ความเงียบงันภายในห้องสตูดิโอส่วนตัวราวกับถูกแช่แข็งไว้ด้วยอุณหภูมิที่ติดลบ หยาดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายของอคินไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี บัดนี้กลับเบิกกว้างสั่นระริกด้วยความตระหนก คลื่นอารมณ์ความรู้สึกนับร้อยสายกำลังถาโถมเข้าใส่ประติมากรผู้โด่งดังจนแทบตั้งหลักไม่ทัน
"คุณกำลังพูดเพ้อเจ้ออะไรอยู่ อคิน"
เสียงหวานใสที่เคยสั่นเครือในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังอย่างยิ่งยวด รินรดาเบือนใบหน้าหนีสัมผัสร้อนผ่าวที่พยายามจะเอื้อมมาแตะต้อง นางก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างราวกับเขายังคงเป็นสิ่งแปลกปลอมที่น่ารังเกียจ ดวงตาคู่สวยฉายแววเย้ยหยันอย่างปิดไม่มิด ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงนี้ยิ่งกรีดแทงหัวใจของชายหนุ่มให้แหลกละเอียดยิ่งกว่าเดิม
"ผมไม่ได้เพ้อเจ้อ รินรดา!" อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดด้วยความร้อนรน มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวบางเอาไว้โดยไม่ยอมปล่อย แม้จะรู้ว่าแรงบีบนั้นอาจทำให้อีกฝ่ายเจ็บ "เด็กผู้ชายคนนั้น... คนที่วิ่งเล่นอยู่ในสวนของบ้านคุณเมื่อวานนี้ แววตาของเขา รอยยิ้มของเขา... มันถอดแบบมาจากผมชัดๆ! ทำไมผมจะจำไม่ได้ว่าตัวเองหน้าตาเป็นอย่างไรตอนเด็ก!"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยหยาดหยันและความเจ็บปวดที่สะสมมาเนิ่นนาน นางสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับอดีตสามีด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว
"โลกนี้ไม่ได้มีคุณเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรอกนะคะ อคิน..." รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ ช้อนตาขึ้นมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งนางเคยยอมจำนนให้ทั้งใจ "เด็กคนนั้นจะเป็นใคร หรือมีหน้าตาเหมือนใคร มันก็เรื่องของฉัน ชีวิตของคุณกับฉัน เราขาดกันตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่ฉันออกจากบ้านหลังนั้นแล้วค่ะ"
คำพูดประโยคนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม อคินเจ็บแปลบจนต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ ความเย่อหยิ่งทิฐิที่เคยค้ำคอมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้โหยหาความเมตตาจากเขาอีกต่อไปแล้ว รินรดาในวันนี้ไม่ใช่เงาตามตัวที่คอยวิ่งไล่ตามความรักจอมปลอมอีกต่อไป นางคือจิตรกรผู้สง่างามและยากจะเอื้อมถึง... เป็นนางแบบไร้เงาที่เขากลับกลายเป็นฝ่ายไขว่คว้าหาเสียเอง
"ผมขอโทษ..."
คำสามคำหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่นของประติมากรผู้เย่อหยิ่ง มันเป็นคำที่ยากเย็นที่สุดในชีวิต แต่วินาทีนี้เขากลับยอมคุกเข่าหัวใจตัวเองลงแทบเท้าของนาง
"สายไปแล้วค่ะ" รินรดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ความผิดพลาดที่คุณสร้างขึ้น ศิลปะที่คุณใช้บงการชีวิตฉัน มันถูกทำลายและปั้นแต่งใหม่จนกลายเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องมีคุณแล้ว... เชิญคุณกลับไปเสียเถอะค่ะ ที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับอดีตสามีที่เพิ่งนึกเสียใจทีหลัง"
นางผายมือไปยังประตูสตูดิโอ เป็นการไล่อย่างกลายๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้อคินได้แก้ตัวใดๆ เพิ่มเติม
ทว่า... อคินกลับไม่ยอมขยับเขยื้อน ร่างสูงสง่ายืนหยัดด้วยความดื้อรั้นที่ถูกกระตุ้นด้วยไฟปรารถนาและสำนึกรักที่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง นัยน์ตาคมเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดยามมองสำรวจเรือนร่างระหงภายใต้ชุดผ้าลินินสีขาวบางเบา กลิ่นกายหอมกรุ่นที่คุ้นเคยกำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกด
"ถ้าผมไม่ไปล่ะ..." เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนดังขึ้นชิดริมหู ก่อนที่ร่างหนาจะพุ่งเข้าประชิดตัวนางด้วยความเร็วที่ตั้งรับไม่ทัน
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อแผ่นหลังบางถูกดันให้แนบชิดกับผนังห้องเย็นเฉียบ พันธนาการจากแขนแกร่งที่โอบกอดรอบเอวสอบทำให้นางขยับเขยื้อนไม่ได้ดั่งใจ อคินโน้มใบหน้าลงมาซุกไซร้ซอกคอหอมหวานทันทีอย่างไร้การปรานี ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนเกิดอาการขนลุกชัน สัมผัสที่คุ้นเคยและโหยหามาแรมปีถาโถมเข้าใส่จนสติสัมปชัญญะของหญิงสาวเริ่มพร่าเลือน
"อคิน... ปล่อยนะ..." เสียงทท้วงประท้วงเบาหวิวราวกับกระซิบ เมื่อริมฝีปากร้อนจัดไล่ระเรื่อยจากต้นคอขึ้นมาขบเม้มติ่งหูเบาๆ ร่างกายของนางทรยศต่อความตั้งใจ ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้ ความคุ้นเคยจากรสสัมผัสที่เคยร่วมหลับนอนกันมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังกัดกินเกราะป้องกันที่นางสร้างขึ้นที1ละน้อย
"ไม่ปล่อย..." อคินกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นด้วยความตื่นตระหนก มือหนาลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสะโพกมนอย่างจาบจ้วงแต่เต็มไปด้วยความโหยหา "ผมคิดถึงคุณ... รินรดา คิดถึงทุกลมหายใจ คิดจนแทบคลั่งอยู่แล้ว..."
ริมฝีปากหยักประทับจูบลงมาอย่างดุดันและเร่าร้อน เป็นการจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและการไถ่บาปในคราวเดียวกัน รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีลาดไหล่กว้างเพื่อขัดขืน แต่มันกลับไร้ผลเมื่อความคุ้นเคยในลีลารักของชายหนุ่มเริ่มปลุกเร้าไฟสวาทที่เคยถูกฝังกลบไว้ลึกก้นบึ้งให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง
สัมผัสอันช่ำชองและจังหวะรุกเร้าที่หนักหน่วงทำให้นางเริ่มอ่อนระทวย มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว อุณหภูมิภายในห้องพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกับเสียงครางต่ำในลำคอของชายหนุ่มสะท้อนก้องไปทั่วผนังห้อง
เสื้อผ้าเนื้อบางถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างไร้ความปรานี ร่างกายเปลือยเปล่าแนบชิดติดกันจนไม่เหลือช่องว่าง ความร้อนระอุของผิวเนื้อที่เสียดสีกันปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาให้พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด อคินอุ้มร่างระหงขึ้นแนบอกโดยที่ริมฝีปากยังคงไม่ผละออกจากกันแม้แต่วินาทีเดียว ก่อนจะวางร่างบางลงบนโซฟาหนังตัวยาวกลางห้องอย่างทะนุถนอมท่ามกลางความปั่นป่วนของอารมณ์
ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยแรงแค้นและความโหยหาถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันในค่ำคืนนี้ เป็นการร่วมรักที่ดุดัน วาบหวาม และเต็มอิ่มไปด้วยความสุขสมที่ทั้งคู่ต่างโหยหา ร่างหนาทาบทับลงมาพร้อมกับรุกรานลึกซึ้งอย่างไร้ความปรานี ทุกจังหวะการสอดประสานหนักหน่วงและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่พรั่งพรู เสียงครางหวานล้ำดังระคนไปกับเสียงหอบหายใจกระชั้น รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสร้อนแรงนั้นด้วยความเต็มใจและพ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณ สติทั้งหมดหลุดลอยไปท่ามกลางคลื่นแห่งความสุขสมที่ซัดสาดเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า จนแทบไม่รับรู้สิ่งรอบตัวอีกต่อไป
ทว่า... ท่ามกลางความหฤหรรษ์และเสียงครางกระซิบอันแผ่วเบา เสียงกุกกักจากบานประตูสตูดิโอที่ไม่ได้ล็อกสนิทก็ดังขึ้นแผ่วเบา
"คุณแม่คะ... นิทานก่อนนอนที่หนูขอ... เอ๊ะ?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กๆ ที่ผลักประตูเปิดกว้างเข้ามาในห้องโถงของสตูดิโออย่างถือวิสาสะ
อคินชะงักกึก ร่างหนาผละออกจากเรือนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวทันทีด้วยความตกใจ นัยน์ตาคมกริบหันขวับไปมองยังต้นเสียง และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เลือดในกายของประติมากรหนุ่มเย็นเฉียบลงในพริบตา... เด็กชายตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดพิมพ์เดียวกับเขาราวกับส่องกระจกเงา กำลังยืนกุมตุ๊กตาหมีตัวโปรดอ้าปากค้างด้วยความงุนงงต่อภาพที่เห็นตรงหน้า!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ชฎาพรายไวน์แดง" เสมอนะคะ
ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา•ตอนที่ 9
สัมผัสที่คุ้นเคย
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ประติมากรผู้เย่อหยิ่งกับนางแบบไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!