แสงไฟสีส้มสลัวจากหน้าจอสมาร์ทโฟนส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ถอดสีจนซีดเผือด นัยน์ตาคมกริบของอคิน ประติมากรผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร บัดนี้กำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอนั้นทำเอาหัวใจแกร่งที่เคยเต้นเป็นจังหวะมั่นคงกลับกระตุกวูบ ราวกับถูกกระชากดิ่งลงสู่เหวลึกในชั่วพริบตา
*“ถ้าคุณยังดื้อดึงจะก้าวเข้ามาในชีวิตฉันอีกก้าวเดียว สิ่งที่คุณจะได้เห็นในวินาทีต่อมา... คือใบมรณะบัตรของความทรงจำทั้งหมดที่เราเคยมีร่วมกัน และเด็กคนนั้น... จะไม่มีวันได้รู้ว่าใครคือพ่อที่แท้จริง”*
ไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่ทว่าน้ำเสียงและถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นตอกย้ำชัดเจนว่าเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก รินรดา อดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแหลกสลายคามือ
อคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว ลมหายใจร้อนผ่าวถูกพ่นออกมาทางจมูกอย่างสะกดกลั้นความคลุ้มคลั่ง มือหนาที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกด้วยความโกรธปนหวาดหวั่น... เด็กคนนั้นอย่างนั้นหรือ? ประโยคนี้บาดลึกเข้าในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพใบหน้าหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นชาไร้เยื่อใยของรินรดาซ้อนทับเข้ามาในห้วงคำนึง ความเย่อหยิ่งทระนงที่เขาสั่งสมมานานนับปีพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงคนที่เขาคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายควบคุมมาตลอด กำลังถือไพ่เหนือกว่า และซ่อนความลับที่อาจพลิกแผ่นดินของเขาไว้ในกำมือ
เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นดังขึ้นที่ด้านหลัง ดึงสติของชายหนุ่มให้หลุดจากภวังค์อันมืดมน อคินรีบซ่อนหน้าจอโทรศัพท์ลงแนบข้างลำตัว พร้อมกับหันขวับไปมองผู้มาใหม่
รินรดายืนอยู่ตรงกรอบประตูห้องสตูดิโอ ร่างระหงในชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทขับเน้นผิวเนื้อขาวเนียนดั่งไข่มุก ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของเขาไม่ใช่ความงามเย้ายวนนั้น หากแต่เป็นแววตานิ่งสนิทที่ทอดมองมา ราวกับเขากลายเป็นเพียงธาตุอากาศไร้ตัวตน
"ดึกดื่นค่ำคืนนี้... คุณยังมีธุระด่วนกับใครอีกหรือคะ คุณประติมากรผู้ยิ่งใหญ่" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยขึ้น เธอไม่ได้ก้าวเข้ามาใกล้ ทว่าอานุภาพแห่งความกดดันจากเธอกลับทำให้ห้องกว้างนับร้อยตารางเมตรแคบลงจนแทบหายใจไม่ออก
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างฝืนๆ "ธุระด่วนเหรอ... หรือว่าคุณต่างหากที่เป็นคนส่งมันมา" เขาชูโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นเล็กน้อย ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยเพื่อค้นหาพิรุธ
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิด ส้นเข็มกระทบพื้นปูนขัดมันเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบงัด "ฉันจะส่งอะไร... หรือว่าความจริงที่คุณเห็นมันไปกระตุกต่อมความหวาดกลัวอะไรบางอย่างเข้าล่ะคะ อคิน"
เธอหยุดยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่คืบ กลิ่นกายหอมหวานละมุนละไมแบบผู้หญิงที่เขาเคยคุ้นเคยและโหยหามาตลอดหลายปีลอยแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายให้ตื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว อคินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกโดยไม่รู้ตัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยเพลิงพิศวาสอันร้อนรุ่มที่แผดเผาจนช่องท้องปั่นป่วน
"คุณซ่อนอะไรไว้ รินรดา" อคินก้าวเข้าประชิด ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟจนเงาของเขาโอบล้อมร่างบางไว้ทั้งหมด มือหนายื่นออกไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กไว้แน่นโดยอัตโนมัติ "เด็กคนนั้น... หมายความว่ายังไง!"
รินรดาไม่สะทกสะท้านต่อแรงบีบที่ข้อมือ แม้ผิวเนื้อนุ่มจะขึ้นรอยแดงระเรื่อ เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว มุมปากหยักสวยยกยิ้มเย้ยหยันอย่างเลือดเย็น "อยากรู้เหรอคะ... น่าเสียดายจัง ที่คนอย่างคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยถาม"
"รินรดา!" อคินคำรามต่ำในลำคอ ความอดทนที่เหลืออยู่น้อยนิดขาดผึ่งลงทันที แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานนับแรมปีระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม
ร่างสูงกระชากข้อมือเล็กให้เข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างอย่างแรง แรงปะทะทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกึก แต่เธอก็ยังคงดื้อดึง ไม่ยอมปริปากร้องออกมาสักแอะ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นยังคงท้าทายเขาอย่างไม่ลดละ และนั่น... คือสิ่งที่ทำให้อคินแทบคลั่ง
ชายหนุ่มก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อทันทีโดยไม่ให้เธอได้ทันตั้งตัว เป็นจูบที่ไม่มีความอ่อนหวานละมุนละไม มีเพียงความดิบเถื่อน หิวกระหาย และเต็มไปด้วยแรงแค้นที่ถูกกดทับ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามเบี่ยงหน้าหนีและทุบตีแผงอกเขาอึกทัก แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานเรี่ยวแรงของชายหนุ่มผู้คลั่งไคล้ในศิลปะและการครอบครองได้
เรียวปากร้อนผ่าวบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยรังเกียจและผลักไสในอดีต รสชาติของความเจ็บปวด ความโหยหา และความปรารถนาอันบิดเบี้ยวหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว รินรดาครางอือในลำคอเมื่อมือหนาเลื่อนลงมาโอบรัดเอวคืบกอดกระชากร่างเธอให้แนบชิดจนแทบหลอมละลายไปกับเนื้อตัวของเขา
ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาประสาทสัมผัสทุกส่วน อคินถอนริมฝีปากออกชั่วครู่เพื่อให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ทว่านัยน์ตาคมกลาสกลับลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะดับมอด ร่างบางหอบสะั่น ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยฤทธิ์จูบอันดุดัน
"ปล่อยฉัน... คนสารเลว" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความโกรธเคือง ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับสั่นพร่าและไร้เรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง
"สารเลวเหรอ?" อคินหัวเราะในลำคอ เสียงทุบต่ำพร่าระคายหู "ใช่... ผมมันสารเลว และคุณก็เป็นคนปลุกมันขึ้นมาเอง รินรดา"
สิ้นคำพูด ร่างสูงก็ช้อนอุ้มร่างระหงขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องเผลอยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น หญิงสาวตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าเขาพาเธอเดินดิ่งไปยังโซฟาตัวยาวบุหนังแท้ราคาแพงริมกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืน
อคินวางร่างบางลงบนเบาะนุ่มอย่างไม่เบามือนัก ก่อนจะตามทาบทับลงไปโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ขยับหนี ร่างกายกำยำกดทับลงมาบนเรือนร่างบอบบาง น้ำหนักตัวและกลิ่นกายบุรุษเพศที่คุ้นเคยแผ่ซ่านความร้อนระอุไปทั่วบริเวณ
"คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับฉันนะ อคิน!" รินรดาพยายามดันไหล่กว้างออก แววตาเด็ดเดี่ยวเริ่มฉายแววหวั่นไหวเมื่อสัมผัสได้ถึงความจริงจังและอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายใต้แววตาของเขา
"ไม่มีสิทธิ์?" อคินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอขาวผ่องจนเจ้าของร่างสะท้านเฮือก "จำไว้ให้ดี... รินรดา บนโลกใบนี้ ไม่มีอะไรที่อคินคนนี้อยากได้แล้วไม่ได้ โดยเฉพาะตัวคุณ..."
มือหนาทำหน้าที่ได้อย่างชำนาญ ปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นงามของหญิงสาวออกด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด เนื้อผ้าสีดำสนิทร่วงหล่นลงกองกับพื้น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดดั่งแพรไหมที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว เรืองรองราวกับงานประติมากรรมชิ้นเอกที่พระเจ้าบรรจงสร้างสรรค์ อคินชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีเข้มมองสำรวจเรือนร่างเย้ายวนที่อยู่ใต้ร่างด้วยความตะลึงงัน ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอยกมือขึ้นปิดบังส่วนสงวนด้วยสัญชาตญาณแห่งความหยิ่งทระนง แม้ร่างกายจะพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขา แต่ศักดิ์ศรีของเธอยังคงค้ำคออยู่ "อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น..."
"สวยเหลือเกิน..." อคินพึมพำเสียงพร่า ราวกับถูกมนต์สะกด มือใหญ่ปัดป้องมือเรียวออกอย่างอ่อนโยนขึ้น ก่อนจะก้มลงประทับจูบซับไปตามลาดยาวเนียนนุ่ม ไหปลาร้า และซอกคอหอมหวาน
สัมผัสวาบหวามที่ไล้ผ่านไปที่ใด ราวกับทิ้งร่องรอยไฟแผดเผาไว้ที่นั่น รินรดาเผลอแอ่นกายรับสัมผัสโดยไม่รู้ตัว เสียงครางหวานหูหลุดลอดริมฝีปากอิ่มออกมาอย่างน่าละอาย ความรู้สึกโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงแห่งความแค้นพังทลายลงในอ้อมกอดของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง
อคินไม่รอช้า เขาครอบครองเรียวปากอิ่มนั้นอีกครั้งอย่างลึกซึ้งและเร่าร้อน ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี ขณะที่มือหนาลูบไล้ไปทั่วสรีระโค้งเว้า ปลุกเร้าอารมณ์พิศวาสของทั้งคู่ให้พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด บรรยากาศภายในห้องมืดสลัวเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด และเสียงครางกระסטำที่ผสานกลมกลืนไปกับค่ำคืนอันยาวนาน
รินรดาหลับตาลงปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปกับห้วงอารมณ์เสน่หาที่ร้อนแรง ยอมจำนนต่อพันธนาการแห่งรักและแค้นที่ทั้งคู่ต่างโหยหากันและกันอย่างบ้าคลั่ง...
แต่ทว่า... ในขณะที่อารมณ์รักกำลังโหมกระหน่ำจนถึงขีดสุด อคินกลับต้องสะดุดกึก เมื่อมือหนาที่กำลังโอบกอดแผ่นหลังเนียนนุ่ม บังเอิญไปสัมผัสโดนรอยแผลเป็นขนาดเล็กบริเวณหัวไหล่ด้านซ้ายของเธอ—รอยแผลเป็นที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนในยามที่เคยอยู่ร่วมกันในอดีต
และในวินาทีนั้นเอง สายตาก็จับจ้องไปเห็นสร้อยคอเส้นเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าของเธอ ซึ่งมีจี้รูปกุญแจโบราณ... จี้เส้นเดียวกับที่เด็กชายตัวน้อยในรูปถ่ายปริศนาบนโทรศัพท์มือถือสวมใส่อยู่ไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของประติมากรผู้เย่อหยิ่งกระตุกวูบอย่างแรง ลมหายใจสะดุดกึก ความจริงอันน่าตกตะลึงพุ่งเข้าชนประสาทสัมผัสจนชาดิ่งไปทั่วร่าง
"รินรดา..." อคินผละใบหน้าออกจากซอกคอหอมหวาน นัยน์ตาคมกริบมองจดจ้องใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ยังคงหลับตาพริ้มด้วยความสุขสม "เด็กคนนั้น... คือลูกของเราใช่ไหม!"
**โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ**
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความเจ็บปวดและหอมหวานนี้ด้วยกันนะคะ)*
ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา•ตอนที่ 8
ค่ำคืนที่ไม่ควรเริ่มต้น
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!