เสียงฝีปากกาที่กรีดลงบนกระดาษผ้าใบราคาแพงด้วยแรงอารมณ์ไม่ได้ดังแข่งกับความเงียบงันภายในห้องจัดแสดงงานศิลปะระดับประเทศแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของคนทั้งห้อง จนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
รินรดายืนอยู่เบื้องหน้าผลงานชิ้นเอกของตนเอง แผ่นหลังบางที่เคยโค้งงอรับความชอกช้ำในอดีตบัดนี้เหยียดตรง สง่างาม และเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่ดึงดูดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง ชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทขับเน้นผิวเนียนละเอียดตัดกับเรือนผมสีเข้มที่รวบไว้เป็นมวยสูงอย่างประณีต ดวงตาคู่สวยคมปลาบกวาดมองผู้คนที่กำลังฮือฮาอยู่รอบผลงานศิลปะชุด "เศษซากวิญญาณ" ของเธอ ซึ่งกำลังท้าทายบัลลังก์ของอคิน ประติมากรผู้เย่อหยิ่งและเจ้าพ่อวงการศิลปะร่วมสมัยอย่างจัง
"ฝีมือพัฒนาขึ้นจนน่าตกใจนี่ รินรดา... หรือควรจะเรียกว่า เธอกำลังใช้ความแค้นละเลงลงบนผืนผ้าใบเพื่อระบายความสมเพชตัวเองกันแน่?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นชา และคุ้นเคยจนน่าสะท้านใจดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างสูงใหญ่ของอคินก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขายังคงทรงพลังและอันตรายไม่เปลี่ยน ประติมากรหนุ่มผู้กวาดรางวัลมาแล้วทั่วโลกแย้มรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ดวงตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาจดจ้องมองภาพวาดสีน้ำมันขนาดมหึมาที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ 'ผู้หญิงผู้ถูกเผาทำลายด้วยเพลิงทิฐิ' แต่กลับลุกขึ้นมางดงามได้ด้วยหยาดน้ำตาของตัวเอง
รินรดาไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าเขา เธอยังคงถือพู่กันปลายเรียวแตะแต้มสีแดงฉานลงบนมุมหนึ่งของภาพอย่างใจเย็น ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"คนที่สมเพช น่าจะเป็นคุณมากกว่านะคะ อคิน... ศิลปะที่ไม่มีจิตวิญญาณ ก็เป็นแค่ก้อนดินหรือเศษโลหะไร้ค่า เหมือนกับหัวใจของคุณในอดีตอย่างไรอย่างนั้น"
คำพูดนั้นทำให้อคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งที่เคยค้ำคอมาตลอดชีวิตสั่นคลอนด้วยฝีมือของผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันหลุดพ้นจากเงาของตนเองได้ อดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานี บัดนี้กลับยืนอยู่ ณ จุดที่สูงเท่าเทียม หรือบางที... อาจจะสูงส่งเกินกว่าที่มือคู่นี้จะเอื้อมถึงเสียด้วยซ้ำ
"ปากเก่งขึ้นนี่... อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าผลงานชิ้นนี้ของเธอต้องพ่ายแพ้ให้กับประติมากรรมชิ้นใหม่ของฉัน เธอจะยังเชิดหน้าพูดจาอวดดีแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน" อคินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบข้างใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียน ความใกล้ชิดที่คุ้นเคยปลุกเร้าไฟปรารถนาและเพลิงโทสะให้โหมกระหน่ำขึ้นพร้อมกันในอก
"เชิญค่ะ... ถ้าคิดว่าฝีมือระดับคุณจะเอาชนะความเจ็บปวดที่ฉันผ่านมาได้" รินรดากล่าวท้าทายด้วยแววตาวาวโรจน์ เธอหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ความโกรธเกลียด ความเย้ายวน และแรงดึงดูดอันตรายหลอมรวมกันเป็นบรรยากาศที่ร้อนระอุเสียจนคนรอบข้างต้องรีบถอยร่นออกไปให้ห่าง
การประชันฝีมือในโปรเจกต์อาร์ตระดับประเทศครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางศิลปะ แต่มันคือสงครามจิตวิทยาที่เดิมพันด้วยหัวใจและศักดิ์ศรี
คืนนั้น... ณ ห้องสตูดิโอส่วนตัวหลังงานนิทรรศการ บรรยากาศเงียบสงบถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามา ประตูห้องถูกผลักปิดล็อกลงกลอนอย่างแน่นหนาโดยฝีมือของอคิน รินรดาที่กำลังยืนเก็บอุปกรณ์วาดภาพสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามีที่บัดนี้ดวงตาทอแสงกร้าวและเต็มไปด้วยความต้องการอันดิบเถื่อน
"คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้งานของเราจบลงแล้วค่ะ อคิน"
"ยัง... มันยังไม่จบ" อคินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความเร็ว ร่างสูงใหญ่กักตัวเธอไว้ระหว่างโต๊ะทำงานกับแผงอกกำยำ มือหนาคว้าเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ "เกมนี้ฉันยังไม่แพ้... และเธอก็ไม่มีสิทธิ์ไล่ฉัน"
"ปล่อยนะ! ปล่อยฉัน อคิน คุณไม่มีสิทธิ์..."
คำประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี การจูบครั้งนี้ไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นการลงทัณฑ์และการโหยหาที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน รสจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และแฝงด้วยความเจ็บปวดทำเอารินรดาแทบละลาย ร่างกายที่พยายามต่อต้านเริ่มอ่อนยวบลงด้วยแรงอารมณ์ที่เขาเป็นผู้ชี้นำ ลมหายใจอุ่นร้อนประสานกันในความมืดสลัว
มือหนาของประติมากรผู้เย่อหยิ่งลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสสีดำอย่างชำนาญ ปลายนิ้วกร้านอุ่นร้อนลากผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามไปทั่วร่าง รินรดากำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น เสียงครางประท้วงในลำคอแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นเมื่อความหอมหวานและรสสัมผัสอันคุ้นเคยเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะทั้งหมด
อคินช้อนตัวเธอขึ้นแนบอกอย่างง่ายดาย พาเดินไปยังโซฟาตัวยาวกลางห้อง ร่างบางถูกวางลงอย่างทะนุถนอมท่ามกลางความเร่าร้อนที่แผดเผา อภิสิทธิ์ความเป็นสามีเก่าถูกทวงคืนด้วยสัมผัสอันลึกซึ้งและเย้ายวน ทุกหยาดหยดของความโหยหาถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสแนบชิด การสอดประสานทางอารมณ์และร่างกายดำเนินไปอย่างดุเดือดและพร้อมใจ ท่ามกลางเสียงหอบครางที่สะท้อนก้องความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย ร่างกายทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางค่ำคืนที่ยาวนานและเต็มไปด้วยเพลิงสวาทที่ไม่มีใครยอมใคร
แสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกใสกระทบเข้ากับร่างทั้งสองที่นอนแนบชิดกันบนโซฟาในความเงียบงัน อคินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ชื้นเหงื่อออกจากใบหน้าของอดีตภรรยา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความลุ่มหลงและคำถามมากมายที่ยังไม่ได้เอ่ย
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง รินรดาที่นอนหันหลังให้กลับเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานที่สว่างวาบขึ้นด้วยข้อความแจ้งเตือน หน้าจอแสดงภาพเอกสารลับบางอย่างที่ถูกส่งตรงมาจากสำนักงานทนายความ พร้อมกับภาพถ่ายใบรับรองแพทย์และสำเนาสูติบัตรของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งที่มีโครงหน้าถอดแบบมาจากอคินอย่างไร้ที่ติ
ดวงตากลมโตของรินรดาไหวระริกด้วยความรู้สึกที่หลากลาย เธอเหลือบมองชายหนุ่มที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ ก่อนจะตัดสินใจกดส่งไฟล์เอกสารทั้งหมดไปยังอีเมลส่วนตัวของเขา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือของอคินที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ตัว ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาเปิดดูท่ามกลางความมืด และเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดแรก... ลมหายใจของประติมากรผู้เย่อหยิ่งก็พลันสะดุดกึก ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนลงในทันที!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของชฎาพรายไวน์แดงด้วยดีเสมอมานะคะ
ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา•ตอนที่ 7
เกมชิงไหวชิงพริบ
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!