กลิ่นดินปืนที่ระเหยปะปนกับกลิ่นฝุ่นกระจกที่แตกละเอียด ยังคงอบอวลอยู่ในโพรงจมูกยามที่รินรดากดตัวแนบชิดไปกับพื้นพรมเนื้อหนา แรงกระชากของธันวาเมื่อครู่ไม่ได้มีแค่ความรวดเร็วแบบสัญชาตญาณเอาตัวรอด แต่มันเต็มไปด้วยความแม่นยำรากับเขาเคยผ่านสมรภูมิแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
กระสุนนัดที่สองเจาะตามทะลุกอบกุมกรอบหน้าต่างเข้ามาฝังจม-อยู่กับผนังปูนด้านหลัง เสียงคำรามทุ้มต่ำของธันวาหลุดลอดไรฟัน ขณะที่มือหนาข้างหนึ่งกดศีรษะเธอให้ต่ำลงแนบกับพื้น ส่วนอีกข้างเอื้อมไปปลดล็อกลิ้นชักลับใิต๊ะทำงานอย่างคุ้นเคยราวกับเป็นเจ้าของห้องเสียเอง
"อย่าขยับ" น้ำเสียงของธันวาเย็นเยียบและเฉียบคม ผิดกับแววตาที่ฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด "มันไม่ได้มายิงขู่... คนพวกนั้นต้องการเก็บกวาดให้สิ้นซาก"
รินรดากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ความเยือกเย็นและตรรกะอันแม่นยำของทนายสาวมือหนึ่งไม่อาจสลัดความตื่นตระหนกออกไปได้หมด แต่ภายใต้ความกลัว สมองเธอกลับประมวลผลด้วยความเร็วสูง รูโหว่จากกระสุน มุมองศาของกระสุนที่เจาะเข้ามา... ตําแหน่งนี้ไม่ใช่การซุ่มยิงจากตึกตรงข้ามแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นการคำนวณพิกัดที่แม่นยำจากอาคารสำนักงานฝั่งตรงข้าม ซึ่งหมายความว่า มือปืนรู้ความเคลื่อนไหวภายในห้องนี้อย่างละเอียด
"คุณรู้ใช่ไหมว่าใครอยู่เบื้องหลัง" รินรดาเอ่ยถามเสียงกระซิบ ขณะที่ดวงตาสีเข้มของเธอจ้องลึกลงไปในดวงตาของอดีตคนรัก ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้มีความลับดำมืดซ่อนอยู่ใต้รอยแผลเป็นและความทรงจำที่ขาดหาย
ธันวาไม่ตอบทันที เขาดึงซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึออกมาจากช่องลับ พร้อมกับแฟลชไดรฟ์สีดำสนิท ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเด, "คุณคิดว่าคนที่วางแผนให้เรามาเจอกันอีกครั้งคือใครล่ะครับ... ริน"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนกลางใจ รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง เธอค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่ามกลางซากกระจกที่เกลื่อนกราด มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาเปิดหน้าจอระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทอย่างมีสติ
"ระบบกล้องวงจรปิดถูกบล็อกสัญญาณชั่วขณะ... ในช่วงเวลาเดียวกับที่กระសุนนัดแรกยิงเข้ามา" รินรดากวาดสายตาอ่านโค้ดคำสั่งที่วิ่งผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาเพียงเสี้ยววินาทีที่หลุดรอดออกมาจากทนายสาวผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น
"เจออะไรเข้าล่ะครับ ทนายสาวผู้ไร้พ่าย" ธันวาขยับเข้าไปใกล้ กลิ่นกายคุ้นเคยผสมผสานกับความตึงเครียดรอบตัวทำให้บรรยากาศยิ่งเร้าอารมณ์
"รหัสผ่านที่ใช้บายพาสระบบความปลอดภัยเมื่อครู่... ไม่ใช่แฮกเกอร์ภายนอก" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงด้วยแรงสั่นสะเทือนบางเบา "มันถูกส่งมาจากไอพีแอดเดรสภายในอาคารนี้... ชั้นสิบสอง แผนกกฎหมายและที่ปรึกษาองค์กร"
ธันวาหรี่ตาลงทันที "คนใกล้ตัวคุณ..."
"ใช่ครับ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย "คนที่รู้รหัสผ่านระดับผู้บริหารและสามารถเข้าถึงโครงสร้างเครือข่ายความปลอดภัยทั้งหมด... มีอยู่ไม่กี่คนหรอกครับ และหนึ่งในนั้นเพิ่งส่งกาแฟเข้ามาให้ฉันเมื่อสิบนาทีที่แล้ว"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับจะเยาะเย้ยความตึงเครียดของคนทั้งคู่ ธันวาโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่พวกเขาทั้งคู่พยายามปฏิเสธมาตลอด
"คุณมั่นใจแค่ไหนว่าคนที่คุณไว้ใจที่สุด... ไม่ได้มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้ทรมานคุณในอดีต" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบกระชากใจ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ แววตาสีเทาเข้มของเขาลึกล้ำเกินกว่าที่เธอจะคาดเดาได้ว่าเขาอยู่ข้างเดียวกับใครกันแน่
รินรดาไม่ถอยหนี เธอเชิดหน้าขึ้นท้าทาย แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก "ฉันไม่เคยไว้ใจใครร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ ธันวา... แม้แต่คุณ"
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 20
ความจริงที่ไม่น่าพิสมัย
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!