรียวปากสวย เธอหัวเราะในลำคอด้วยความขื่นขมที่สะสมมาเนิ่นนาน "เด็กคนนั้นเป็นลูกของดิฉันค่ะ! เป็นลูกที่เกิดมาจากความชอกช้ำที่ผู้ชายใจร้ายอย่างคุณมอบให้! ในวันที่ดิฉันกราบกรานขอความเห็นใจจากคุณ คุณเคยเห็นหัวอกของดิฉันบ้างไหมคะอคิน? คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของดิฉันจนไม่เหลือชิ้นดี แล้ววันนี้คุณมีหน้ามาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อเนี่ยนะ... น่าสมเพชสิ้นดี!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาเปรียบเสมือนคมหอกที่กรีดแทงลงบนหัวใจของประติมากรหนุ่ม อคินหน้าชาดล ทว่าความโกรธแค้นกลับครอบงำจิตใจจนมืดบอด เขาไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ ยิ่งเห็นแววตาที่มองมาด้วยความดูแคลน ร่างกายของเขาก็ยิ่งโหยหาการควบคุม ยิ่งต้องการสยบพยศหญิงสาวตรงหน้าให้อยู่หมัด
"ปากเก่งนักนะ..." อคินกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่ม ร่างกายกำยำเบียดเข้าประชิดจนแผ่นหลังของรินรดาแนบสนิทไปกับผนังห้องสตูดิโอเย็นเยียบ "ในเมื่อเธอพูดเก่งนัก... ฉันจะทำให้เธอกลืนคำพูดพวกนั้นลงท้องไปให้หมด!"
ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี อคินบดขยี้กลีบปากนุ่มด้วยความโกรธเกรี้ยวและโหยหาในคราเดียวกัน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกัดฟันกรอดพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่รสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนราวกับไฟแผดเผานั้นกลับค่อยๆ สูบเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดในกายเธอไปทีละน้อย ลมหายใจที่ร้อนระอุผสมผสานกลิ่นอายความคุ้นเคยในอดีตปลุกเร้าสัญชาตญาณลึกเร้นที่เธอพยายามกดทับมันมาตลอดห้าปี
มือหนาเลื่อนลงมาโอบรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด ร่างกายของทั้งคู่เสียดสีกันจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย อคินแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รสชาติที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน... รสชาติของความเป็นเจ้าของที่เคยเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
รินรดาหอบหายใจสะท้าน มือที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกต่อต้านพังทลายลงภายใต้สัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจบงการ เธอยอมพ่ายแพ้ให้กับความใกล้ชิดและเคมีอันร้อนแรงที่ยังคงทรงพลังไม่เสื่อมคลาย แม้สมองจะร่ำร้องว่านี่คือความผิดพลาด แต่ง(กาย)และหัวใจกลับทรยศด้วยการแอ่นกายเข้าหาอ้อมกอดอันคุ้นเคยนั้นอย่างเผลอไผล
อคินรับรู้ได้ถึงการยอมจำนนทีละน้อย เขายกย่องความพ่ายแพ้ของเธอด้วยการประคองท้ายทอยมนให้รับองศาจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ไปตามแนวสันหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งตัว ความเร่าร้อนในห้องสตูดิโอยกระดับความรุนแรงขึ้นตามจังหวะลมหายใจที่กระชั้นชิด ความหอมหวานของเรือนร่างที่เขาเคยครอบครองกำลังหลอมละลายทิฐิมานะของประติมากรหนุ่มให้เหลือเพียงความต้องการอันดิบเถื่อน
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังร้อนแรงจนแทบแผดเผา ประตูสตูดิโอด้านนอกกลับถูกผลักเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่วิ่งกลับเข้ามา!
"แม่ครับ! น้องชายข้างนอกบอกว่า..."
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายหยุดชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า!
อคินผละริมฝีปากออกจากรินรดาอย่างไม่เต็มใจนัก นัยน์ตาสีดำสนิทหันขวับไปมองยังทิศทางของประตู ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นเด็กชายยืนถือกระดาษวาดรูปค้างเติ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน
และในวินาทีนั้นเอง... สายตาของอคินก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กที่ร่วงหล่นจากมือเด็กน้อยลงบนพื้น มันคือเอกสารใบเสร็จรับเงินจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง หัวข้อตัวอักษรสีดำเด่นชัดสะท้อนเข้าตาเขาเต็มๆ—
**"ผลการตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA Test Results)"**
หัวใจของอคินหยุดเต้นไปชั่วขณะ!
ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา•ตอนที่ 3
กลิ่นสีและไอกรุ่น
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!