แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนเงาไฟนีออนสีนวลจากเพดานห้องประชุมสำนักงานทนายความ รินรดากำลังจ้องมองมันราวกับมันเป็นวัตถุโบราณที่บรรจุเชื้อโรคอันตราย ความเงียบงันภายในห้องเก็บเสียงแห่งนี้หนาแน่นเสียจนเธอได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท
"คุณกำลังตรวจสอบมันรอบที่สามแล้วนะ ริน"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของธันวาเอ่ยขึ้นจากมุมมืดของห้อง เขาไม่ได้ขยับตัวเข้าใกล้ เปลือกตาของชายหนุ่มทอดมองลงไปยังเบื้องล่างผ่านกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นมหานครยามค่ำคืนระยิบระยับ แสงไฟจากตึกสูงราฟฟิกด้านนอกสาดกระทบกรอบหน้าคมคายที่ไร้รอยยิ้ม รอยแผลเป็นจางๆ บริเวณมุมขมับซ้ายขยับตามจังหวะการกะพริบตา—รายละเอียดเล็กๆ ที่เธอเคยใช้ปลอบประโลมยามที่เขานอนซบตักในคืนอันเหน็บหนาว แต่อดีตเหล่านั้นในยามนี้กลับกลายเป็นม่านหมอกสีเทาที่ปกคลุมความจริงอันบิดเบี้ยว
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปลายนิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือผ้าสีดำสัมผัสขอบกระดาษแผ่นสุดท้ายในแฟ้ม เอกสารบันทึกการโอนเงินจากบัญชีลับของบริษัทเชลล์คอมพานีในต่างประเทศ ปลายทางระบุหมายเลขบัญชีที่เชื่อมโยงตรงไปยังกองทุนเพื่อการฟื้นฟูผู้ป่วยความจำเสื่อม—กองทุนเดียวกับที่ธันวาเคยใช้พำนักและรักษาตัวในช่วงสองปีแรกที่เขากลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในชีวิตเธอ
"ฉันแค่กำลังทบทวนว่า... ความบังเอิญบนโลกใบนี้ มันมีอยู่จริงสักกี่เปอร์เซ็นต์กันแน่ ธันวา" รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเข้มของทนายความสาวนิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ ทว่าก้นบึ้งภายในกลับปั่นป่วนราวกับพายุหมุน "คุณบอกฉันว่าคุณสูญเสียความทรงจำช่วงเวลาก่อนเกิดอุบัติเหตุ คุณบอกว่าคุณจำไม่ได้ว่าใครคือคนที่ผลักคุณตกหน้าผาในคืนนั้น... แต่ทำไมทุกหลักฐานที่ฉันพยายามขุดคุ้ยเพื่อหาตัวคนบงการ ถึงมักจะวิ่งวนกลับมาหยุดที่จุดเชื่อมโยงซึ่งมีลายเซ็นของคุณอนุมัติไว้เสมอ?"
ธันวาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ช้าๆ รอยยิ้มจางที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความขบขัน หากแต่เป็นความเหนื่อยล้าที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดี เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นพรมดังสม่ำเสมอราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลัง
"คุณกำลังใช้ตรรกะของศาลมาตัดสินผมนะ ริน" ธันวาหยุดยืนห่างจากโต๊ะเพียงก้าวเดียว เขาวางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ทนายความที่ดีจะไม่หลงกลภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ... และคุณก็รู้ดีว่า ใครบางคนกำลังพยายามส่งสารนี้มาให้คุณอ่าน"
"ใช่... ใครบางคนกำลังส่งสาร" รินรดาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเยียบเย็นและเฉียบคมราวกับใบมีดโกน "และ ‘ใครบางคน’ คนนั้น ก็จงใจทิ้งร่องรอยให้ฉันสาวมาถึงตัวคุณทีละนิด ทีละเปลาะ เหมือนกับการโปรยเศษขนมปังนำทางในนิทานหลอกเด็ก เพื่อให้ฉันมั่นใจว่า... ผู้ชายที่นอนร่วมเตียงกับฉัน คนที่คอยกุมมือให้กำลังใจในทุกครั้งที่ฉันต้องขึ้นศาล สู้คดีที่เดิมพันด้วยชีวิต... แท้จริงแล้วคือคนเดียวกันกับหัวหน้าองค์กรเשื่อนที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมทั้งหมดนี้ตั้งแต่แรก!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บทสนทนาที่ถูกกดเสียงให้ต่ำลงกล ายเป็นสนามรบทางจิตวิทยาที่ไม่มีใครยอมถอยให้แก่กัน ธันวาไม่หลบสายตา เปลือกตาของเขาขยับเพียงเล็กน้อย สะท้อนความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเด—มีความผิดหวัง มีความเย้ยหยัน และมีบางสิ่งที่คล้ายกับความเจ็บปวดซ่อนอยู่ลึกๆ
"คุณคิดว่าผมควบคุมเกมทั้งหมดนี้งั้นเหรอ?" ธันวาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ "ริน... ถ้าผมมีความสามารถและอำนาจมากพอจะบงการทุกอย่างในเกมนี้ได้จริง ป่านนี้ผมคงไม่ต้องมายืนฟังคุณตั้งข้อหาผมด้วยสายตารังเกียจแบบนั้นหรอกครับ"
"แล้วทำไมล่ะ?" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีอำนาจของเธอไม่เป็นรองใคร เธอก้าวเข้าไปประชิดเขาโดยไม่เกรงกลัว "ถ้าความทรงจำของคุณไม่ได้หายไปไหนเลยตั้งแต่แรก ถ้าทั้งหมดคือละครฉากใหญ่ที่คุณเขียนขึ้นเพื่อใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการกวาดล้างคู่แข่งทางธุรกิจและล้างมลทินให้ตัวเองล่ะ? ธันวา... มองหน้าฉันแล้วตอบความจริง คุณจำฉันได้ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันที่ศาลอาญากรุงเทพใต้แล้วใช่ไหม?"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะทะกันในระยะประชิด ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชิดกัน ดวงตาของเขาจับจ้องริมฝีปากที่เม้มแน่นของเธอก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา
"ถ้าผมจำได้จริง..." เสียงกระซิบของธันวานุ่มนวลแต่วิพากษ์วิจารณ์ลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณ "คุณคิดว่าผมจะปล่อยให้คุณเข้ามาเสี่ยงอันตรายอยู่ข้างๆ ผมแบบนี้เหรอ ริน... คุณฉลาดเกินกว่าจะเชื่อว่าผมคือฆาตกร แต่คุณก็หวาดกลัวเกินกว่าจะยอมรับว่า... คนที่กำลังพยายามทำลายเรา ไม่ใช่ผม... แต่เป็นระบบที่คุณกำลังรับใช้อยู่ต่างหาก"
รินรดานิ่งงิ่งไปชั่วขณะ คำพูดของเขามีพลังทำลายล้างความตั้งใจของเธอให้สั่นคลอน แต่วินาทีที่สติเธอกำลังจะหลุดลอยไปกับเสน่ห์อันตรายของเขา เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
*ติ๊ง*
รินรดากวาดสายตาลงมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ข้อความจากเบอร์แปลกปลอมปรากฏภาพถ่ายใบเสร็จรับเงินล่าสุด พร้อมพิกัดจีพีเอสที่อยู่ห่างจากสำนักงานแห่งนี้ไปเพียงสามบล็อกถนน และข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง
[*หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่คุณตามหา ซ่อนอยู่ในห้องพักของธันวา... ลิ้นชักลับใต้พื้นไม้ แผ่นชิปข้อมูลที่จะพิสูจน์ว่า เขาสั่งเก็บพยานปากเอกคนก่อนด้วยมือของเขาเอง*]
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก 3 วินาทีเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอยกมือขึ้นดันแผงอกของธันวาให้ออกห่างจากตัวช้าๆ ขณะที่ดวงตาสีเข้มยังคงจ้องมองเขาด้วยความรู้สึกที่แตกสลายและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
"คุณยังมีความลับอะไรที่ซ่อนไว้อีก ธันวา" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย พลางเอื้อมมือไปหยิบกุญแจรถบนโต๊ะ "คืนนี้... เราคงต้องเคลียร์กันให้จบที่ห้องของคุณ"
ธันวายืนนิ่งมองการกระทำของเธอ แววตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นความมืดมนลึกล้ำโดยไม่มีใครทันตั้งตัว รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขา—รอยยิ้มที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปีที่คบกัน
"ตามใจคุณสิครับ ริน" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความหมายอันตราย "แต่ผมเกรงว่า... เมื่อคุณเปิดลิ้นชักบานนั้นออก คุณอาจจะไม่หลงเหลือเหตุผลใดๆ ที่จะอยากยืนอยู่เคียงข้างผมอีกต่อไปแล้วล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามและเดินทางผ่านเงื่อนงำอันมืดมนนี้มาด้วยกันนะครับ
--- พยานปากเอก ---
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 24
การล่มสลายของศรัทธา
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!